แม้เป็นเมืองร้อนแต่ตลาดไอศกรีมในไทยกลับมีแบรนด์ใหญ่สู้กันอยู่ไม่ถึง 3 เจ้า ไม่มีแบรนด์ใหญ่เติมเข้ามา บางรายต้องถอนตัวออกไปก็มี แต่มีแบรนด์เล็กทยอยเข้ามาในตลาดต่อเนื่อง รวมถึงแบรนด์ไอศกรีมที่ไม่มีหน้าร้านขายในออนไลน์ อาจด้วยข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ค่าเช่า ผู้เล่นที่ไม่ใช่เชนใหญ่จึงเน้นการ Take away มากกว่ามีพื้นที่นั่งรับประทานในร้าน แต่ไม่ใช่กับ สเวนเซ่นส์ ที่เน้นมอบประสบการณ์แก่ลูกค้า จึงลงทุนพัฒนาตกแต่งออกแบบร้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าดื่มด่ำกับมื้อของหวานได้อย่างเต็มอิ่ม
เป็นที่มาของการลุยโมเดลสเวนเซ่นส์แฟลกชิปสโตร์สาขาใหญ่พิเศษในจังหวัดต่าง ๆ ที่จะนำเอาเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ของดีของเด่นในจังหวัดนั้น ผสมผสานความเป็นโลคอลเข้ากับอัตลักษณ์ของสเวนเซ่นส์ โดยในแต่ละสาขาใช้เวลาสร้างเกินกว่าปีครึ่ง งบลงทุนหลักสิบล้านบาทปลาย
คุณณพล ศิริมงคลเกษม Head Of Brand – Swensen’s ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทวางแผนไว้ว่าสเวนเซ่นส์แฟลกชิปสโตร์จะสร้างไม่เกิน 10 สาขา และขอนแก่นนับเป็นสาขาที่ 7 เนื่องด้วยเหตุด้านพื้นที่ เพราะการทำแฟลกชิปสโตร์ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อสร้างสรรค์ถ่ายทอดเสน่ห์ออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อมีขนาดใหญ่กว่ายอดขายจึงจะมากกว่าสาขาปกติ 20-30% แต่สาขาใหญ่ต้องใช้เวลาคืนทุนราวสองปี
5 ข้อน่ารู้ สเวนเซ่นส์แฟลกชิปสโตร์ขอนแก่น
1. ทำไมต้องมีแฟลกชิปสโตร์ ทั้งที่มีสาขาสเวนเซ่นส์อยู่แล้ว
สเวนเซ่นส์แฟลกชิปสโตร์ คือ โมเดลร้านรูปแบบใหม่ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าในการไปสัมผัสการรับประทานไอศกรีมกับโมเมนต์ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและดีเอ็นเอของสเวนเซ่นส์ บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าปกติ เต็มอิ่มอัดแน่นด้วยเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้น ๆ ที่ทุ่มเทเวลาสร้างเกินกว่าหนึ่งปีครึ่งต่อหนึ่งสาขา
โดยเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์คอนเซ็ปต์ใน 6 จังหวัดไปเป็นที่เรียบร้อย ได้แก่ ภูเก็ต น่าน ยะลา พิษณุโลก นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ (มีเพียงน่านเท่านั้นที่ไม่มีสาขาสเวนเซ่นส์ มีเพียงแห่งเดียวในจังหวัดคือสาขาแฟลกชิป)
2. ทำไมเลือก “ขอนแก่น” เป็นแฟลกชิปสโตร์แรกแห่งภาคอีสาน
จังหวัดขอนแก่น คือ เมืองไดโนเสาร์ที่ห้อมล้อมไปด้วยจารีตประเพณีอันทรงคุณค่า ทำให้ผู้ที่เดินทางไปเยือนได้สัมผัสเสน่ห์แห่งอีสานกลาง
แฟลกชิปสโตร์สาขาตลาดต้นตาล เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา พื้นที่รวม 278 ตารางเมตร ทั้งหมด 116 ที่นั่ง กลายเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดขอนแก่น ใช้งบลงทุนเกินกว่า 10 ล้านบาท
บนโลเคชันใจกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่มากันเป็นครอบครัวเป็นหลัก หวังเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่จะดึงดูดลูกค้าให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ รวมทั้งสร้าง Brand Awareness ให้แก่สเวนเซ่นส์ในกลุ่มคนท้องถิ่น
3. แฝงดีเทลเล็ก ๆ ที่รวมออกมาเป็นภาพใหญ่
คอนเซ็ปต์สโตร์โชว์เอกลักษณ์ความเป็นอีสานขอนแก่นสไตล์ นำเอาศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคอีสานมาผสมผสาน โครงสร้างและการออกแบบด้านนอกจะใช้ไอเดียคอนเซ็ปต์ “ลอมข้าว” ที่เป็นการนำฟ่อนข้าวที่เกี่ยวแล้วไปกองรวมกันไว้กลางลานดิน และ “กูบเกวียน” พาหนะที่แพร่หลาย และได้รับความนิยมอย่างมากในภาคอีสาน จึงทำให้ “เกวียนอีสาน” ที่ชาวอีสานผลิตขึ้นมา จะมีลักษณะแตกต่างและโดดเด่นยิ่งกว่าภาคอื่น กลายเป็นอัตลักษณ์กลิ่นอายที่ไม่ซ้ำใคร
และต้องกลมกลืนกับ DNA ของสเวนเซ่นส์ สอดรับ “โคมไฟทิฟฟานี” ทำให้การออกแบบโคมไฟดังกล่าวเป็นอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครในแฟลกชิปสโตร์ทุกสาขา
4. ทำไมร้านต้องโทนสีร้อน
ที่ร้านเล่นกับสีโทนร้อน เนื่องจากผู้ออกแบบร้านใช้โทนสีคำนึงถึงสีของแบรนด์ที่โดดเด่นอย่างสีแดง แต่ไม่ลืมผสมผสานเสน่ห์ของขอนแก่น ด้วยการใช้ลายทอ “แคนแก่นคูณ” อันเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดขอนแก่น โดยแฝงลายละเอียดความเป็นขอนแก่นไว้บนลายทอเฟอร์นิเจอร์ ดีไซน์ภายในร้านคำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก ออกแบบที่นั่งรองรับการบริการแบบครอบครัว หรือมากันแบบแก๊งเพื่อน รองรับผู้ใช้บริการจำนวนมาก
5. เอ็กซ์คลูซีฟเมนู
สำหรับความพิเศษของสาขาแฟลกชิปสโตร์ทุกแห่ง จะต้องมี special menu สุดพิเศษสำหรับที่แห่งนั้นเสมอ โดยจะเปิดจำหน่ายเพียงสามเดือนแรกเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดร้านใหม่อย่างเป็นทางการ อย่างสาขาหาดใหญ่ มีเอ็กซ์คลูซีฟเมนู คือ “ขนมไข่” ซึ่งหลังจากเปิดตัวก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
สำหรับเมืองขอนแก่น เมนูสุดพิเศษ คือ “PHU WIANG DINO Roti Sundae Set” ภูเวียงไดโน่ โรตี ซันเด เซต
เมนูพิเศษเฉพาะแฟลกชิปสโตร์สาขาแรกแห่งขอนแก่น ไอศกรีมกะทิซิกเนเจอร์ที่เสิร์ฟพร้อมภูเขาไฟโรตียักษ์ รับประทานเข้ากันกับทอปปิ้งข้าวเหนียวใบเตยหอม ราดไวท์ครีมซอส และอัลมอนด์กรุบกรอบ ทอปด้วย “ตุ๊บตั๊บ” ของดีพื้นถิ่นจังหวัดขอนแก่น และคุกกี้รูปไดโนเสาร์ในราคาเพียงเซตละ 179 บาท
ซึ่งในปีหนึ่งสเวนเซ่นส์จะออก New Product มากกว่า 100 skus ต่อปี เช่น สตรอว์เบอร์รี่ มะม่วง ชาไทย ทุเรียน เป็นต้น เพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกจำเจ เพราะปัจจุบันโจทย์ที่ยากที่สุดของการทำธุรกิจคือ ลูกค้าเบื่อง่าย วิ่งหาสิ่งใหม่เสมอ ร้านจึงจำเป็นต้องมีรสชาติเปลี่ยนตามฤดูกาลเพื่อหาสิ่งใหม่ ๆ มานำเสนออยู่เสมอ
ปัจจุบันสเวนเซ่นส์มีสาขารวมทั้งสิ้น 345 สาขาทั่วประเทศไทย โดยที่ 60% เป็นแฟรนไชส์ Local Owners ทั้งซิงเกิลสโตร์และมัลติสโตร์ ขณะที่ 40% เป็นของสเวนเซ่นส์ดูแลเอง การขยายสาขาใหม่โดยเฉลี่ย 10-15 สาขาต่อปี เน้นเปิดตามห้างสรรพสินค้าเป็นหลักเนื่องจากความได้เปรียบของเรื่องแทรฟฟิก
ความยากของการเป็นเบอร์ 1 คือต้องถางทางเอง
คุณณพลกล่าวในตอนท้ายว่า “สเวนเซ่นส์ยังคงเป็นทอปแบรนด์ของไมเนอร์ฟู้ด และเป็นเบอร์ 1 ในตลาดไอศกรีมไทย แต่ความยากของเบอร์หนึ่งคือการต้องวิ่งนำตลาดตลอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันไม่มี Success case ให้ดูเป็นตัวอย่าง ต้องถางทางเอง”
–

