จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของ ภูริ์ บัณฑิตกุล คือการที่เขาตัดสินใจลาออกจากการเป็นวิศวกรของบริษัทยักษ์ใหญ่ มาทำธุรกิจเอง ร่วมกับน้องชาย (ภาม บัณฑิตกุล) เริ่มจากการเปิดโรงแรมแมว “หน้าแมว” “เพจหน้าแมว” และ “Nhamaew Pet Ai” (หน้าแมวเพ็ทเอไอ)

แรงจูงใจของพวกเขามาจากการที่เป็นคนรักสัตว์และเป็นทาสแมวอยู่แล้ว แต่จุดเปลี่ยนคือการได้เจอกับ น้องแมวจร 2 ตัว คือ “แต้ม” และ “เมิร์ฟ”  จนทำให้เกิดเป็น “หน้าแมวกรุ๊ป” ขึ้นมา

จากความรักกลายเป็นธุรกิจได้อย่างไร ตามไปฟัง ภูริ์ หนึ่งในวิทยากร ‘น้อนน Economy กับปรากฏการณ์น้อนกลายเป็นครอบครัวของนุด’ ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 สยามพารากอน เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา

ภูริ์ บัณฑิตกุล จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เริ่มงานเป็นวิศวกรอยู่ที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) แก่งคอย ประมาณ 3-4 ปี แล้วได้ลาออกมา ท่ามกลางคำถามของคนรอบตัว ลาออกทำไม บริษัทใหญ่เข้าก็ยาก หน้าที่การงานก็มั่นคงอยู่แล้ว

อย่างที่บอกว่า passion ของเขาเกิดขึ้นเพราะความผูกพันที่มีต่อบรรดาน้องแมวจร แมวหาบ้าน ที่เริ่มจาก 1 ตัวจนตอนนี้งอกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็น 7 ตัว

และในที่สุดเพนพอยต์ของตัวเองก็กลายไปเป็นธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาให้ทาสแมวคนอื่น ๆ ด้วย

โรงแรมแมว “หน้าแมว” เกิดขึ้นในวันที่หลายคนไม่รู้ว่าโรงแรมแมวมีอยู่จริง  

จากปัญหาที่ว่าเวลาไม่อยู่บ้านไม่รู้จะเอาแมวไปฝากใคร ปล่อยให้อยู่กันเองก็ห่วง และคิดว่าทาสแมวหลาย ๆ คนคงเจอปัญหาเดียวกัน ในขณะที่บ้านเราเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อนนั้นโรงแรมแมวยังมีน้อยมาก หลายคนไม่คิดว่าโรงแรมแมวมีอยู่จริง

เมื่อตัดสินใจจะทำโรงแรม รู้ล่ะว่าโรงแรมแมวมีความจำเป็น แต่นั่นคือความคิดเรา แล้วคนอื่น ๆ ล่ะมองเห็นความจำเป็นของการมีโรงแรมแมวเหมือนเราหรือเปล่า เลยเริ่มสำรวจความต้องการอย่างจริงจังทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ เสาร์อาทิตย์วันหยุดงานผมกับน้องชายก็ไปยืนแจกแบบสอบถามพูดคุยกับบรรดาทาสแมวด้วยตัวเอง”

ประเด็นหลัก ๆ ในแบบสอบถาม คือ ถามเหตุผลของคนเลี้ยงแมวว่าจะฝากเลี้ยงกับโรงแรมหรือไม่ ฝากเพราะอะไร ไม่ฝากเพราะอะไร และถ้าฝากโรงแรมแมวที่ต้องการควรเป็นอย่างไร

จนกระทั่งสรุปมาได้ 4 ปัจจัยหลักในการทำโรงแรมแมว คือ

1. ตัวตนของเจ้าของโรงแรมหรือผู้ดูแลแมว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ให้รู้ว่าคนที่เขาจะเอาลูกของเขามาฝากเลี้ยงนั้นเป็นใคร มีความรู้เรื่องแมวจริงแค่ไหน และที่สำคัญเป็นคนรักแมวหรือไม่

การสร้างเพจหน้าแมวจึงเกิดขึ้นเพราะสาเหตุนี้ เพจหน้าแมวเป็นเพจที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเลี้ยงแมว ผ่านบทความและอินโฟกราฟิก และน่าจะเป็นเพจแรก ๆ ที่โฟกัสเรื่องให้ความรู้สำหรับทาสแมวเป็นหลักเมื่อหลายปีก่อน

เพจหน้าแมวก็ยังเป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสารตัวโรงแรมแมวหน้าแมวต่อบรรดาทาสแมวในเวลาต่อมาด้วย

