UBERPOOL โปรดักท์ที่ดีที่สุดของ UBER ในอเมริกาที่มาไม่ถึงไทย

หนึ่งในข่าวใหญ่ของวงการสตาร์ทอัพในบ้านเราในรอบปีนี้คือ การถอนทัพของอูเบอร์ออกจากภูมิภาคอาเซียนโดยแลกกับหุ้นของบริษัทแกร็บ

นอกจากตัวแอปที่ทำได้ดีกว่าแกร็บทั้งการเรียกที่แทบจะการันตีว่าได้คนขับ ระบบการจับคู่ที่เร็วกว่า และจีพีเอสที่จับพิกัดที่อยู่ของคนเรียกได้แม่นยำกว่าแล้ว สิ่งที่ผมเสียดายมากๆคือ คนไทยไม่มีโอกาสได้เห็นและลองใช้ UBERPOOL ซึ่งคือโปรดักท์ที่ทำให้ UBER เป็น Ride Sharing อย่างแท้จริง

ผมรู้จักอูเบอร์ครั้งแรกปี 2013 ซึ่งเป็นช่วงที่อยู่อเมริกาปีแรก มหาวิทยาลัยที่ผมอยู่ห่างจากเมืองชิคาโกประมาณครึ่งชั่วโมงถ้าขับรถ ช่วงแรกที่พวกเราเข้าเมือง เราจะรวมตัวกันนั่งแท็กซี่ ซึ่งต้องเสียเงินประมาณ 30 เหรียญสหรัฐฯ

วันหนึ่งผมได้ยินเพื่อนเล่าถึงทางเลือกใหม่ที่เหมือนแท็กซี่ แต่ถูกกว่าและเรียกรถผ่านแอพพลิเคชัน แถมยังมีโปรโมชันให้ใช้ฟรีในครั้งแรก

หลังจากลองใช้อูเบอร์ครั้งแรกแล้วผมก็แทบไม่เรียกใช้แท็กซี่อีกเลย และกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่แอพที่ผมและคนจำนวนมากเรียกใช้เกือบทุกวัน

ผมมาทึ่งอีกครั้งเมื่อผมได้ลองใช้ UBERPOOL เป็นครั้งแรก

การเรียกอูเบอร์โดยทั่วไปจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ต่างจากการเรียกแท็กซี่มากนัก เพราะแท็กซี่ก็ยังบริการแค่เราคนเดียวอยู่ ไม่ได้ทำให้ปริมาณรถบนท้องถนนลดลงมากนัก

UBERPOOL ต่างจากอูเบอร์ปกติ เพราะคนขับจะบริการรับส่งผู้โดยสารที่ไปทางเดียวกัน โดยตัวแอปจะจับคู่ให้เรากับผู้โดยสารคนอื่นที่ไปในทางเดียวกัน เราสามารถเรียก UBERPOOL ได้หนึ่งหรือสองที่นั่ง ทำให้มีพื้นที่ที่คนอื่นซึ่งกำลังไปทางเดียวกันสามารถขึ้นมานั่งคันเดียวกับเราได้

ถ้าตอนที่เราเรียกระบบไม่เจอผู้โดยสารคนอื่นที่ไปทางเดียวกัน เราก็จะโชคดีได้นั่งคนเดียว แต่ก็ต้องลุ้นว่า ในขณะที่เรานั่งไปนั้น จะมีคนที่เรียกไปทางเดียวกับเราหรือไม่ ถ้าเจอ ระบบก็จะจับคู่และแจ้งคนขับให้ คนขับก็จะไปรับ ถ้าโชคดี จุดที่รับจะเป็นทางที่เรานั่งอยู่แล้ว ทำให้เสียแค่เวลารอ ถ้าโชคร้าย ก็ต้องอ้อมไปรับ ทำให้เราไปถึงที่หมายช้าลง และต้องลุ้นว่าผู้โดยสารคนนั้นจะลงก่อนหรือหลังเรา

UBERPOOL นั้นจะมีราคาที่ถูกกว่าอูเบอร์ทั่วไปและราคาค่าเดินทางจะตายตัว เพื่อแลกกับการเดินทางที่อาจต้องอ้อมมากขึ้น กำหนดเวลาได้ยากขึ้น ข้อดีสำหรับคนขับคือ เขาจะมีรายได้มากขึ้น เพราะขับเที่ยวนึงสามารถมีผู้โดยสารได้มากขึ้น เรียกได้ว่าเป็น Ride Sharing อย่างแท้จริง เดินทางเดียวกัน ไปด้วยกัน ประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง

