Trends / อุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะกลุ่มรถอีวีคือกำลังสำคัญพาเศรษฐกิจจีนโตต่อเนื่องมาหลายปี และยังเป็นหัวหอกพาแบรนด์จีนบุกตลาดโลกอีกด้วย ท่ามกลางข่าวดีของ BYD เมื่อปี 2024 ที่ว่า ผลิตรถได้มากกว่า Tesla และยอดขายก็กำลังจะแซงหน้า
ทว่าปี 2025 ค่ายรถอีวีจีนอาจไม่ได้ยิ้มกว้าง และต้องหาทางประคองตัว เพราะสถานการณ์ในบ้านเกิดจะไม่ดีเหมือนปีที่ผ่านมา
CNBC สำนักข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจดังของสหรัฐฯ รายงานอิงทัศนะจากวิเคราะห์ของธนาคาร HSBC ว่าปี 2025 ยอดขายรถอีวีในจีนจะมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 20% แม้ยังโตเป็นเลข 2 หลักแต่ก็ลดลงครึ่งหนึ่งจากปี 2024 ซึ่งอัตราเติบโตเคยสูงถึง 42% โดยเบอร์ใหญ่ของตลาดอย่าง BYD ยอดขายจะเพิ่มขึ้น 14% และสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นจนกว่าจะถึงปี 2026

ขาลงดังกล่าวมาจากหลายสาเหตุประกอบกัน เริ่มด้วยผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือค่ายยานยนต์เพื่อกระตุ้นการขยายตัวอุตสาหกรรมยานยนต์ของรัฐบาล และเมื่อประชาชนไปซื้อรัฐบาลก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยอีก จนปริมาณที่ผลิตออกมามากเกินความต้องการหรือล้นตลาด
เหตุผลต่อมาคือ รถแต่ละค่ายไล่ตั้งแต่ BYD ลงมา ต่างก็ลดราคาแข่งกันเพื่อจูงใจผู้ซื้อและกระตุ้นยอดขาย โดยเกมราคานี้แม้ช่วยให้ขายได้ แต่กำไรต่อคันก็ลดลง และยังกระทบต่อเนื่องให้บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องลดราคาหรือตัดอุปกรณ์บางอย่างไป
ท่ามกลางรายงานจาก CNN ว่า BYD ขอให้บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนลดราคาลงมาเพื่อแลกกับการต่อสัญญาผลิตชิ้นส่วนให้ต่อไป ขณะที่บริษัทผลิตจอแสดงผลในจีนเผยว่า ช่วงรอยต่อปี 2023-2024 ยอดผลิตส่งให้รถอีวีในประเทศโตมากขึ้นขนาดต้องตั้งแผนกผลิตจอแสดงผลให้รถอีวีโดยเฉพาะ แต่ตลอดปี 2024 ยอดขายกลับทรงตัว จนคาดว่าต้องรอถึงปี 2026 กว่าสถานการณ์จะดีขึ้นและยอดผลิตจะเพิ่มขึ้นมา
ขาลงในปี 2025 ทำให้ทุกแบรนด์ในตลาดต้องลดราคารถทุกรุ่น และใช้ข้อแตกต่างไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง เพื่อจูงใจการซื้อสำหรับตลาดบ้านเกิด โดยหนึ่งในนั้นอาจเป็นระบบให้ความบันเทิงในรถ ซึ่งปี 2024 มีการแข่งขันกันให้เห็นแล้ว
CNBC รายงานต่อว่า ปี 2025 ค่ายรถจีนส่วนใหญ่คงทำให้ได้ประคองตัวเพื่อสู้กับคู่แข่งร่วมชาติในบ้านเกิด และแผนกที่จะถูกหั่นงบมากสุดคือวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้แทบไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาเลย หรือถ้ามีก็อาจเป็นเพียงการปรับปรุง-ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเท่านั้น
ยอดขายในประเทศที่หดตัวนี้อาจทำให้เกิดอีกอย่างตามมา นั่นคือ การระบายรถของบริษัทรถอีวีจีนที่เกินความต้องการไปยังตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะเอเชีย ซึ่งภาพลักษณ์แบรนด์รถจีนดีในสายตาผู้บริโภค และไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ กับยุโรป เพราะเจอกำแพงภาษีนำเข้ารอบใหม่ที่สูงขึ้น เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศตน
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคหลายประเทศในเอเชียจะได้ประโยชน์ เพราะได้ซื้อรถอีวีแบรนด์จีนในราคาที่ถูกลงกว่าปี 2024/cnbc, cnn
–
