นักเตะต่างชาติที่ดังสุดในสายตาชาวเม็กซิโกยุคนี้ ไม่ใช่ทั้งนักเตะชาวยุโรปและอเมริกาใต้ แต่คือ ซน ฮึงมิน กัปตันทีมชาติเกาหลีใต้ 

นักข่าวชาวเกาหลีใต้ของสำนักข่าวโคเรียไทม์ส ที่เดินทางไปรายงานความเคลื่อนไหวและสีสันต่างๆ ของฟุตบอลโลกครั้งนี้ถึงเม็กซิโก หนึ่งในสามเจ้าภาพรวมของการแข่งขัน เผยว่าตนต้องใช้เวลานานกว่าจะได้แก้วน้ำพิมพ์ลายนักเตะรายนี้มาครอง 

เขากล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เริ่มภารกิจตามล่าแก้วลาย ซน ฮึงมิน ในชุดแฮปปี้มีลของแมคโดนัลด์ ในช่วง 11 นาฬิกาตามเวลาเม็กซิโก แต่สารภาพตามตรงว่าเจตนาของตนไม่ได้บริสุทธิ์เท่าไหร่นัก 

เพราะแอบรู้มาว่าแก้วลายซน ฮึงมิน นี้ ไม่มีวางจำหน่ายในเกาหลีใต้ (เนื่องจากซนเป็นพรีเซนเตอร์ให้โดมิโน่ส์พิซซ่าในเกาหลีใต้ จึงติดสัญญาคู่แข่งทางการค้า) มันเลยกลายเป็นของหายากที่น่าซื้อไปขายต่อเพื่อทำกำไรได้ก้อนใหญ่ 

และในฐานะที่เขาเป็นคุณพ่อลูกสอง จึงคิดคำนวณในใจทันทีว่า ถ้านำกลับไปขายได้ ราคาของมันน่าจะช่วยจุนเจือค่าใช้จ่ายในบ้านได้ไม่น้อยเลย 

เมื่อไปถึงร้านแรก เขาเห็นรายชื่อนักเตะในแคมเปญนี้แล้วรู้สึกภูมิใจในฐานะคนเกาหลีใต้จริงๆ เพราะบนโปสเตอร์แก้วลายซน ฮึงมิน วางอยู่ในระดับเดียวกับตำนานนักเตะอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, โรนัลดินโญ่, เธียรี่ อองรี และดาวรุ่งอย่าง ลามีน ยามาล 

ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาชะล่าใจ ว่าท่ามกลางไอคอนระดับโลกขนาดนี้ แก้วของซน ฮึงมิน น่าจะยังมีเหลือเฟือและหาซื้อได้ง่ายๆ แต่มันผิดมหันต์ 

เขาเล่าต่อว่า แมคโดนัลด์ร้านแรกที่ไปถึง แก้วลายอื่นมีครบหมด แม้กระทั่งแก้วของ ซานติอาโก ฮิเมเนซ กองหน้าทีมชาติเม็กซิโกเองก็ยังมีอยู่เต็มชั้น ยกเว้นแก้วลายซน ฮึงมิน ที่หมดเกลี้ยง 

เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงรีบเปิดแอป กูเกิล แมปส์ ทันที โดยดูจากร้านแมคโดนัลด์ทั้ง 18 สาขาในเมือง และคิดว่าอีกไม่นานคงได้จากสาขาใดสาขาหนึ่ง 

เขาตัดสินใจเรียกอูเบอร์แล้วนั่งข้ามเมืองไปอีก 8.8 กิโลเมตรเพื่อไปยังสาขาที่สอง แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม โดยไม่มีร่องรอยของแก้วลาย ซน ฮึงมิน เลย 

จากนั้นก็ต้องเดินทางฝ่าพาเหรดงานไพรด์ไปยังสาขาที่ 3 โดยนอกจากจะไปพบว่า แก้วลาย ซน ฮึง-มิน ก็หมดอีกแล้ว พนักงานในสาขานั้นยังมาปลอบใจพร้อมทำมือมินิฮาร์ทแบบเกาหลีใต้อีกว่า “แก้วของ ซน ฮึงมิน ขายดีที่สุดเลยค่ะ!” 

