อาหารเอเชีย กำลังเป็นเทรนด์ระดับโลก Time ยก เงาะ ฝรั่ง ลำไย มังคุด ใครๆ ก็อยากกิน
บนปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ “อาหาร” คือสิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้งนี้ อาหารยังเป็นวัตถุที่ตอบสนองต่อมรับรส การรับประทานอาหารจึงต้องมีทั้งส่วนผสม วัตถุดิบ กลิ่นอาย ที่ประกอบร่างเป็นรสชาติในจานหนึ่ง แนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารจึงเป็นสิ่งที่ต้องตามให้ทัน
นิตยสารไทม์ได้คว้าคนในวงการอาหาร ตั้งแต่เชฟไปจนถึงนักคาดการณ์อนาคตด้านอาหารโดยเฉพาะ เพื่อเรียบเรียงเเนวโน้มเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มปี 2024
สรุปได้ว่า
1. เน้นรสชาติระดับโลก เป็นฟิวชันที่ใส่ใจมากขึ้น
อย่างไรอาหารก็หนีไม่พ้นเรื่องรสชาติ รสชาติใหม่ ๆ จากทั่วทุกมุมโลกยังคงน่าตั้งตารอสำหรับผู้บริโภค เเต่สิ่งที่จะโดดเด่นประจำปี 2024 นี้ คืออาหารที่ประกอบด้วยส่วนผสมจากแหล่งวัฒนธรรมที่สาม (third-culture cuisine) หรืออาหารที่เป็นจุดตัดส่วนผสมอันหลากหลาย อันสืบเนื่องมาจากจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและโลกที่หมุนเวียนไป ทำให้เกิดการเเลกเปลี่ยนวัฒนธรรมขยายวงกว้างยิ่งขึ้น อย่างเช่น ร้านอาหารอิตาเลียนวาฟูที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมญี่ปุ่นและอิตาลี หรือร้านเบเกอรี่ฟิลิปปินส์-อังกฤษ
อีกทั้งปีนี้อาหารที่เรียกว่า ฟิวชัน จะมีความใส่ใจถึงรสชาติ ส่วนผสมที่กลมกล่อมมากขึ้น ไม่เพียงยัดวัตถุดิบต่างกันลงไปบนอาหาร เเล้วเรียกสิ่งนั้นว่าอาหารฟิวชัน อาหารจะต้องใส่ใจเเละสร้างสรรค์มากขึ้น ทั้งยังต้องสะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย
2. จะมีส่วนผสมเอเชียมากขึ้น
รสชาติและส่วนผสมแบบ อาหารเอเชีย กำลังกลายเป็นดาวเด่นในปี 2024 ส่วนผสมอย่างเช่น งาดำ อูเบะ และชานม อาทิ เมนูโดนัทไส้ชานม อูเบะช็อกโกแลตร้อน เเละคุกกี้งาดำ ทั้งหมดจะเฉิดฉายเเละเป็นที่นิยมในปีนี้ เหมือนกับช่วงเวลาหนึ่งที่ผู้บริโภคหันไปทางไหนก็เจอเเต่มัทฉะ
อีกทั้งผู้คนจำนวนมากจะหันมาสนใจผลไม้เอเชีย เช่น เงาะ ฝรั่ง ลำไย มังคุด และแก้วมังกรประเภทต่าง ๆ อันเหมาะสำหรับเมนูสมูทตี้ เพราะคนหันมาดูเเลสุขภาพมากขึ้น
3. ก้าวสู่ความยั่งยืน
จริงอยู่ที่อาหารสำคัญต่อการมีชีวิตรอด เเต่หากโลกที่มนุษย์อาศัยอยู่ไร้ซึ่งทรัพยากรเเล้ว การกินอยู่ของคนต้องลำบากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มจะต้องเป็นมิตรต่อโลกไปด้วย บริษัทต่าง ๆ ต้องหันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างจริงจัง
เช่น การเกิดขึ้นของช็อกโกแลตทางเลือก เนื่องจากความต้องการโกโก้ต้องผ่านการตัดไม้ทำลายป่าทั่วโลก เเต่การเข้าถึงก็ยังยากและมีราคาแพง ช็อกโกแลตทางเลือกจึงจะเข้ามาเเก้ไขปัญหาโกโก้ โดยยังคงรสชาติ กลิ่น และการละลายของช็อกโกแลตดั้งเดิมให้เหมือนกัน ตัวอย่าง บริษัทสหรัฐฯ ชื่อ Voyage Foods ใช้ส่วนผสม เช่น เมล็ดองุ่น แป้งโปรตีนจากดอกทานตะวัน และเลซิตินจากดอกทานตะวัน เพื่อทำช็อกโกแลตทางเลือก ส่วน WNWN Food Labs ของอังกฤษ ก็ใช้ซีเรียลและพืชตระกูลถั่วแทนที่เมล็ดโกโก้
