ในประเทศญี่ปุ่น นอกจากสุขภาพความงามของใบหน้า คนญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับสุขภาพผม เพราะเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งที่เสริมบุคลิกภาพโดยรวมให้ดูดี จึงไม่แปลกที่ธุรกิจร้านทำผมหรือซาลอน (Salon) จะมีให้เลือกหลากหลายระดับ แต่ส่วนใหญ่คือร้านซาลอนพรีเมียมคุณภาพสูง ในร้านมีช่างผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมโดยเฉพาะ
เคน ทาคาฮาชิ ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท ฟาสต์บิวตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลา 10 ปี ร้านซาลอนในญี่ปุ่นเพิ่มจำนวนขึ้นมาก เพราะเทรนด์ความงามที่ผู้คนเอาใจใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยเฉพาะสรีระที่อยู่ระดับใบหน้า เพราะเป็นจุดดึงสายตามากที่สุด ทำให้ตัวเลขตลาดร้านทำผมในญี่ปุ่นมีมูลค่าสูงถึง 60,000 ล้านบาท ใหญ่กว่าประเทศไทย 2.5 เท่า
แต่ตลาดซาลอนในญี่ปุ่นเริ่มอิ่มตัวแล้ว ขยับการเติบโตแบบซิงเกิลดิจิต แต่สำหรับไทยธุรกิจซาลอนกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด 20%
เมื่อมองมายังประเทศไทย คนไทยก็ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์การตกแต่งรูปลักษณ์เช่นเดียวกัน แต่ไทยค่อนมีปัญหาเส้นผมมากกว่าคนญี่ปุ่น เพราะมีพฤติกรรมชอบทำสีผม และเป็นสีสันที่ฉูดฉาดจึงต้องกัดย้อมเส้นผม ส่งผลให้สุขภาพผมแห้งเสีย แต่ร้านซาลอนในไทยยังมีร้านที่ให้บริการระดับพรีเมียมจากมืออาชีพเฉพาะด้านอยู่ไม่มาก
“ฟาสต์บิวตี้” ธุรกิจร้านทำสีผมที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจนี้มากกว่า 10% ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น มีสาขากว่า 130 แห่งทั่วประเทศ ได้เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ เติมช่องว่างในตลาดซาลอนไทย ด้วยการจับมือร่วมทุนกับ “เครือสหพัฒน์” (แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรูปแบบร่วมทุน) จับมือเตรียมเปิดร้านทำสีผม ‘fufu’ เน้นการทำสีผมโดยเฉพาะ
โดยร้านทำสีผม ‘fufu’ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย จะให้การดูแลและให้การบริการที่ครอบคลุมไปที่การทำสีผม ทั้งสีผมเทรนด์แฟชั่นสำหรับคนทำงาน และการทำสีผมเพื่อปกปิดผมขาวสำหรับผู้สูงอายุ โดยมีมาตรฐานเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่น ด้วยการนำนวัตกรรมสินค้าที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน ประกอบเข้ากับเทคนิคการทำสีจากช่างผู้เชี่ยวชาญ (Hair Stylist) ที่จะให้ผลลัพธ์ของสีผมที่สม่ำเสมอ เปล่งประกาย และนุ่มนวล ไม่แห้งกร้าน ราคาเริ่มต้นที่ 1,500 บาท
นอกจากนี้ฟาสต์บิวตี้จะยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแฮร์แคร์ เพื่อการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอีกด้วย
พร้อมกันนี้ เป็นโอกาสอันดีของช่างผมไทย เนื่องจากฟาสต์บิวตี้เปิดโอกาสให้ช่างผมไทยเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในทีม Hair Stylist กับร้านทำสีผม ‘fufu’ ในไทย ช่างจะได้พัฒนาทักษะใหม่ ๆ เกี่ยวกับเทคนิคการทำสีผม และการดูแลเส้นผมโดยเทคนิคจากญี่ปุ่น ร้านเสริมสวยที่เป็นพันธมิตร และร้านเสริมสวยทั่วไป รวมถึงช่างเสริมสวยไทยที่สนใจอยากเป็นหนึ่งในทีม ฟาสต์บิวตี้จะเปิดคอร์สการอบรมต่าง ๆ ในอนาคต
คุณเคน กล่าวว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคของธุรกิจในครั้งนี้ ประกอบด้วย กำแพงเรื่องภาษามาเป็นอันดับหนึ่ง การสื่อสารที่ต่างวัฒนธรรมอาจทำให้การทำงานยากขึ้น และรสนิยมการทำสีผมของคนไทยต่างจากที่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่คนไทยจะชอบสีสันที่ทำยาก ซับซ้อน ซึ่งต้องลงรายละเอียดมากกว่า ทั้งยังมีสุขภาพผมที่ไม่ค่อยดีนัก และที่ขาดไม่ได้คือเรื่องต้นทุน การลงทุนในหนึ่งสาขา โดยเฉพาะที่บริษัทไปปักหมุดไว้อย่าง ‘ทองหล่อ’ ค่าเช่าสูงมากทั้งที่ยังไม่ได้รวมงบการตกแต่งภายใน แต่จำเป็นต้องทุ่มทุนเนื่องจากเป็นสาขา Flagship สโตร์แห่งแรก จึงต้องสื่อสารแบรนด์คอนเซปต์ออกมาให้ชัดเจนที่สุด
ตั้งเป้าภายในระยะเวลา 2-3 ปีนับจากนี้ วางแผนขยายสาขาให้ได้ 20 แห่ง สำหรับสาขาทองหล่อจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2567