แม้เริ่มท้อแต่นักข่าวชาวเกาหลีใต้รายนี้ก็ยังไม่ล้มเลิกภารกิจ โดยเขาตัดสินใจเสี่ยงดวงครั้งสุดท้ายที่สาขาที่ 4 ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีก 7 กิโลเมตร คราวนี้แย่กว่าเดิม 

เพราะแฟนบอลแห่กันมารวมตัวที่จัตุรัสเพื่อดูบราซิลแข่ง และรถขยับไม่ได้เลย เขาจึงต้องลงจากรถแล้วเดินฝ่าสภาพอากาศอบอ้าวปนชื้นแฉะมุ่งหน้าไปยังร้าน 

เมื่อก้าวขาเข้าไปในร้าน หัวใจของเขาก็แทบสลายเมื่อเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนยิ้มแป้นพร้อมถือแก้วลายซนฮึงมินอยู่ในมือ จนเขาคิดไปเองว่า ‘หรือนั่นจะเป็นแก้วใบสุดท้าย?’ 

เขาจึงรีบพุ่งตัวไปที่เคาน์เตอร์และถามพนักงานทันที ช่วงเวลาที่พนักงานเดินเข้าไปเช็กสต็อกหลังร้าน มันให้ความรู้สึกยาวนานยิ่งกว่าตอนที่เขาเคยไปยืนรอวีซ่าทำข่าวฟุตบอลโลกที่สถานทูตอเมริกาเสียอีก

ปรากฏว่าในที่สุดเขาก็สมหวัง ได้แก้วลายซน ฮึงมิน มาครองพร้อมชุดบิ๊กแมค เฟรนช์ฟรายส์ โค้กในราคา 229 เปโซ (ประมาณ 460 บาท)

ซึ่งเมื่อรวมกับค่าอูเบอร์และเวลาที่เสียไป ถือเป็นการเสียทั้งเวลาและเงินก้อนใหญ่ทีเดียว สำหรับการทำข่าวในเม็กซิโก เพื่อให้ได้แก้วลายนักเตะชาวเกาหลีใต้ที่ดังสุดในยุคนี้ 

รายงานดังกล่าว ด้านหนึ่งสะท้อนความดังของนักเตะเกาหลีใต้ ที่แซงทั้งนักเตะชั้นนำทั้งอดีตและปัจจุบันจากประเทศอื่นๆ ในสายตาชาวเม็กซิโก 

ขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงความสำเร็จในการส่งออกวัฒนธรรมเกาหลีใต้มายังเม็กซิโก โดยเฉพาะเพลงเคป็อป 

เม็กซิโก ถือเป็นตลาดใหญ่ของเพลงเคป็อปในทวีปอเมริกา โดยเป็นแนวเพลงฮิตสุดของกลุ่ม Gen Z บนสปอตติฟาย และคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสในเม็กซิโกเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมาก็มีการจัดถึง 3 รอบ 

โดยบัตรราว 135,000 ใบขายหมดอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงบัตรราคา 155,000 เปโซ (ประมาณเกือบ 300,000 บาท) ที่แพงสุดอีกด้วย 

และเมื่อวงบีทีเอส เดินทางมาถึงเม็กซิโก ก็ได้เข้าพบกับประธานาธิบดีหญิง คลาวเดีย เชอินบาม ซึ่งผู้นำเม็กซิโก ได้ขอร้องให้เพิ่มรอบคอนเสิร์ต หลังทราบข่าวว่าตั๋วคอนเสิร์ตขายดีมาก

แต่น่าเสียดายทางวงไม่สามารถทำได้ เพราะได้วางตารางทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกไว้หมดแล้ว / koreatimes