เบอร์เกอร์คิง จะโตได้ต้องเอาใจ Local ด้วย กรณีศึกษา เบอร์เกอร์หมูกระทะ

คนไทยไม่ได้รับประทานเบอร์เกอร์ทุกวัน

แต่รับประทานหมูกระทะได้ทุกวัน

เมื่อลูกค้าชาวไทยต้องการรับประทานเมนูท้องถิ่นที่หาได้จากแบรนด์ต่างประเทศ เพื่อหาจุดตัดความลงตัวระหว่างการรับประทานอาหารอเมริกันกับรสชาติไทยแท้

คุณเจริญชัย บำรุงวงศ์ทอง Marketing Director บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า ตลาดเบอร์เกอร์ 9,500 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8.5% และปีที่ผ่านเบอร์เกอร์คิงเติบโตแบบ double digit  แต่เบอร์เกอร์ไม่ใช่อาหารหลักของผู้บริโภคชาวไทย และในมื้อหนึ่งยังเป็นสัดส่วนน้อยที่จะนึกถึงเบอร์เกอร์เมื่ออยากรับประทานอาหาร

เพราะคนท้องถิ่นคุ้นชินกับรสชาติอาหารของประเทศตนเอง  ในหนึ่งวันอย่างน้อยต้องมี 1 มื้อที่คนต้องได้รับประทานอาหารรสชาติไทยแท้ และอาหารที่สื่อถึงความเป็นแก่นแท้แบบไทยสไตล์ คงจะหนีไม่พ้น ‘หมูกระทะ’ เป็นเมนูที่คนส่วนใหญ่เอาไว้รับจบทุกอย่าง นึกอะไรไม่ออกบอกหมูกระทะไว้ก่อน บางท่านสามารถกินหมูกระทะได้ทุกวัน  ส่งผลให้การกินปิ้งย่างสไตล์ไทย ๆ นี้ กลมกลืนและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารไทยไปเรียบร้อยแล้ว

หมูกระทะถือว่ามีดีมานด์ที่น่าสนใจ และตรงกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความแปลกใหม่

ดังนั้น การจะเดินหน้าเจาะฐานกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยเพิ่ม แบรนด์ต้องมีเมนูที่อยู่ในความนิยมของคนท้องถิ่น เป็นที่มาของ “เบอร์เกอร์หมูกระทะ” เมนูเบอร์เกอร์ใหม่ที่พัฒนามาจากอินไซด์ของผู้บริโภคคนไทย หนึ่งในเมนูจากแคมเปญ “ลิ้นไทยต้องรสไทยแท้”

โดยที่แคมเปญนี้ได้เปิดตัวเมนูแรกของแคมเปญประเดิมด้วย การพัฒนาเมนูยอดฮิตอย่าง ‘ไก่ทอดหาดใหญ่โคตรหอมเจียว’

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยได้เพิ่มปริมาณหอมเจียวมากขึ้นถึง 3 เท่า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่ชื่นชอบการรับประทานหอมเจียว ซึ่งปัจจุบันยังได้รับกระแสตอบรับดี

ก่อนหน้านี้ก็มีการนำเสนอเมนูรสชาติถูกปากคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งเมนูโจ๊ก เมนูไก่ทอดหาดใหญ่ หรือเมนูของหวานอย่างพายขนมครก

หลังการเปิดตัวแคมเปญเบอร์เกอร์คิงมีฐานผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 10% จำนวนการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 20% ซึ่งแคมเปญนี้จะเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่จะมาช่วยต่อยอดขยายฐานผู้บริโภคให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

สำหรับเบอร์เกอร์หมูกระทะ โดดเด่นด้วยซอสสูตรพิเศษที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้รับประทานเมนูหมูกระทะจากหน้าเตาในบรรยากาศสไตล์ฟิวชัน โดยมีให้เลือก 2 เมนู ได้แก่

ซิงเกิ้ล หมูกระทะ เบอร์เกอร์ ราคา 89 บาท และดับเบิ้ล หมูกระทะ เบอร์เกอร์ ราคา 149 บาท ที่จะมาตอบโจทย์ผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน

นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษข้าวหมูย่างซอสหมูกระทะ ราคา 79 บาท เพื่อเป็นเมนูทางเลือกเพิ่มเติม เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2567 จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ที่ร้านเบอร์เกอร์คิงทุกสาขา (ยกเว้นสาขาท่าอากาศยานและสาขาท่องเที่ยว)

ด้วยความที่เบอร์เกอร์คิงอาจมาช้ากว่าแบรนด์คู่แข่ง จึงต้องเร่งสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งตัวเลขของ Brand Awareness ก็ดีขึ้นตามลำดับอย่างต่อเนื่อง

อย่างเช่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้เปิดตัวเสื้อสงกรานต์ที่นำไก่ทอดหาดใหญ่มาเรียงร้อยในรูปแบบของเสื้อลายดอก การทำสื่อเต็นท์การ์ดให้กับร้านอาหารท้องถิ่นที่หยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ การเปิดตัวรถกุ๊กกุ๊กไก่ทอดหาดใหญ่ที่ช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นความสนใจจากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายท้องถิ่นได้อย่างกว้างขวาง และการมอบส่วนลดในเมนูไก่ทอดหาดใหญ่สำหรับผู้ที่เดินทางโดยสารสายการบินทั้งในและต่างประเทศในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาอีกด้วย

ด้านสัดส่วนลูกค้าไทยแม้จะอยู่ในระดับ 60% แต่เมื่อต้นปีที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในต่างประเทศมากขึ้น สัดส่วนของลูกค้าจึงเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

ปัจจุบัน เบอร์เกอร์คิง มีสาขารวมทั้งสิ้น 123 สาขา รวมสาขาในสนามบิน ซึ่งเป็นสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 70% ขณะที่สาขาต่างจังหวัดมีเพอร์ฟอร์เเมนซ์ค่อนข้างทรงตัว  จึงต้องลอนช์เมนูไทยดึงลูกค้าโลคอล

ด้านค่าใช้จ่ายต่อบิล ตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 300 บาท ขยับขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 290 บาท

คุณชนินทร์ นาคะรัตนากร Senior Digital Marketing Manager บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดเบอร์เกอร์มูลค่า 9,500 ล้านบาท อัตราการเติบโตอยู่ที่  8.5% เบอร์เกอร์คิงเติบโตกว่าตลาดที่ double digit ขณะที่ตลาดไก่ทอด 35,000 ล้านบาท ซึ่งเบอร์เกอร์คิงมีไก่ทอดเป็นเมนูประจำแล้ว

ยอดขายหลักยังคงมาจาก whopper เป็นหลัก แต่การลุยเจาะกลุ่มตลาดไทยมากขึ้น ทำให้เบอร์เกอร์ปลา เบอร์เกอร์ไก่ขยับขึ้นมาใกล้เคียงเบอร์เกอร์เนื้อ

หลังจากแคมเปญ “ลิ้นไทยต้องรสไทยแท้” จะมีแคมเปญอื่น ๆ อีก 4 เมกะแคมเปญตามมา

คาดว่าการลอนช์แคมเปญจะช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้างมากขึ้น และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค พร้อมช่วยทำให้ภาพรวมของการดำเนินธุรกิจในปี 2567 มีการเติบโต คู่ไปกับการเพิ่มจำนวนฐานสมาชิกชาวไทยให้ได้ 25% โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยให้เป็นตามเป้าหมายที่วางไว้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer