ธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านไฟน์ไดนิ่งอย่าง ร้านนุสรา ทุกเมนูที่เสิร์ฟให้ลูกค้าได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ทั้งวัตถุดิบและการจัดจานเพื่อความสมบูรณ์แบบที่สุด
แน่นอนว่าในกระบวนการสร้างสรรค์เมนูเหล่านี้ย่อมมีวัตถุดิบส่วนเกินที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ หรือที่เรียกว่า “Trimmed Ingredients” วัตถุดิบเหล่านี้ไม่ใช่ของเสียหรือไม่มีคุณภาพ แต่เป็นส่วนที่ยังคงความสดใหม่ และมีคุณค่าทางโภชนาการ

แล้วเรื่องของ ‘ความยั่งยืน’ จะเดินไปพร้อม ๆ กับการทำธุรกิจร้านอาหารแบบไฟน์ไดนิ่งได้อย่างไร?
โจทย์สำคัญที่ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ เเละ ตาม-ชัยสิริ ทัศนาขจร 2 พี่น้องเจ้าของร้านนุสราและหัวเรือใหญ่ของแคมเปญตั้งธงไว้ในใจถึงเรื่องการเปลี่ยน Food Waste ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนและผู้คน ด้วยวิธีที่เขาถนัดที่สุดก็คือการส่งต่อความสุขผ่านการทำอาหาร …
โดย ร้านนุสรา จึงได้จับมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง มูลนิธิอิสรชน องค์กรที่มุ่งเน้นสร้างความเท่าเทียมในสังคม และเป็นผู้ลงพื้นที่ฟื้นฟูชุมชนรวมถึงคนไร้บ้าน ไร้โอกาสในย่านพระนครมาอย่างต่อเนื่อง
จัดทำโครงการ “Zero Food Waste to Zero Hunger” วัตถุดิบส่วนเกินจะถูกนำมาปรุงเป็น “ข้าวกล่อง” สำหรับมอบให้ผู้ไร้บ้าน รวมถึงชุมชนและผู้ที่ต้องการรับมื้ออาหารคุณภาพ สะอาด และรสชาติที่ดี โดยมีมูลนิธิอิสรชนเป็นตัวกลางในการนำเดินการแจกข้าวกล่องให้กับพี่น้องในชุมชนต่าง ๆ รอบเขตพระนคร

“ผมว่ามนุษย์ทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะได้รับประทานอาหารที่ดีมีคุณภาพ สะอาด รวมถึงรสชาติที่ดีด้วย โดย ข้าวกล่องนุสรา ถือเป็นอีก 1 อิ่ม 1 สะอาดที่ผมและทีมงานทุกคนตั้งใจทำแคมเปญนี้ขึ้นมา ตั้งเป้าที่จะผลิตข้าวกล่องจากครัวของนุสราส่งไปยังชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่ำ ๆ เดือนละ 2 รอบ ครั้งละ 200-300 กล่อง ตามความสามารถที่เราทำได้”
ที่สำคัญการร่วมมือกันในครั้งนี้สามารถช่วยจัดการปริมาณขยะอาหาร หรือ Food Waste ที่เกิดขึ้นจากวัตถุดิบส่วนที่ไม่ต้องการ ที่ร้านอาหารนุสราได้มากถึง 80%
“ความตั้งใจสำคัญที่สุดของผมคือต้องการสร้างแรงกระเพื่อมในวงการร้านอาหาร ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะไฟน์ไดนิ่งก็ได้ แต่ถ้าทุกร้านร่วมมือร่วมใจกัน ก็สามารถกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้”
และทั้งหมดนี้คือวิสัยทัศน์ของ ร้านนุสรา และ เชฟต้น ที่ไม่เพียงตั้งใจเป็นร้านอาหารที่มอบประสบการณ์ และอาหารที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า แต่ยังต้องการเป็นแรงผลักดันที่เปลี่ยนแปลงวงการอาหาร และธุรกิจนี้ให้ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ในแบบฉบับที่เขาถนัดและทำได้ดี

–
