ซูชิสายพาน ตลาดนี้นับวันยิ่งแข่งเดือด เมื่อในวันนี้ Sushiro ต้องเจอกับคู่แข่งใหม่ (วิเคราะห์)
หลังจากที่ Sushiro ลงเล่นตลาดซูชิสายพานในไทยมาตั้งแต่ปี 2564 ด้วยการเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ และสามารถขยายสาขาได้ครอบคลุม 29 สาขาในปัจจุบัน จากการนำเสนอจุดเด่นความสดของอาหารที่พร้อมเสิร์ฟบนสายพาน ที่มีทั้งให้เลือกหยิบเอง หรือสั่งจาก Tablet ในกรณีไม่อยากคอยมองซูชิที่ต้องการเคลื่อนตัวผ่านสานพานมาให้หยิบตรงหน้า

จนในไตรมาสสี่ปีนี้เกิดปรากฏการณ์การเปิดตัวของซูชิสายพานสัญชาติญี่ปุ่นพร้อม ๆ กันถึงสองแบรนด์ ได้แก่ Genki Sushi และ Katsu Midori Sushi เข้ามาร่วมวงแข่งขันเพิ่มจากการมองเห็นโอกาสในตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยที่มีมูลค่า 25,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5-7%

โดย Genki Sushi ถือเป็นแบรนด์ร้านอาหารซูชิสายพานที่กลับมาบุกตลาดไทยอีกครั้ง หลังจากที่เคยทำตลาดมาก่อนหน้านั้น
และมาในครั้งนี้ได้เลือกเซ็นทรัลเวิลด์เป็นสาขาแรก เปิดให้บริการตุลาคม 2567 พร้อมนำเสนอผ่านจุดเด่นของแบรนด์คือการปั้นซูชิสดใหม่ทุกครั้งเมื่อมีออเดอร์ และเสิร์ฟผ่าน Kousoku Train รถไฟความเร็วสูงที่แล่นผ่านสายพานจากครัวไปยังโต๊ะลูกค้าเพื่อเป็นกิมมิกของร้าน บนเมนูกว่า 130 รายการ

นอกเหนือจากการเปิดตัวอีกครั้งของ Genki Sushi ในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ถือเป็นวันแรกที่ Katsu Midori Sushi ซูชิสายพานชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นเปิดให้บริการสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีบริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ Shinkanzen Sushi และนักล่าหมูกระทะ ผู้ได้รับสิทธิ์ขยายสาขาในประเทศไทย
การเข้ามาลงเล่นตลาดของ Katsu Midori Sushi เน้นจุดเด่นในเรื่องความหลากหลายที่สร้างประสบการณ์การรับประทานซูชิสายพานทั้งในเรื่องการจัดร้านส่วนหนึ่งให้เป็นครัวเปิดให้เห็นการปั้นซูชิจากมือเชฟ พร้อมการจัดเป็นเคาน์เตอร์บาร์ที่ให้ลูกค้านั่งมองการปั้นซูชิพร้อมสั่งและรับจากมือเชฟได้โดยตรง
รวมถึงการมีโซนอื่น ๆ ที่ให้เลือกซูชิผ่านสายพาน หรือสั่งผ่าน Tablet พร้อมกับการจัดซูชิเซต ตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการรับประทาน และสามารถสั่งกลับบ้านได้
อย่างไรก็ดี สำหรับการเข้ารุกตลาดของ ซูชิสายพาน อย่าง Genki Sushi และ Katsu Midori Sushi เป็นหนึ่งที่ช่วยสร้างสีสันและทางเลือกให้กับผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และทั้งคู่อาจจะกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ Sushiro ในอนาคตถ้ามีการขยายสาขาเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น
และสำหรับผลประกอบการของ Sushiro ในประเทศไทย ช่วงสามปีที่ผ่านมาข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี
ปี 2564 รายได้รวม 79.14 ล้านบาท ขาดทุน 64.91 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้รวม 1,000.50 ล้านบาท กำไร 62.88 ล้านบาท
และปี 2566 รายได้รวม 1,892.04 ล้านบาท กำไร 172.10 ล้านบาท
–
Website : Marketeeronline.co /