UBERPOOL นั้นมีเฉพาะบางเมือง เพราะต้องเป็นเมืองที่มีคนเรียกอูเบอร์เป็นจำนวนมาก ถึงจะสามารถออกบริการนี้มาได้แล้วคุ้มทุน

อูเบอร์มีจุดเริ่มต้นจาก Travis Kalanick ผู้ก่อตั้งบริษัท พบปัญหาการเรียกรถลิมูซีนที่เมืองปารีสขณะเป็นนักท่องเที่ยวว่ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน

เขากลับมาที่ซานฟรานซิสโกและเริ่มสร้างแอพเรียกรถลิมูซีนในซานฟรานซิสโก แอปของเขาได้รับความนิยมตั้งแต่เปิดตัวและระดมทุนได้ แต่ Travis เห็นโอกาสที่ใหญ่กว่ามาก นั่นคือ การขยายไปสู่บริการเรียกรถทั่วไปที่ทุกคนสามารถจ่ายได้และทำให้ดีกว่าและถูกกว่าแท็กซี่

วันนี้อูเบอร์กลายเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกกว่า และ/หรือคุณภาพดีกว่า และ/หรือราคาถูกกว่า และ/หรือปลอดภัยกว่า ช่วยให้ต้นทุนการเดินทางซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องจ่ายถูกลง และบริหารเวลาได้ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไม่มากก็น้อย อูเบอร์ทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เพิ่มจำนวนรถให้บริการมากจนรอไม่เกิน 10 นาที ค่าบริการก็ถูกลงเรื่อยๆ คนอเมริกาจำนวนไม่น้อยถึงกับขายรถและหันมานั่งอูเบอร์แทน เพราะประหยัดกว่าในระยะยาว

วันที่ทราวิสเริ่มทำอูเบอร์ มีแอพพลิเคชันเรียกรถมารับอยู่ในตลาดแล้ว แต่ส่ิงที่ทราวิสและอูเบอร์ทำได้ดีกว่าคู่แข่งคือ

1.อูเบอร์ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ทางเลือกที่ดีกว่าแท็กซี่ แต่มองว่าอูเบอร์คือทางแก้ปัญหาด้านการขนส่งในเมืองด้วยการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เครือข่ายยานพาหนะมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อให้นำเสนอราคาที่ถูกที่สุดได้

อูเบอร์เริ่มจากบริการขนส่งผู้โดยสาร และขยายไปสู่การส่งอาหาร บางเมืองในต่างประเทศ อูเบอร์ยังให้บริการเฮลิคอปเตอร์ และพวกเขายังวางแผนจะขยายไปถึงเครื่องบินส่วนตัวอีกด้วย

อีกวิธีในการเพิ่มผู้โดยสารคือ การร่วมมือกับบริษัทต่างๆ บริษัทให้เครดิตอูเบอร์กับพนักงานได้ตามจำนวนที่ตกลง โดยต้องเรียกรถจากจุดเริ่มต้นหรือจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ทำงานเท่านั้น สิทธิประโยชน์นี้เป็นที่นิยมมากและกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่บริษัทต่างๆ นำมาจูงใจพนักงาน โดยอูเบอร์ได้จำนวนการใช้งานที่เพิ่มขึ้นและส่วนต่างเมื่อพนักงานใช้เครดิตไม่หมด

บริษัทยังสามารถทำข้อตกลงกับอูเบอร์ว่า เมื่อมีกิจกรรมนอกสถานที่ พนักงานสามารถเรียกอูเบอร์จากสถานที่ดังกล่าวในวันเวลาที่กำหนดโดยได้ส่วนลด

ยิ่งไปกว่านั้น อูเบอร์ยังเจาะตลาดรถเช่า โดยนำเสนอส่วนลดและเว็บไซต์ที่ช่วยให้บริษัท โดยเฉพาะเลขาหรือผู้จัดการสำนักงานสามารถจองอูเบอร์ล่วงหน้าได้หลายคนตามเส้นทางที่เลือก

ส่วน supply บริษัทก็ทำได้เยี่ยมเช่นกัน อูเบอร์มีโปรแกรมให้คนไม่มีรถสามารถซื้อรถและผ่อนรถกับอูเบอร์ได้ เพื่อเพิ่มปริมาณคนขับให้มากที่สุด

