“ผมมองว่าปัจจุบันเครื่องทำน้ำอุ่นน้ำร้อนไม่ได้จำกัดสำหรับเมืองที่อากาศเย็นอย่างเดียว แต่มันได้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ทำให้คุณมีความสุขมากยิ่งขึ้น และหน้าที่ของสตีเบล เอลทรอน คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องทำน้ำอุ่นน้ำร้อน ตลอดจนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้คนดีที่สุด”

เพราะการสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิต คือปณิธานความตั้งใจของ “สตีเบล เอลทรอน” แบรนด์เครื่องทำน้ำอุ่นน้ำร้อนที่มียอดขายสูงสุดในโลก กับระยะเวลากว่า 90 ปี ที่ได้ส่งมอบความสุขครอบคลุมทุกครัวเรือนทั่วโลก และประโยคข้างต้นของ มร. โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด ย้ำชัดความมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกครัวเรือนไทยเลือกใช้สินค้าจากเยอรมนีมากยิ่งขึ้น

เศรษฐกิจแย่ แต่ยังโตกว่าตลาด

แม้ภาพรวมตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาทยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง สืบจากสภาพเศรษฐกิจที่ส่งพิษไปทุกธุรกิจ ในขณะที่ตลาดรวมเครื่องทำน้ำอุ่นปีที่แล้วติดลบ 1-2% แต่สตีเบลเอลทรอนยังคงการเติบโตไว้ได้ที่ 4% โดยมียอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท

“จริงอยู่ที่เศรษฐกิจไม่ดีเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นได้รับผลกระทบด้วย แต่เราจะอ้างปัจจัยภายนอกมาทำให้เราหยุดพัฒนาตัวเราไม่ได้ ในปีที่ผ่านมา เราทุกคนจึงพยายามทำงานหนัก ไม่ว่าจะเป็นทีมผลิต ทีมการตลาด ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้เราสามารถเติบโตสวนทางกับตลาดได้ แต่ผมถือว่ายังไม่มากพอ เรายังมีงานที่เราต้องพยายามต่ออีก”

การกระตุ้นความท้าทายให้กับทีมงาน ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้กุมบังเหียนชาวเยอรมัน และเป็นเบื้องหลังที่สตีเบล เอลทรอนประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย- ในอัตราเลขสองหลักมาโดยตลอด ถ้าไม่นับสองปีหลังที่ติดเรื่องเศรษฐกิจระดับประเทศ

ถอดรหัส 3 ปัจจัยความสำเร็จ

มองลึกลงไป หากถอดรหัสความสำเร็จ แน่นอนข้อที่หนึ่งคือความเป็นแบรนด์สัญชาติเยอรมัน ที่สตีเบล เอลทรอน ถือภาษีแต้มต่อดีกว่า ไม่ว่าการประชาสัมพันธ์ หรือสร้างการรับรู้ ก็ไม่ลำบากมาก แค่ชื่อ.. ก็มาพร้อมกับความน่าเชื่อถือ ซึ่งสำคัญยิ่งกับผลิตภัณฑ์ที่ เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยต่อชีวิตอย่างเครื่องทำน้ำอุ่น

ข้อสอง การลงมาเล่นในตลาดต่ำลงมา ด้วยการเปิดตัวสินค้าพรีเมียมแมส ทำให้จากเดิมที่ลูกค้ามองว่าเป็น “สินค้าคุณภาพดีที่ราคาสูง” กลายเป็น “สินค้าคุณภาพดีที่จับต้องได้มากขึ้น” เป็นคีย์เวิร์ดข้อสองและสำคัญที่สุด ที่ทำให้แบรนด์เข้าไปถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายต่างจังหวัด ทั้งนี้ผู้บริหารเน้นย้ำว่า ถึงจะลงมาเล่นในตลาดแมสอย่างไร ก็ยังคงไว้ที่ความเป็นพรีเมียมแมส โดยราคาจะไม่ต่ำกว่า 2,500 บาท เพราะหากต่ำกว่านั้นจะต้องลดคุณภาพของวัสดุที่ใช้ผลิต ซึ่งตามนโยบาย สตีเบล เอลทรอนปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอด

“และข้อสาม เรื่องของดีไซน์ ที่ตอบโจทย์กับผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากสินค้าที่มีคุณภาพแล้ว ทางบริษัทก็ยังจะไม่ละเลยเรื่องความสวยงาม เราทำวิจัยเพื่อที่จะดีไซน์ให้ ได้โดนใจลูกค้ามากที่สุด ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีสีสันหลากหลายมากขึ้น โดยเรามีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่เปิดตัวอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ผลิตภัณฑ์ต่อปี”

เปิดตัวสินค้าใหม่ตอบโจทย์ไลฟ์ สไตล์ผู้บริโภค

เพราะการเป็นผู้นำจะต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเสมอ ในปีนี้สตีเบล เอลทรอน เอเซียได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามไทม์ไลน์ไตรมาส ประกอบด้วย 1. เครื่องทำน้ำอุ่น XG LIMITED GOLD EDITION ราคา 5,990 บาท 2. เครื่องทำน้ำอุ่น DX H2OT ราคา 2,990 บาท โดยเริ่มจำหน่ายในไตรมาสสี่ และ 3. หม้อต้มแนวตั้ง EVS

ในส่วนของ “เครื่องกรองน้ำ” แม้ว่าสัดส่วนตลาดยังไม่ใหญ่ มากแต่ก็มีโอกาสเติบโต โดยเขามองว่าปัจจุบันเครื่องกรองน้ำทั่วไปยังไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องคุณภาพความสะอาดของน้ำได้อย่าง 100% อีกทั้งไม่สามารถเก็บแร่ธาตุที่ มีประโยชน์ได้ ซึ่งเครื่องกรองน้ำจากสตีเบล เอลทรอนชูจุดเด่นแตกต่าง ทั้งเรื่องความสะอาดและประสิทธิภาพการเก็บรักษาแร่ธาตุ ตลอดจนดีไซน์สวยงาม โดยสินค้าที่เปิดตัวก็ยั งคงความเป็นพรีเมียม นั่นก็คือ เครื่องกรองน้ำ NATURE ราคา 9,900 บาท ซึ่งนำนวัตกรรมใหม่ NANO ลิขสิทธิ์เฉพาะจากองค์กร NASA มาใช้

นอกจากนี้ ยังกระตุ้นไลน์สินค้าใหม่ ซึ่งก็คือ ตัวกรองอาบน้ำ VITA-C ซึ่งเป็นอีกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ จะเข้ามาเสริมความต้องการผู้บริ โภค ด้วยคอนเซ็ปต์ยกระดับการอาบน้ำ ของคุณขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง โดยจะเน้นสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยจากคลอรีน และผิวกระจ่างใส พร้อมด้วยกลิ่นดอกฟรีเซียที่จะช่วยให้ผ่อนคลายระหว่างอาบน้ำไปด้วย โดยตัวกรองอาบน้ำนี้สนนราคาอยู่ที่ 890 บาท รวมผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในปีนี้ 5 ผลิตภัณฑ์

“ปลายปีนี้เรายังคงอัดแคมเปญการตลาดตลอดจนโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง เราจัดกิจกรรมพาลูกค้าผู้โชคดีไปเยอรมนี ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 4 เป็นการสร้างการรับรู้ ในความเป็นแบรนด์เยอรมันมากยิ่งขึ้น ในส่วนการสื่อสารแบรนด์เรายังคงต่อยอดกิจกรรมที่ทำในปีที่แล้ว เราพยายามเน้นให้ลูกค้าเห็นคุณค่าของสินค้าที่จะเปลี่ยนไลฟ์ไตล์การใช้ชีวิตของคุณให้ดีขึ้น ทั้งสปอตโฆษณาในวิทยุ อีเวนท์ต่างๆ รวมถึงโปรโมชันที่จะทำต่อเนื่องตลอดทั้งปีเหมือนเดิม เช่นเดียวกับช่องทางออนไลน์ที่ Facebook fanpage Stiebel Eltron Asia ที่อัพเดทความรู้และกิจกรรมชิงรางวัล เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้า” ผู้บริหารเล่าแผนการตลาด พร้อมตั้งเป้าเติบโต 5 % ในปีนี้

ถึงแม้เศรษฐกิจจะมีปัญหากระทบก็ ตาม แต่คือความท้าทายที่ผู้บริหารพร้อมทีมสตีเบล เอลทรอนจะต้องพัฒนาทุกภาคส่วนเพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ให้ผู้บริโภคมีความสุขมากที่สุด

 

พฤกษา+ โมเดลบ้านประหยัดพลังงาน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

สตีเบล เอลทรอนมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนไปสู่ Low-Carbon Global Economy หรือ เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ โดยนำมาตรฐานวิศวกรรมเยอรมันมาสู่ประเทศไทย นำเสนอนวัตกรรม “บ้านประหยัดพลังงาน” สามารถลดความต้องการพลังงานที่ ใช้ในการผลิตความเย็นให้กับบ้ านได้มากถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และลดความต้องการพลังงานโดยรวมมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์

โดยแนวคิดของบ้านประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพคือการวางระบบป้องกันความร้อนที่ ดี และลดการระบายอากาศ เพื่อลดการสูญเสียพลังงานให้น้อยที่สุดและกักเก็บความเย็นภายในบ้านให้ได้มากที่สุด ตัวบ้านได้ติดตั้งฮีทปั๊ม (Heat Pump) และระบบระบายอากาศจากสตีเบล เอลทรอน ซึ่งความพิเศษของนวัตกรรมนี้คือ ในตอนกลางวัน ฮีทปั๊มจะนำพลังงานมาผลิตเป็นน้ำแข็งกักเก็บไว้ และเปลี่ยนพลังงานความร้อนที่ ได้มานั้นใช้เป็นน้ำร้อนในขณะอาบน้ำได้ ความพิเศษของระบบระบายอากาศจากสตีเบล เอลทรอนก็คือ สามารถนำอากาศสะอาดจากภายนอกตัวบ้านไหลเวียนสู่ตัวบ้านในอุณหภูมิที่ต่ำที่สุด โดยระบบจะแลกเปลี่ยนความร้อนจากภายในบ้าน แล้วแทนที่ด้วยอากาศเย็นจากภายนอก (กำจัดความร้อนได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และลดระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในตัวบ้านได้อีกด้วย

ทั้งนี้สตีเบล เอลทรอน ได้จับมือร่วมมือกับพฤกษาเรียลเอสเตท, บริษัท อีจีเอส-แปลน (กรุงเทพ) จำกัด และ บริษัท อันเอ็กส์
เปกเต็ด จำกัด เพื่อก่อสร้าง โครงการ “พฤกษา+” ขึ้น เป็นแห่งแรกในกรุงเทพฯ ซึ่งได้ผสานงานออกแบบประหยัดพลังงานเพื่อความยั่งยืนจากสตีเบล เอลทรอน โดยโครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ของปีนี้