ขณะที่ด้านปัญหาการขาดแคลนน้ำ อุณหภูมิร้อนจัด และความแห้งแล้ง บริษัทต่าง ๆ ได้ช่วยกันขจัดปัญหา ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำ เช่น นมพืชไร้น้ำในรูปแบบผง เนื่องจากการขนส่งน้ำครั้งหนึ่งคิดเป็น 90% ของผลิตภัณฑ์ ปล่อย CO2 ขนาดใหญ่ และเพิ่มต้นทุนให้กับผลิตภัณฑ์
4. เห็ดมาเเรง
เห็ดหลายชนิดปลูกได้ง่ายที่บ้านแม้แต่กับคนในเมือง จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการรับประทาน ในปี 2024 เห็ดจะถูกถามถึงมากกว่าเนื้อสัตว์ เนื่องมาจากเทรนด์ที่คนหันไปรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ด้วยเมนู เช่น เบคอนเห็ดหอม เนื้อย่างเห็ด ไส้กรอกเมเปิ้ลที่ทำจากเห็ด
5. ถึงเวลาแห่งผัก
ร้านอาหารสายคลีนเน้นผักจะมาเเรงในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากเทรนด์รักสุขภาพ เเละอีกส่วนมาจากการที่ผู้บริโภคเริ่มเข้าใจวิธีการประกอบอาหารที่ใช้ผักหลากหลายวิธียิ่งขึ้นแล้ว
6. Dinner in a drink อาหารเเละเครื่องดื่มจะชูรสซึ่งกันเเละกัน
Lauren Paylor O’Brien นักผสมเครื่องดื่มที่เป็นผู้ชนะรายการ Drink Masters ซีซั่น 1 ทาง Netflix ให้การคาดการณ์ว่าในปี 2024 จะได้เห็นการผสมผสานการทำอาหารเข้ากับการดื่มสุรามากขึ้น กล่าวคือ การทำอาหารจะถูกผสมผสานเข้ากับการดื่มสุราในแบบช่วยชูความโดดเด่นให้แก่กัน
เป็นรูปแบบเครื่องดื่มที่ใช้รสอาหารมาช่วยบาลานซ์ ตัวอย่าง Savory Project ในฮ่องกง มีรายการเครื่องดื่มที่ใช้ส่วนผสม เช่น เนื้อวัว แกลบข้าวโพดย่าง กระเทียมหอม และเห็ดหอม เเต่ออกมาเป็นเครื่องดื่มค็อกเทลที่รสชาติดีเกินคาด
7. ดื่มเพียงเพื่อเข้าสังคม ไม่ใช่ดื่มหัวราน้ำ
ในปี 2024 เป็นการดื่มเพื่อเข้าสังคม และลองลิ้มรสเครื่องดื่มแปลกใหม่ โดยทิ้งการดื่มแบบจัดหนักไปก่อน
การดื่มแอลกอฮอล์จะยังถูกขีดเส้นระหว่างเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์เเละไม่มีเเอลกอฮอล์อย่างชัดเจน ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงจะมองหาเครื่องดื่มทางเลือกใหม่ ที่เป็นสิ่งที่เรียกว่า “เครื่องดื่มทางเลือก” ที่มีความซับซ้อนด้านปริมาณแอลกอฮอล์ ตัวอย่าง ไวน์ไม่มีแอลกอฮอล์ เบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ มีชาและสารสกัดเพื่อชดเชยให้ร่างกายที่สูญเสียไปในระหว่างกระบวนการกำจัดแอลกอฮอล์
8. รสชาติ ส่วนผสม และสีสัน แบบ Funky
แนวโน้มปี 2024 ธีมของอาหารจะนำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาสร้างสีสันเเบบดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงสารให้สีที่เป็นเคมี ไม่เพียงเเค่ในอาหารเเต่ยังรวมไปถึงในเครื่องดื่ม ขนมอบ ไอศกรีม ของว่าง ฯลฯ เพิ่มสีสันบนจานด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ อาทิ กุหลาบ ลาเวนเดอร์ และไวโอเลต เพื่อให้อาหารมีสีสันดึงดูด เเต่มาพร้อมสุขภาพที่ดี
อ้างอิง : TIME
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
