อินไดร์ฟ เผย ตลาดเรียกรถในประเทศไทย เติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ถึงครึ่งปีหน้า มุ่งเน้นความแตกต่างจากแอปพลิเคชันเรียกรถอื่น ๆ ด้วยการเสนอบริการที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน และยืนยันจะไม่ขึ้นค่าธรรมเนียมคนขับไปมากกว่า 10% ต่อออเดอร์ เนื่องจากเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทมาตั้งแต่ก่อตั้ง   

Andries Smit รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจใหม่ (VP New Ventures) บริษัท อินไดร์ฟ เปิดเผยว่า ตลาดเรียกรถในประเทศไทย (ride-hailing service) คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ถึงครึ่งปีหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวและการท่องเที่ยวกำลังกลับมาเป็นปกติ

เราคาดว่าจะมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับบริการการขนส่งที่สะดวกสบายและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ การขยายตัวของเมือง (urbanization) และการแปลงเป็นทางดิจิทัล (digitalization) ในประเทศไทยก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้คนไทยใช้บริการเรียกรถมากขึ้น

ในตลาดมีคู่แข่งเยอะแต่ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยมีทั้งรถแท็กซี่แบบดั้งเดิม บริษัทเกิดใหม่ และบริษัทที่มีอยู่แล้วต่างก็แข่งขันกันเพื่อส่วนแบ่งตลาด โดยบริษัทอินไดร์ฟ มีความโดดเด่นด้วยโมเดลธุรกิจแบบ peer-to-peer (การเชื่อมโยงระหว่าง 2 ฝ่าย) ซึ่งแพลตฟอร์มของเรานั้นมีบริการเรียกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยผู้โดยสารสามารถเลือกคนขับตามความชอบ เช่น คะแนนรีวิว รุ่นของรถ และเวลาที่จะมาถึง ความยืดหยุ่นและแนวทางที่เน้นผู้ใช้ของเราเป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่งที่มีโครงสร้างที่เข้มงวดมากกว่า

ช่วงปีที่ผ่านมา อินไดร์ฟเห็นการเติบโตอย่างมากในตลาดไทย โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งผู้ใช้และผู้ขับขี่ที่ลงทะเบียนกับเรา ปัจจุบันอินไดร์ฟให้บริการในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา และเรามีแผนที่จะขยายไปยังเมืองอื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งการได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกช่วยเสริมโอกาสในการเติบโตของเรา เมื่อมองไปข้างหน้า เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี (technology infrastructure) เพื่อเป็นการขยายบริการของเรา และเพื่อขยายตัวอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

ทั้งเทคโนโลยี AI สามารถเสริมสร้างประสิทธิภาพในหลาย ๆ ด้านของธุรกิจเรียกรถได้อย่างมาก สำหรับอินไดร์ฟนั้น AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนเส้นทาง ลดเวลารอ และปรับปรุงความแม่นยำในการจับคู่ระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นอกจากนี้ การวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและความชอบของผู้ใช้ ทำให้เราสามารถให้บริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น ที่สำคัญ AI ยังสามารถช่วยเรื่องความปลอดภัย เช่น การตรวจสอบแบบเรียลไทม์ และคาดการณ์การบำรุงรักษาสำหรับยานพาหนะ

เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป inDrive มุ่งเน้นไปที่การสร้างความแตกต่างผ่านรูปแบบธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ นวัตกรรมใหม่ และความมุ่งมั่นเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า เราใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในด้านบริการเฉพาะบุคคล ราคาที่แข่งขันได้ และการเจรจาค่าโดยสารที่ยืดหยุ่นเพื่อดึงดูดและรักษาผู้ใช้ไว้ นอกจากนี้ เรากำลังลงทุนในเทคโนโลยีและขยายการบริการ เพื่อก้าวนำหน้าคู่แข่งและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า

เกี่ยวกับ

บริษัท inDrive (อินไดร์ฟ) ผู้ให้บริการเรียกรถโดยสารและรถรับจ้างแบบเรียลไทม์ (ride-hailing service) ก่อตั้งขึ้นในปี 2555 และเติบโตจนมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันแอปพลิเคชัน inDrive ให้บริการเรียกรถในกว่า 46 ประเทศทั่วโลก และมียอดดาวน์โหลดผ่านกูเกิลสโตร์และแอปเปิลสโตร์รวมกันมากถึง 250 ล้านครั้งทั่วโลก โดยพร้อมมีตัวเลือกหลากหลายที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการเรียกรถได้ง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือราคาที่เป็นธรรม

เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2566 บริษัทอินไดร์ฟ ได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หลังจากได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก โดยอินไดร์ฟมุ่งเน้นความแตกต่างจากแอปพลิเคชันเรียกรถอื่น ๆ ด้วยการเสนอบริการที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน และยืนยันจะไม่ขึ้นค่าธรรมเนียมคนขับไปมากกว่า 10% ต่อออเดอร์ เนื่องจากเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทมาตั้งแต่ก่อตั้ง


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer