Dtac Reward ป้ายฟ้าทั่วไทย ผลสำเร็จที่ให้ลูกค้ามากกว่าตั๋วหนังในห้างสรรพสินค้า

ปัจจุบัน โอเปอเรเตอร์สัญญาณมือถือ ไม่ได้แข่งขันเพียงแค่เรื่องสัญญาณเท่านั้น การทำ CRM เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์แบรนด์ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญที่แบรนด์ต้องทำ เฉกเช่นเดียวกับ Dtac หนึ่งในโอเปอเรเตอร์ใหญ่ของเมืองไทยที่ได้เปิดแคมเปญ Dtac Reward ตั้งแต่ปี 2011 และได้เริ่มขยายจนปัจจุบันกล่าวได้ว่า Dtac Reward เข้าถึงในระดับตำบลทั่วประเทศไทย

Dtac Reward จากแลกตั๋วหนัง สู่ Lifestyle ทั่วประเทศ

เพ็ญพงา สุทธิมณฑล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า “ปัจจุบันดีแทคได้รุกหน้าการทำ CRM เป็นอย่างมากโดยเราใช้ป้ายฟ้าในการนำเสนอ Dtac Reward ซึ่งเราเป็นเพียงเจ้าเดียวที่เข้าไปทำ Reward ตามร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านอร่อย ที่ลูกค้าแนะนำมาที่เป็นร้านท้องถิ่น ในจังหวัดนั้นๆ ด้วย กล่าวได้ว่าเราคือ Reward ที่เข้าถึงในระดับตำบลเจ้าแรกของไทย”

“ถ้าถามว่าความสำเร็จของเริ่มต้นจากไหน เราบอกได้เลยว่าทุกอย่างเริ่มจากตั๋วหนังกับ SF ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกค้ารู้จักและมีการใช้ Reward ซึ่งปัจจุบันการทำ Reward ของเราได้ขยายออกไปเป็นอย่างมากเรามีจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตร 25,000 ร้านค้า ซึ่งเติบโตขึ้น 5 เท่าจากปี 2016 ที่เรามีเพียง 5,000 ร้านค้า โดยในปี 2561 นี้เราได้ตั้งเป้าเพิ่มพันธมิตรให้ถึง 3 หมื่นร้านค้า ในจังหวัดหลักๆที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้มากขึ้นกว่าที่มีอยู่ ใน 20 จังหวัดทุกภาคทั่วประเทศไทย เช่น ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี อยุธยา พิษณุโลก ขอนแก่น บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สงขลา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เป็นต้น”

โดยเป้าหมายของดีแทค คือ เพิ่มจำนวนร้านค้าพันธมิตรของท้องถิ่นให้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารท้องถิ่น ร้านกาแฟ หรือร้านอร่อยต่างๆ เพื่อให้รองรับให้ได้ทั้งลูกค้ารายเดือนและเติมเงินทั่วทุกภาค จุดยืนของเรา คือ ไม่มีคะแนน ไม่ต้องใช้อะไรแลก และง่าย กดรับสิทธิได้เลยจากมือถือ หรือเข้าไปกดได้จากดีแทค แอป ก็จะเห็นสิทธิพิเศษที่รวบรวมมาไว้ให้ลูกค้าเห็นร้านค้าและสิทธิทั้งหมดได้เลย

“เรายืนยันที่จะไม่ทำการสะสมแต้มเพราะเราต้องการให้ลูกค้าทุกคนได้ใช้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแต้ม”

ป้ายฟ้า กลยุทธ์ Below-The-Line ที่เป็นให้มากกว่าช่องทาง Online

จากการสำรวจพบว่าลูกค้าดีแทคไม่ได้ใช้งานแค่ที่ห้างสรรพสินค้า โดยลูกค้าดีแทคที่อยู่ในต่างจังหวัดหรือเดินทางท่องเที่ยวก็มีการใช้งานที่มากไม่แพ้กัน อย่างลูกค้าที่อยู่ในต่างจังหวัดพวกเขาแถบไม่ได้ใช้ช่องทาง Online ในการรับสิทธ์เลย ดังนั้นการที่ดีแทคทำป้ายฟ้าที่เป็น Standee, Tent Card ตามร้านค้าพันธมิตร หรือป้าย PR ต่างๆไม่ว่าจะตามรถสองแถว ตามรถขนส่งท้องถิ่นในเมืองต่างๆ ก็เป็นเพื่อเป็นการยืนยันว่าดีแทคได้เข้ามาถึงแล้ว ลูกค้าดีแทคสามารถกดรับสิทธ์ส่วนลดได้เลย

ซึ่งการทำส่วนลดถือว่าเป็นจุดต่างของเรากับแบรนด์อื่นๆ เพราะเราไม่ต้องใช้แต้ม แค่กดรับสิทธ์ก็ใช้ส่วนลดได้เลย โดยลูกค้าปกติหรือเติมเงินก็สามารถใช้ส่วนลดตามที่กำหนดได้ เพียงแค่เห็นป้ายฟ้า ที่มีคำว่า สำหรับลูกค้าดีแทคทุกคน ต่อให้ไม่ได้เป็น Blue Member, Gold Member หรือ Silver Member ก็สามารถใช้ได้ทุกเลขหมาย โดยระบบเติมเงินก็สามารถใช้ได้

สำหรับด้านการสื่อสารกับลูกค้าระบบเติมเงิน ปัจจุบันมีการใช้งานเพียงแค่ 2 แสนราย เราได้ใช้ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ กับโฆษณา “ใจดี” เพื่อสื่อสารว่าลูกค้าของดีแทคทุกเลขหมายสามารถใช้ Dtac Reward ได้ โดยเน้นย้ำคำว่า “เติมเงินก็ใช้ได้นะ” เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าระบบเติมเงินได้ใช้ Reward ด้วย

ด้านลูกค้าของดีแทคมีจำนวน 22.04 ล้านเลขหมาย (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2561) แบ่งเป็น เติมเงิน 16.7 ล้านเลขหมาย รายเดือน 5.34 เลขเหมาย โดย ณ ตอนนี้มีผู้ถือ dtac Reward แบ่งเป็น Blue Member 270,000 ราย Gold Member 2.3 ล้านราย และ Silver Member 10 ล้านราย โดยภายใน 3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตสูงถึง 40% และมีลูกค้าอื่นๆอีก 11 ล้านราย ที่เป็นลูกค้าปกติ  และสำหรับการกด Redeem ปัจจุบันมีการกดรับมากถึง 14 ล้านครั้ง โดยใน 2561 นี้ ดีแทค ตั้งเป้าเติบโตการ Redeem สิทธ์ไว้ที่ 20% ซึ่งปัจจุบันลูกค้ากดใช้สิทธ์ที่ Café Amazon มาเป็นอันดับหนึ่ง (ลด 10 บาท 200,000 แก้วต่อเดือน) รองลงมาคือ Swensen, MK และ SF ตามลำดับ


 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer