ซื้อง่าย จ่ายคล่องมากขึ้น เมื่อ เซเว่น อีเลฟเว่น ทดลองระบบเปิดให้บางสาขารับชำระเงินด้วยการสแกนจ่าย ผ่านแอปธนาคารและพร้อมเพย์ หลังจากที่ผ่านมาเซเว่นฯ รับชำระเงินด้วยเงินสด ทรูมันนี่ และบัตรเครดิตเท่านั้น
การเปิดชำระผ่านการสแกนจ่ายของเซเว่นฯ ทำให้เข้าถึงผู้ใช้โมบายแบงกิ้งที่มีจำนวนบัญชีที่งานเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า
ไตรมาส 2/2565 มีบัญชีผู้ใช้บริการ 90.53 ล้านบัญชี
ไตรมาส 2/2566 บัญชีผู้ใช้บริการ 101.82 ล้านบัญชี
ไตรมาส 2/2567 บัญชีผู้ใช้บริการ 110.26 ล้านบัญชี
และการเปิดทดลองระบบสแกนจ่ายของเซเว่นฯ Marketeer มองว่า นอกเหนือจากการเปิดทดลองระบบเพื่อสร้างความสะดวกให้กับผู้รับเงินในโครงการดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ที่เซเว่นฯ เป็นหนึ่งในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการรับชำระแล้ว
ยังเป็นการลดการจัดเก็บเงินในรูปแบบเงินสดผ่านร้านเซเว่นฯ ได้อีกทางหนึ่ง
เนื่องจากการใช้งานทรูมันนี่มีผู้ใช้บริการประมาณ 28 ล้านคน อ้างอิงจากทรูมันนี่ กันยายน 2566
ทำให้ลูกค้าที่ใช้บริการเซเว่นฯ ที่ไม่ได้เปิดใช้บริการทรูมันนี่ยังคงต้องจ่ายเงินสดเพื่อซื้อสินค้า
ซึ่งการใช้เงินสดอาจจะทำให้เซเว่นฯ เสียโอกาสเล็ก ๆ จากการขายสินค้าเพิ่ม เนื่องจากพกเงินสดไปไม่พอ
ตลอดจนการจ่ายเงินสดอาจเกิดความผิดพลาดในการรับและทอนเงิน รวมถึงการสรุปยอดเพื่อเคลียร์เงินของแคชเชียร์ เป็นต้น
และที่ผ่านมา เซเว่นฯ มียอดการซื้อสินค้าโดยเฉลี่ยต่อบิลในไตรมาส 2/2567 ที่ 85 บาท เท่ากับไตรมาส 2/2567
บนรายได้เฉลี่ยต่อสาขาที่เพิ่มขึ้นจาก
ไตรมาส 1/2567 รายได้เฉลี่ยต่อสาขา 82,619 บาทต่อวัน
ไตรมาส 2/2567 รายได้เฉลี่ยต่อสาขา 86,656 บาทต่อวัน
การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อวันมาจากจำนวนลูกค้าเฉลี่ยต่อสาขาที่เพิ่มขึ้ย
ไตรมาส 1/2567 ลูกค้าเฉลี่ยต่อสาขา 972 คนต่อวัน
ไตรมาส 2/2567 ลูกค้าเฉลี่ยต่อสาขา 1,007 คนต่อวัน
และการเปิดให้รับจ่ายเงินผ่านสแกนจ่ายของเซเว่นฯ อาจจะทำให้เซเว่นฯ สร้างการเติบโตจากดิจิทัลวอลเลต และลูกค้าที่จ่ายแทนเงินสดได้อีกทางหนึ่ง
แต่อย่างไรก็ดี การเปิดชำระเงินผ่านสแกนจ่ายไม่ใช่ว่าจะไม่มีช่องว่างที่ผิดพลาดจากระบบให้บริการ เพราะที่ผ่านมาการจ่ายผ่านทรูมันนี่มีความผิดพลาดจากระบบที่ไม่หักเงินเช่นกัน
–