2. เรื่องสถานที่ ที่ต้องให้ความสำคัญมาก ๆ ตั้งแต่ขนาดของห้อง การคัดเลือกวัสดุ เครื่องใช้ทุกอย่างในโรงแรม ต้องอิงกับความต้องการของน้องแมวเป็นหลัก ต้องเข้าใจว่าแมวเป็นสัตว์ชอบปีนป่าย เคลื่อนที่ ในขณะเดียวกันต้องมีมุมให้เขาซ่อนตัวได้ด้วย รวมทั้งต้องมีความโปร่งโล่ง ไม่แออัด สะอาด ปลอดภัย และต้องมีระเบียบปฏิบัติร่วมกันของเจ้าของแมวแต่ละบ้านด้วย

3. โลเคชั่น เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญ คือ ต้องไม่ไกลจากบ้านตัวเองมากนัก

4. การตั้งราคาให้เหมาะสม ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการจับลูกค้ากลุ่มไหน กลุ่มรายได้สูงที่ต้องการความพรีเมียม หรือกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลาง ที่ไม่ต้องการความพรีเมียมขนาดนั้น

เมื่อสามารถตอบโจทย์ตัวเองทั้ง 4 ข้อนี้ได้ ทำให้โรงแรมสามารถมีลูกค้าเข้าพักและได้รับการรีวิวเชิงบวกจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง บนแพลตฟอร์มทั้ง Facebook และ Google

สำหรับปัญหาและความท้าทายในช่วงแรก ๆ ของการทำโรงแรมแมวนั้น ภูริ์ สรุปไว้ว่า

1. คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักโรงแรมแมว ไม่เข้าใจธุรกิจนี้ ดังนั้น ความไว้วางใจก็ไม่เกิดขึ้น จากคำถามมากมายที่ว่าเอาแมวไปเลี้ยงรวมกันในกรงหรือเปล่า แมวจะทะเลาะกันมั้ย ห้องเป็นพัดลมหรือห้องแอร์ ก็ต้องทำความเข้าใจว่า โรงแรมแมวจะถูกแบ่งเป็นห้อง ๆ ห้องใครห้องคนนั้น ไม่ใช่กรงเล็ก ๆ เปิดแอร์  24 ชั่วโมง มีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ของเล่นประจำทุกห้อง

2. หลังจากเปิดโรงแรมประมาณ 3 เดือนก็เจอกับวิกฤตโควิด-19 ที่โรงแรมแมวก็ต้องปิดเป็นช่วง ๆ ตามคำสั่งรัฐบาลที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยง

“ธุรกิจก็เพิ่งเริ่ม คนยังไม่ค่อยเข้าใจ โดนโควิด-19 เข้าไปอีก ต้องเรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเลยครับ ในช่วงนั้น”

3. ช่วงเทศกาล หรือลองวีคเอนด์ ห้องอาจถูกจองล่วงหน้าเป็นเดือน ในขณะที่วันธรรมดาห้องพักจะว่าง ทำอย่างไรให้คนมาฝากแมวกับเราเรื่อย ๆ แม้จะเป็นวันปกติ ทางออกหนึ่งก็คือต้องเร่งสร้างฐานลูกค้าใหม่ ด้วยการหาช่องทางสื่อสารให้มากขึ้น

แค่ความรักอย่างเดียวไม่พอต้องมีความรู้ด้วย

ทำไม “Nhamaew Pet Ai” (หน้าแมวเพ็ทเอไอ) จึงได้เกิดขึ้น

เมื่อเปิดโรงแรมแมวและทำเพจหน้าแมวที่เติบโตไปพร้อม ๆ กับกระแสของ Pet Family ก็จะพบว่ามีพ่อแม่แมวหน้าใหม่มากมายที่ต้องการความรู้ในการเลี้ยงแมว เกิดคำถามต่าง ๆ ผ่านมาทางเพจหน้าแมว และทางโลกโซเชียลมากมาย ซึ่งคำตอบในโซเชียลบางเรื่องเป็นสิ่งที่น่าห่วง เช่น มีการแนะนำการใช้ยาคนให้กับแมวกินซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก

แรงจูงใจที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ

“ในเมื่อทุกวันนี้การเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงของผู้คนไม่ใช่แค่ให้น้ำให้อาหารอย่างเดียว แต่ต้องการดูแลเรื่องสุขภาพกาย รวมไปถึงการดูแลสภาพจิตใจด้วย ผมเชื่อว่าความรักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ แต่แค่ความรักมันไม่พอ ต้องมีความรู้ด้วย เพื่อให้เราดูแลพวกเขาได้ดีขึ้น เพื่อให้พวกเขาอยู่กับเราได้นานขึ้น