2.Network effect และ Barrier to entry ที่อูเบอร์ขาดทุนทุกวันนี้เพราะหวังจะครองตลาดในระยะยาว ด้วยความเป็น Marketplace model (มีฝั่งผู้ใช้และฝั่งคนขับ แต่ละฝั่งมีผลต่อกันและกัน) ถ้าอูเบอร์ทำให้คนส่วนใหญ่เรียกใช้แต่อูเบอร์ คนขับก็ย่อมอยากจะขับแต่อูเบอร์ ทำให้คู่แข่งยากที่จะสู้ด้วย

3.ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ต้นทุนฝั่ง supply จะถูกลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อใดที่รถไร้คนขับทำงานได้อย่างไม่ผิดพลาดและได้รับการยอมรับ วันนั้นต้นทุนที่อูเบอร์ต้องจ่ายให้กับคนขับก็จะหมดไป

4.บริษัทมี Business Model and Operating Model ที่สามารถ scale ได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว อูเบอร์น่าจะเป็นบริษัทแนว marketplace (ไม่ใช่แค่ทำแอพหรือเว็บ แต่ต้องมี operations ในแต่ละเมือง) ที่ขยายตัวได้เร็วสุดในโลก Uber เกิดทีหลัง Airbnb แต่สามารถขยายไปทั่วโลกได้เร็วกว่า

เวลาขยายไปเมืองต่างๆ อูเบอร์จะมี City Launch Team 2 – 3 คน หน้าที่ของทีมนี้คือเข้าไปศึกษาตลาด ต่อรองกับองค์กรต่างๆ หาคน และนำ playbook วิธีการเปิดตลาดให้สำเร็จ ไปสอนและปฏิบัติ ถ้าเป็นเมืองเล็ก อูเบอร์จะหาคนท้องถิ่นหนึ่งคนทำหน้าที่ทั้งดูแล Demand และ Supply ถ้าเป็นเมืองใหญ่ ก็จะหาหนึ่งคนดูแล Demand ทำการตลาด อีกคนดูแล Supply และ Operations

นอกจากสูตรสำเร็จด้านคนแล้ว อูเบอร์พร้อมจะปรับเปลี่ยนจุดขายให้เหมาะกับปัญหาและความต้องการในแต่ละเมือง เช่น ในอเมริกา อูเบอร์เกิดเพราะถูกกว่าและมารับถึงที่ พอมาเปิดที่เมืองไทยที่แท็กซี่ไม่ได้ราคาแพงแต่คนบ่นกันเรื่องคุณภาพรถและคนขับ อูเบอร์ก็ตั้งราคาให้พรีเมียมกว่า นำเสนอประสบการณ์ที่ดีกว่า ซึ่งมีคนพร้อมจ่าย

ทั้งหมดนี้ทำให้อูเบอร์สามารถระดมทุนได้มากเป็นประวัติการณ์ 69,000,000,000 เหรียญสหรัฐฯ คือมูลค่าของบริษัทอูเบอร์จากการระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เป็นสตาร์ทอัพที่ยังไม่ได้เข้าตลาดหุ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

ทุกวันนี้อูเบอร์ยังขาดทุนอยู่และยังมีปัญหาต่างๆ เยอะแยะไปหมด ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไรอูเบอร์จะมีกำไร แต่สิ่งที่ Venture Capitalist ผู้ลงทุนในอูเบอร์เชื่อคือ บริษัทนี้มีคนใช้แอพทุกวันจำนวนมาก และบริษัทสามารถโตได้เร็วทั่วโลกในเวลาอันสั้น ถ้าวิสัยทัศน์เป็นความจริง นี่คือบริษัทที่จะเป็น Next Google หรือ Next Facebook

 


มาโนช พฤฒิสถาพร สนใจด้านสตาร์ทอัพมาก เขามีประสบการณ์ทำสตาร์ทอัพทั้งที่ไทยและอเมริกา จบ MBA จาก Kellogg School of Management ที่นั่นเขาสมัครงานบริษัทเทคโนโลยีในตำแหน่งด้านธุรกิจกว่า 3,000 งาน ศึกษาบริษัทเตรียมตัวสัมภาษณ์กว่า 200 บริษัท สุดท้ายได้งานที่ Credit Karma บริษัทสตาร์ทอัพมูลค่าแสนล้านที่ SF มาโนชกลับมาทำสตาร์ทอัพไทย มาโนชยังเป็นนักเขียนตัวยง เขาเป็นเจ้าของหนังสือ A DREAM TO DIE FOR ล้ม 3,000 ครั้ง เพื่อชนะฝันเดียว พูดคุยกับมาโนชได้ที่ https://www.facebook.com/manoje.prutthisathaporn

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline