เพราะ “บ้าน”ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็น “ความสุข” ที่จะอยู่กับเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ดังนั้นการซื้อบ้านตลอดจนอสังหาริมทรัพย์จึงต้องคำนึงถึงปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อความสุขของเราทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ตั้งแต่เรื่องทำเลที่ตั้ง ราคา สถาปัตยกรรม คุณภาพการก่อสร้าง ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งทั้งหมดคือสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้น เช่นเดียวกันผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องตอบโจทย์ความต้องการผู้อาศัยตลอดจนนักลงทุน โดยต้องมองเทรนด์ในปัจจุบันให้ขาดเพื่อที่จะสร้างคอนโดมิเนียมที่อยู่แล้วมีความสุขมากที่สุด

อิสระแห่งความสุข

ตอนจะซื้อคอนโดฯ เคยโดนทักบ้างหรือเปล่า ทำไมไม่เอาเป็นบ้าน ได้ที่ดิน ให้ความรู้สึกอิสระมากกว่า…

แม้จุดแข็งของคอนโดฯ คือความสะดวก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโจทย์อย่างหนึ่งของผู้พัฒนาคอนโดฯ คือทำอย่างไรให้คอนโดฯ ได้ความรู้สึกเหมือนว่าอยู่บ้าน

นั่นจึงทำให้ “พื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง”กลายเป็นเทรนด์ที่ผู้พัฒนาอสังหาฯกำลังแข่งขันพัฒนามากขึ้น เมื่อก่อนเราเห็นคอนโดมิเนียมใหม่ๆ มีสระว่ายน้ำ หรือสวนเล็กๆก็ตื่นเต้นแล้ว แต่สมัยนี้สระน้ำที่ว่าย 3 สโตรกหัวชนอีกฝั่ง… หรือสวนส่วนกลางที่มีต้นไม้หยุมหยิม… คงจะน้อยเกินไปหากเทียบกับความต้องการไลฟ์สไตล์ชิคๆ คูลๆ ของผู้บริโภคยุค Internet of things

คำว่า Co-Working Space เป็นคำที่เราได้ยินมากขึ้น หัวใจของแนวคิดนี้คือการเพิ่มอิสระในการใช้ชีวิตให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยการเชื่อมพื้นที่ทำงาน กับพื้นที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นพื้นที่เดียวกัน เทรนด์นี้กำลังถูกพูดถึงและพัฒนามากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Freelance หรือสตาร์ทอัพที่มีโน้ตบุ๊กกับอินเทอร์เน็ตก็ทำงานได้ เดินออกจากห้องนอนก็สามารถนั่งทำงานในสวน ติดต่องานใช้รถไฟฟ้าไม่กี่นาทีก็ไปถึงออฟฟิศลูกค้า กระทั่งบางโครงการที่แบ่งโซนออฟฟิศกับโซนพักอาศัยห่างกันเพียง 100 เมตร ทำงานเสร็จเปลี่ยนเสื้อขี่จักรยานในสวนเลยยังได้

ซึ่งแน่นอนว่าแนวคิดนี้ตรงใจคนรุ่นใหม่ที่ทำงานใช้ความคิด ความสร้างสรรค์แรงบันดาลใจกำลังมองหา คอนโดฯ สวย เท่ หลุดจากกรอบการเดินทางทำงานอันเมื่อยล้า ทั่วอาคารมีความ Green เต็มสายตา สร้างแรงบันดาลใจไลฟ์สไตล์ รวมๆ แล้วทำให้ชีวิต “ดี” ขึ้น

ไม่ใช่แค่ Co-Working Space แต่เป็น Co-Living Space

ในขณะที่ผู้นำอสังหาฯ กำลังพัฒนา เรื่อง Co-Working Space ล่าสุดแสนสิริล้ำไปอีกหนึ่งก้าว ด้วยการต่อยอดแนวคิดอสังหาฯ ยุคใหม่ เปิดตัวคอนโดฯ แนวคิด“Co-Living Space”

หาก Co-Working Space คือพื้นที่ทำงานร่วมกัน Co-Living Space ก็คือการมีพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน ดังนั้นแนวคิด Co-Living Space นี่ล่ะ ที่ผู้พัฒนาหมายมั่นว่าจะยกความรู้สึกของการอยู่บ้านมาไว้ที่คอนโดอย่างแท้จริง

แนวคิดคือการแบ่งปันความสุขร่วมกัน ในทุกพื้นที่ใช้สอยจึงประกอบไปด้วย Co-Kitchen พื้นที่สำหรับทำอาหารร่วมกันและเปิดรับอากาศธรรมชาติได้ Co-Working พื้นที่ทำงานที่เชื่อมต่อสวนสีเขียว และ Co-Recreation สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น สนามกีฬาปรับเปลี่ยนได้ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ซึ่งต้องบอกว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ครั้งแรกใน Southeast Asia ที่มีสนามกีฬาสุดไฮเทคมาบรรจุในคอนโดฯ

 

Co-Living Space ถูกนำมาพัฒนาในคอนโดมิเนียม กับสองโครงการใหม่ของเดอะ ไลน์ ที่เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างแสนสิริกับบีทีเอส ประกอบด้วยเดอะ ไลน์ พหล-ประดิพัทธ์ และเดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 ที่โดดเด่นตั้งแต่เรื่องทำเลที่ตั้ง การก่อสร้าง ตลอดจนไอเดียลูกเล่นที่ทำให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และที่สำคัญคือแนวคิดCo-Living Space ที่ออกแบบอย่างสร้างสรรค์ มั่นใจว่าแตกต่างและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่แน่นอน

เริ่มจากบรรยากาศที่เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ กันก่อน

CO-KITCHEN ครัวกลางที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ครบครัน พร้อมพื้นที่ปาร์ตี้บาร์บีคิวที่กว้างขวาง เปิดรับอากาศธรรมชาติ มีพร้อมแบบนี้ไม่อยากจะคิดว่าปาร์ตี้กับเพื่อนจะเจ๋งแค่ไหน
OUTDOOR DINING ลานพื้นที่กลางแจ้ง ที่มาพร้อมวิวธรรมชาติมุมกว้างเชื่อมต่อกับครัวกลาง พอทำอาหารเสร็จ ก็สามารถยกมาทานที่นี่ได้ทันที
CO-WORKING SPACE พื้นที่ทำงานของคนยุคใหม่ พร้อมอุปกรณ์ ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทำงานอยู่ในบ้าน ที่มีสวนสวยเป็นวิวส่วนตัว และยังมี Meeting Room ที่ให้คุณและทีมมานั่ง Brainstorm กันในบรรยากาศสบาย
CO-LIFESTYLE ออกแบบสวนชั้น 35 ให้เป็นสนามเด็กเล่น ที่มีเนินดินสาหรับปีนป่าย และมีเครื่องเล่นต่างๆ แทรกตัวอยู่ คำนึงถึงความปลอดภัย โดยการปูเป็นพื้นยางกันกระแทกเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังมีชั้น Sky Lounge เพิ่มทางเลือกอเนกประสงค์ไม่ว่าจะพักผ่อนหรือนั่งทำงาน ก็อิสระได้ตามใจ

จากเดอะ ไลน์ พหล-ประดิพัทธ์ มาดู Co-Living Space ที่เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101

CO-KITCHEN จะทำให้ข้อจำกัดการทำอาหารบนคอนโดมิเนียมหมดไป การแสดงฝีมือทำอาหาร ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าคุณจะปาร์ตีสังสรรค์ กับเพื่อน หรือทานมื้อพิเศษกับคนรู้ใจ ก็สะดวกสบายไม่มีข้อจำกัด
CO-WORKING SPACE อิสระ ในพื้นที่ทำงานเพื่อความคิดสร้างสรรค์ จัดสรรพื้นที่อย่างลงตัว แบ่งเป็นห้อง ตอบรับทั้ง การทำงานคนเดียว และเป็นกลุ่ม ฟรีอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ตลอด 24 ชม. พร้อมอุปกรณ์สำนักงานครบครัน
CO-RECREATION ไม่ว่าคุณจะชอบกีฬาแบบไหน บาสเก็ตบอล ฟุตบอล เทนนิส ก็เลือกสนุกได้ตามสไตล์คุณ ASB Glass Floor เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดกับสนามกีฬาที่ปรับเปลี่ยนได้ ที่แรกใน Southeast Asia พร้อมรองรับแมตช์สาคัญของคุณกับเพื่อนๆ
CO-RECREATION อีกหนึ่งไฮไลท์กับสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิกบนชั้น 5 ทอดยาวตามแนวอาคาร ออกแบบเป็นเส้นโค้ง แต่งแต้มด้วยสีสันที่สดใสหลายๆ สี เปิดมุมมองเมืองกว้างแบบ Panoramic Skyline
CO-LIFESTYLE สายปาร์ตี้ต้องชอบ กับความสนุกไม่จำกัดทั้ง พินบอล แอร์ฮอคกี้และหมากรุก เติมสีสันให้การแฮงค์เอาท์กับเพื่อนๆ ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ทั้งสองโครงการ เรียกได้ว่าเป็นคอนโดมิเนียมที่ออกแบบมาให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านหลังใหญ่
เป็นบ้านที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติ และมีพื้นที่สำหรับทุกช่วงวัย ทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตัวเล็กวัยกำลังซน ที่ต้องการพื้นที่วิ่งเล่น เชฟสาวมือสมัครเล่นที่หลงใหลการทำอาหาร หนุ่มออฟฟิศไฟแรง ที่ชอบมองหาไอเดียใหม่ๆ ก็ตอบโจทย์ได้ทุกคน

เดอะ ไลน์ พหล-ประดิพัทธ์
เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101

เชื่อว่าคอนเซ็ปต์ Co-Living Space น่าจะถูกใจคนรุ่นใหม่ ด้วยทำเลที่ดี บวกกับแนวคิดที่หลุดออกจากกรอบของคอนโดมิเนียมเดิม ๆ ไม่ใช่แค่ความสุขในห้องเราเองเท่านั้น แต่เป็นความสุขที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน มีไลฟ์สไตล์เพิ่มขึ้น ทำให้พื้นที่ทุกตารางเมตรเต็มไปด้วยความสุขที่มากกว่า

 

สนใจชมบรรยากาศจริงได้ที่ Sales Gallery ของทั้ง 2 โครงการ ซึ่งจะ Pre-Sale พร้อมกันวันที่ 19-20 พ.ย.นี้ ราคาเริ่มต้นที่ 3.55 ล้านบาท

คลิกรายละเอียดเพิ่มเติมที่

เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์

เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101