Trend / เวียนมาถึงอีกครั้งสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยในปี 2024 พรรคเดโมแครตเปลี่ยนตัวแทนลงชิงชัย จากประธานาธิบดี โจ ไบเดน เป็น รองระธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส ขณะที่ฝั่งพรรครีพับลิกันก็ส่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2016 เป็นตัวแทนอีกครั้ง
หนึ่งในประเด็นที่ทั้งสร้างสีสันและสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทุกครั้งคือ ผู้สนับสนุน โดยครั้งนี้ขณะที่ กมลา แฮร์ริส ได้ทัพนักร้องนักแสดง ผู้หญิงคนดังและขวัญใจคนรุ่นใหม่ Gen Z มาหนุนหลัง
โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ไปขั้วตรงข้ามอย่างชัดเจน ด้วยการได้นักธุรกิจเบอร์ใหญ่ ฝีปากกล้า และส่วนใหญ่เป็นชาย เป็นกองหนุน
ในบรรดาผู้สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ชาวอเมริกันและคนทั่วโลกรู้จักมากสุด คงไม่มีใครเกิน อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเบอร์ต้น ๆ ของโลก ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายรถอีวี Tesla และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X หรือ Twitter เดิม

การเลือกข้างมาหนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ของ อีลอน มัสก์ ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะเขาไม่ใช่แค่ประกาศว่าสนับสนุน (Endorse) หรือเป็นแกนนำจัดงานเลี้ยงระดมทุน แต่ยังไปปรากฏตัวช่วย โดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยหาเสียงบ่อย ๆ
และที่สำคัญยังทุ่มเงินช่วยรณรงค์หาเสียงแล้วถึง 119 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,000 ล้านบาท) และยังประกาศพร้อมให้อีกวันละ 1 ล้านดอลลาร์ (ราว 33 ล้านบาท) ไปจนกว่าหาเสียงจะสิ้นสุด
จนกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า เขาคือหัวคะแนนอันดับหนึ่ง และมีทรัมป์ที่ไหนต้องมีมัสก์ที่นั่นไปแล้ว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดอีกประเด็นใหญ่แตกออกมาคือ ทำไม อีลอน มัสก์ จึงหนุน โดนัลด์ ทรัมป์ สุดตัว และเขาจะได้อะไรหากตัวแทนพรรครีพับลิกันผู้นี้ชนะเลือกตั้งและกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย ภายใต้แนวคิด Make America Great Again ที่เรียกโดยย่อว่า MAGA

หรือทำให้สหรัฐอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งอิงด้านเศรษฐกิจและเอาผลประโยชน์ของชาติแบบสุดขั้วเป็นหลัก
เหตุผลแรกที่ทำให้ อีลอน มัสก์ หนุน โดนัลด์ ทรัมป์ คือ ทั้งคู่ต่างเป็นชายแท้แบบสุดขั้ว หรือ Alpha Male เหมือนกัน นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเป็นคนฝีปากกล้า พร้อมฉีกกฎหรือใช้มาตรการแข็งกร้าว เน้นเป้าหมายโดยไม่สนวิธีการ และแทบไม่มีความประนีประนอมอีกด้วย
นี่เป็นลักษณะและท่าทีที่ได้ใจ Alpha Male กับนักธุรกิจและผู้บริหารแบบเดียวกันในสหรัฐฯ รวมถึงคนสูงวัย
ตรงข้ามกับ กมลา แฮร์ริส ซึ่งเป็นตัวแทนของอีกขั้วหนึ่งนั่นคือ ผู้หญิง ประนีประนอม เน้นการเจรจาหรือหาทางออกร่วมกัน และโอบรับความหลากหลาย
เหตุผลต่อมาคือ อีลอน มัสก์ อึดอัดกับกฎข้อบังคับที่ฉุดรั้งการดำเนินธุรกิจ ทนไม่ไหวกับระบอบ-ระเบียบที่เขาเห็นว่าฉุดรั้งความก้าวหน้า หลักฐานคือการสั่งให้โรงงานของ Tesla ในสหรัฐฯ กลับมาเดินสายการผลิตช่วงโควิด และขู่ไล่พนักงานที่ไม่ปฏิบัติตามออก โดยไม่สนว่า Tesla ต้องปฏิบัติตามมาตรการล็อกดาวน์

และมักออกมาแสดงความไม่พอใจเสมอที่ความก้าวหน้าของ Tesla ด้านการพัฒนาระบบไร้คนขับหรือขับเคลื่อนอัตโนมัติ ต้องสะดุดจากกฎระเบียบหรือการตรวจสอบของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่นำโดยพรรคเดโมแครต
ในเรื่องกฎระเบียบที่ฉุดรั้งพัฒนาการทางเทคโนโลยี สื่อตะวันตกบางสำนักวิเคราะห์อิงจากทัศนะของนักวิชาการว่า ถ้าปลดล็อกหรือผ่อนคลายลงไปบ้าง อาจทำให้เทคโนโลยีสหรัฐฯ ก้าวหน้าไปกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายปี

ส่วนสิ่งที่ อีลอน มัสก์ ต้องการหรือหวังไว้ ถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง คือให้คลายกฎระเบียบที่ฉุดรั้งการดำเนินธุรกิจ ซึ่งมีแนวโน้มว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะไฟเขียวอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียด้วย เหมือนที่ทำให้เห็นไปแล้วกับนโยบายที่อิงเศรษฐกิจแบบสุดขั้ว ไม่สนว่าจะสร้างความไม่พอใจให้ใคร
หรือสร้างความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เช่น การประกาศสงครามการค้ากับจีนตลอดการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรก

อีกสิ่งที่ อีลอน มัสก์ จะได้หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง คือการยกระดับจากผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดไปเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของรัฐบาลหรืออาจถึงขั้นขุนพลคู่ใจของ โดนัลด์ ทรัมป์ เฉพาะด้านเทคโนโลยี
โดยด้านหนึ่งอาจทำให้เทคโนโลยีสหรัฐฯ พัฒนาได้เร็วกว่าเดิม และทวงคืนตำแหน่งประเทศชั้นนำในด้านนี้พร้อมทิ้งห่างจีน
แต่อีกด้านหนึ่งก็อาจทำให้เกิดกรณีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ อีลอน มัสก์ เป็นหัวเรือใหญ่ของทั้งค่ายรถ Tesla และแพลตฟอร์ม X นั่นเอง / bbc, theguardian, elpais
–
