‘กฎข้อแรกของแรงดึงดูด’ (Law of Attraction) คือ ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนมีแรงดึงดูดเป็นของตัวเอง และแรงดึงดูดที่ว่าจะดึงดูดสิ่งที่คล้ายกันเข้าหากันเสมอ เช่นเดียวกับแคมเปญชิ้นล่าสุด “This brings me here” (ดิส บริง มี เฮียร์) จาก เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่คว้าสไตล์ไอค่อนระดับโลกอย่าง “คิโกะ มิซูฮาระ” (Kiko Mitzuhara) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่งจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ใจกลางกรุงเทพมหานคร เติมเต็มทุกความต้องการที่แตกต่าง

แคมเปญ This brings me here เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ประเดิมสร้างกระแสความฮือฮา ด้วยการเลือก ‘Kiko Mizuhara’ นางแบบ/นักแสดง สไตล์ไอค่อนชื่อเสียงในระดับโลก (ปัจจุบันมีผู้ติดตาม IG จำนวน 4.3 ล้านคน) มาเป็นตัวแทนถ่ายทอดประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยมและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร

ด้วยบุคลิกที่โดดเด่นของสาวมั่นเป็นตัวของตัวเองอย่างเด่นชัด บวกกับความสามารถในหลายๆ ด้านทั้งงานแสดง บทบาทแฟชั่นดีไซเนอร์ ไปจนถึงผลงานเดินแบบบนรันเวย์ระดับโลก ทำให้สาวน้อยลูกครึ่งอเมริกัน-เกาหลีคนนี้ สามารถถ่ายทอดคาแร็คเตอร์ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในฐานะอาณาจักรแห่งผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ระดับสากลที่แตกต่างด้วยศิลปะและรสนิยมที่ถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษได้อย่างชัดเจน

The retail beacon of Bangkok

นอกจากนั้น เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ยังเปิดตัวไฮไลท์ 2 โซนไลฟ์สไตล์ใหม่สุดล้ำ ‘Open House’ (โอเพ่น เฮ้าส์) และ ‘SIWILAI CITY CLUB’ (ศิวิไล ซิตี้ คลับ) รวมถึงโรงแรม ‘Park Hyatt Bangkok’ (พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ) ที่พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนพ.ค.นี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักช้อปจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งไลฟ์สไตล์, แฟชั่น, อาหารหลากเชื้อชาติ, ดนตรี, ศิลปะ และงานดีไซน์จากศิลปินชื่อดังทั่วโลก ฯลฯ

ทั้งหมดนี้จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ระดับโลก

ความโดดเด่นคือการเปิดตัวพื้นที่ใหม่ 2 โซนหลัก คือ Open House พื้นที่สร้างสรรค์และเชื่อมโยงความสุขของทุกเจเนอเรชั่น ในคอนเซ็ปต์ “Co-Living Space” บนชั้น 6 ที่รายล้อมไปด้วยองค์ประกอบของไลฟ์สไตล์ที่สร้างสรรค์ทั้งหนังสือ ศิลปะ อาหาร งานดีไซน์ ไปจนถึงสนามเด็กเล่นสำหรับครอบครัว และยังมีส่วนของพื้นที่ทำงานแบบ Co-Thinking Space ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่พร้อมริเริ่มไอเดียต่างๆ ได้ทุกที่ ด้วยบรรยากาศวิวทิวทัศน์ 360 องศา และยังเชื่อมต่อถึงโรงภาพยนตร์ระดับ VIP ที่ดีที่สุดในประเทศไทย อย่าง Embassy Diplomat Screen by AIS และทางเชื่อมสู่การนอนพักผ่อนระดับเวิลด์คลาสที่โรงแรมปาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

เป็นการรวมความหมายการใช้ชีวิตสมบูรณ์แบบ Eat-Live-Sleep ไว้อย่างลงตัว และเตรียมเปิดตัว SIWILAI CITY CLUB โซเชียลคลับที่ต้อนรับทุกคน บนชั้น 5 ซึ่งเป็นส่วนขยายของศิวิไลที่เน้นเรื่องไลฟ์สไตล์, อาหาร และเครื่องดื่มสุดพิเศษ รวมไปถึงโปรแกรมเอ็นเตอร์เม้นท์ที่จัดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้เป็นสถานที่แห่งการพักผ่อน สังสรรค์กับเพื่อนฝูงและครอบครัว มีจุดเด่นอยู่ที่วิวรูฟท็อป (roof top) ใจกลางกรุงเทพฯ โดยจะเปิดให้บริการในเดือน มี.ค.

นอกจากนั้น เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ยังเพิ่มความหลากหลายทั้งแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ทยอยเปิดร้านใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น MCM, Alice and Olivia, Topshop, MUJI ด้วยคอนเซปต์สโตร์ใหม่ล่าสุด และคัดสรรไอเท็มยูนีคไม่ซ้ำกับสาขาอื่น ไปจนถึงอีกหลากหลายแบรนด์ดังที่กำลังจะตามมาในอนาคต รวมถึงร้านอาหารชื่อดังอย่าง Another Hound Café, ส้มตำนัว และ Siwilai Café ตลอดจนการนำเสนอกิจกรรมทางการตลาดทั้งอีเว้นท์และโปรโมชั่นที่หลากหลาย สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการที่สุดพิเศษ ภายใต้การออกแบบภายในที่สวยงามทันสมัยและอบอุ่น ในขณะที่ดีไซน์ภายนอกอาคารมีความโดดเด่นสะดุดตา สื่อถึงพลังของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์ สำหรับลูกค้าทุกเพศทุกวัยที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว

ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “This Bring Me Here” ไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ถึงความสมบูรณ์แบบในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ทุกเพศทุกวัย ทั้งกลุ่มเทรนด์เซตเตอร์ กลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ชื่นชอบสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์แต่ยังเข้าถึงได้ง่าย โดยจะเป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นว่า ทุกคนมีเหตุผลในการเดินทางไปในที่ต่างๆแม้แต่สไตล์

ไอค่อนระดับโลก ‘คิโกะ’ เองก็เช่นกัน ถึงแม้ประเทศไทยมีสถานที่ช้อปปิ้งมากมาย แต่เธอเลือกที่จะเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพื่อการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ใช้เวลากับคนรัก กับครอบครัว การรับประทานอาหาร หรือการช้อปปิ้งกับโปรโมชั่นดีที่สุด การมอบของขวัญ การสร้างเซอร์ไพรส์ การชมศิลปะ ฯลฯ ทำให้ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี คือ เดสทิเนชั่น (Destination) สถานที่ลำดับแรกในหัวใจของทุกคนเสมอ

และเชื่อว่าทุกคนจะมาสัมผัสและพบคำตอบด้วยตัวเอง ว่าทำไม ‘คิโกะ’ และทุกคนถึงได้มาที่นี่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

มาร่วมติดตามหาคำตอบด้วยกัน กับวิดีโอเบื้องหลังการถ่ายทำแคมเปญ “This brings me here” โดย เต๋อ- นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ พร้อมแชร์เรื่องราวและประสบการณ์ดีๆร่วมกับ Central Embassy ผ่าน #thisbringsmehere ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/centralembassy และ Instagram @centralembassy

 


ทำความรู้จักกับ Kiko Mizuhara (คิโกะ มิซูฮาระ)

คิโกะ สาวสุดชิคลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน (คุณพ่อเป็นอเมริกัน คุณแม่เป็นเกาหลี) วัย 27 ปี มีชื่อจริงว่า AudrieKiko Daniel เกิดเมื่อ 15 ตุลาคม 1990 ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา แต่ไปเติบโตและใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ อายุ 2 ขวบ เธอเข้าวงการนางแบบ ตอนอายุ 13 ปี ในชื่อ Mizuhara Kiko โดยได้ลงปกนิตยสาร Seventeen เมื่อปี 2003 และในปี 2007 เธอได้ลงปกนิตยสาร ViVi จนได้รับเชิญร่วมเดินแบบในงาน Tokyo Girls Collection ซึ่งเป็นงานแฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ จัดขึ้นทุกสองปี มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คน ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่น จนได้รางวัลนางแบบยอดนิยมของญี่ปุ่นไปครอง นอกจากนี้ ผลงานการเเสดงเรื่องเเรกของ คิโกะ จากเรื่อง “Norwegian Wood” (ปี 2010) และAttack on Titan (ผ่าภิภพไททัน) (ปี 2015) ยังทำให้เธอโด่งดังกลายเป็นที่รู้จัก ทั้งในประเทศญี่ปุ่น เเละทั่วโลกอีกด้วย

ไม่เพียงความสามารถในการเเสดง และถ่ายแบบเท่านั้น ด้วยสไตล์การเเต่งตัวของเธอ บวกกับใบหน้าที่ดูชิค เปรี้ยว เฉี่ยว ทำให้เธอได้รับความนิยมจากแฟนคลับเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความสวยเก๋แบบเอเชียกับสไตล์การแต่งตัว และทรงผมบ๊อบที่เข้ากับรูปหน้า เธอกลายเป็นคนที่ทำให้ทรงผมบ๊อบกลับมาฮิตทั่วโลกอีกครั้ง และด้วยรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอนี้เอง ทำให้คิโกะโดดเด่น และอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการแฟชั่นสากล หลายแบรนด์ต่างให้ความสนใจดึงเธอไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เครื่องสำอาง เสื้อผ้าแฟชั่น รวมทั้งแบรนด์แฟชั่นสุดหรูอย่าง Chanel นอกจากนี้ คิโกะยังได้รับเชิญขึ้นปกนิตยสารชื่อดัง อาทิ Vogue, Nylon, Grazia ฯลฯ

ด้วยความมีเสนห์ดึงดูดในแง่ของการเป็นแฟชั่นไอคอนหน้าตาเอเชียแบบอินเตอร์ มีความสวยที่น่าค้นหา ขี้เล่น แสนซน จึงทำให้กิโกะเป็นที่กล่าวถึง และได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer