ในยุคที่มีคอนเทนต์อัพโหลดขึ้นบนสื่อออนไลน์ทั้งจากตัวแบรนด์สินค้าต่างๆ เอง จากบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือจากบุคคลทั่วไปวันละหลายสิบหลายร้อยคอนเทนต์ การจะตรึงให้คนดูคอนเทนต์ของเราจนจบ โดยที่ไม่กด skip ข้ามไป นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเป็นโฆษณาจากแบรนด์ที่ต้องการขายของหรือสื่อสารแนวคิดต่างๆ ของแบรนด์แล้ว หลายคนอาจจะตั้งท่ากด skip ตั้งแต่ยังไม่พ้น 5 วินาทีแรก

แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เมื่อกลุ่มมิตรผล ฉีกกฏการสร้างแบรนด์แบบเดิมๆ หันมาตอกย้ำถึงความใส่ใจและเชื่อมั่นในคุณค่าของคน ด้วยหนังสั้น ที่นำแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงมาผูกกับความตลก สร้างเสียงหัวเราะในโฆษณาออนไลน์เรื่อง ‘อ้ายสาคร’

หากนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการมาปีนี้นับเป็นปีที่ 60 ของกลุ่มมิตรผล และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดโฆษณาออนไลน์เรื่อง ‘อ้ายสาคร’ ที่ปล่อยออกมาเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์และนำเสนอปรัชญาในการดำเนินงานของกลุ่มมิตรผล

โดยที่ไม่ใช่โฆษณาขายน้ำตาล ไม่ใช่สารคดีต้นกำเนิดธุรกิจมิตรผล ไม่โชว์ความเป็นเจ้าตลาดของตัวแบรนด์ แต่เป็นคลิปที่ปล่อยเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของกลุ่มมิตรผล และเป็นคลิปที่อยากสร้างแรงบันดาลใจดีๆให้กับคนไทยอย่างแท้จริง

‘อ้ายสาคร’ หนังสั้นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของ “สาคร มูลโพนงาม” พนักงานคนหนึ่งของกลุ่มมิตรผล ซึ่งทำงานในตำแหน่งพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน มีหน้าที่ช่วยให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชน ให้ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องเกษตรผสมผสานในการทำไร่อ้อย

โดยในคลิป จะเล่าถึงชีวิตของสาคร ที่มักจะถูกตัดสินจากภายนอก เพราะเขาไม่เหมือนกับคนอื่น เขาเลยต้องพยายาม ทุ่มเทและมุ่งมั่นกับการทำงาน เพื่อพิสูจน์ตัวเอง

หลังจากที่ปล่อยคลิปออกมาไม่ถึง 3 อาทิตย์ บนเพจ Mitr Phol Sugar มียอดการชมคลิปถึง 1.6 ล้านครั้ง และมียอดแชร์มากกว่า 16,500 ครั้ง ในขณะที่ยอดคนดูรวมทุกเพจบนเฟซบุ๊ก มีมากถึง 10 ล้านครั้ง และแชร์เกือบ 2 แสนครั้ง ซึ่งเท่ากับมีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ได้ดูคลิปนี้ และมี engage กับคลิปมากถึง 26%

นอกเหนือจากตัวเลขของ reach และ engagement แล้ว สิ่งที่สำคัญที่ทำให้เห็นว่าคลิปวิดีโอตัวนี้ประสบความสำเร็จคือ คอมเมนต์ที่ชาวโซเชียล ทั้งไทยและจีนแสดงความคิดเห็นกันเข้ามา มากกว่า 90% เป็นคอมเมนต์ในเชิงบวก ชื่นชมคลิปโฆษณา เนื้อหา ตัวนักแสดง ชื่นชมถึงแบรนด์มิตรผล ซึ่งไม่ใช่แค่คำชื่นชม แต่นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภครับรู้และเข้าใจสารที่กลุ่มมิตรผลต้องการจะสื่อออกมา

สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวคลิปแทบไม่ได้พูดถึงแบรนด์เลย ไม่ได้ใส่สินค้าลงไปในเนื้อหาเสียจนผู้ชมอึดอัดอยากจะกดปิด แต่กลับค่อยๆ ใส่ประเด็น ‘เชื่อมั่นในคุณค่าของคน’ และปูภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ เว้นช่องว่างให้ผู้ชมค่อยๆ ซึมซับไปพร้อมกับเนื้อหาที่เข้าใจง่าย

ถือว่าคลิปนี้นอกจากจะประสบความสำเร็จในแง่ของความไวรัลแล้ว ยังประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ตอกย้ำให้ผู้บริโภคเห็นถึงปรัชญาขององค์กร นับเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 ได้อย่างน่าสนใจ