เป็น 2 เหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้เขาเข้าไปศึกษาเรื่อง AI อย่างจริงจัง โดยในช่วงแรกจะโฟกัสไปที่น้องแมวเท่านั้น ปัจจุบันมีเรื่องสุนัข กระต่าย ปลา และนก ตามเทรนด์การเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบันด้วย โดยเปิดให้ถามเรื่องต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มของ Line ได้ฟรี

เรื่องราวของ Technical  AI อาจจะซับซ้อน แต่ภูร์ได้อธิบายให้ฟังง่าย ๆ ว่า

“ถ้าคุณมีเพื่อนที่มีความรู้เรื่องแมว เรื่องสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ อย่างดีมาก ๆ เพราะได้ศึกษาตำรา งานวิจัยต่าง ๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศมาอย่างมากมาย แล้วเขาบอกเราว่าอยากรู้เรื่องอะไรไม่ว่าพฤติกรรม  อาหาร  อาการเจ็บป่วย ถามได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ ไม่มีบอกว่าไม่สะดวก ทำงานอยู่ นอนอยู่ หรือติดคุยกับแฟน  เดี๋ยวโทรกลับนะ เชื่อว่าใคร ๆ ก็อยากมีเพื่อนคนนี้ มีไว้แล้วอุ่นใจ และคนคนนี้ล่ะครับที่ชื่อ หน้าแมวเพ็ทเอไอ”

หลังจากเปิดตัวได้ 10 เดือน Nhamaew Pet Ai มีสมาชิกกว่า 32,000 ราย มีคำถามส่งผ่าน LINE OA เกือบ 2 แสนคำถาม

ยกตัวอย่างจากกว่า 9 พันกว่าคำถามเฉพาะเดือนมกราคม 2567 ที่ผ่านมา จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง 57.1% อาการป่วย และคำแนะนำสุขภาพ 15.5% ปัญหาพฤติกรรม 13.2% โรคเฉพาะทาง 12.4% แนะนำสินค้าและบริการ 1.8%

ซึ่งแต่ละหมวดจะมีข้อมูลที่เจาะลึกลงไปได้อีก เช่น ปัญหาพฤติกรรมส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ปัญหาเรื่องสุขภาพที่ถูกถามเป็นอันดับต้น ๆ คือเรื่องอะไร ซึ่งเมื่อเรารู้ปัญหาต่าง ๆ ของคนเลี้ยงแมวเหล่านี้ก็สามารถนำไปพัฒนาโปรดักต์และเซอร์วิสต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

และที่สำคัญจากเครื่องมือตัวนี้ทำให้เราได้รับทราบปัญหาของสัตว์เลี้ยงแบบเรียลไทม์ รู้ว่าใครกำลังต้องการแก้ปัญหาในเรื่องนี้จริง ๆ

ถามจาก AI แล้วยังต้องการความแน่ใจหรือคำตอบเพิ่มเติมบนแพลตฟอร์มหน้าแมวเพ็ทเอไอยังมีช่องให้คลิกเข้าไปปรึกษาสัตวแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพิ่มเติมจากทีมของ SOPet และ Pettinee ได้อีกด้วย

วันนั้นเขายังให้ผู้ร่วมสัมมนาได้ถามเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของสัตว์เลี้ยง โดยหน้าแมวเพ็ทเอไอจะตอบให้เห็นกันทันทีผ่านจอบนเวทีด้วย

ซึ่งผู้อ่านสามารถทดสอบความสามารถของเจ้า AI ตัวนี้ได้เองฟรีผ่าน @nhamaew.ai

กว่าจะได้หน้าแมวเพ็ทเอไอเวอร์ชันในวันนี้ถูกเทรนนิ่งผ่านยูสเคสกว่า 2 แสนคำถาม เมื่อมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น และส่งคำถามเข้ามามากขึ้นจะทำให้ระบบ AI เรียนรู้ข้อมูลและประมวลผลจนสามารถตอบคำถามและให้คำแนะนำได้แม่นยำมากขึ้นด้วย

ในยุคของข้อมูลอาจจะมีแหล่งในการหาข้อมูลได้จากหลาย ๆ ทางและหน้าแมวเอไอ ก็คืออีกแหล่งหนึ่งที่สามารถหาข้อมูลที่เป็นเคสเฉพาะของตัวเองได้

ภูริ์สรุปว่า

“ผมอยากย้ำว่าหน้าแมวเพ็ทเอไอไม่ได้มาแทนผู้เชี่ยวชาญ มาแทนสัตวแพทย์ แต่เขาคือทางเลือกหนึ่งที่จะมาช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงของเราให้มีความสุขขึ้น และอยู่กับเราได้นานขึ้น ”

 

ดูบน YouTube