ถ้าใครได้ติดตามแบรนด์แฟชั่นหรูต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าช่วงหลัง ๆ แบรนด์เหล่านี้ได้หันมาลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารมากยิ่งขึ้น อย่างแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ Dior (ดิออร์) Prada (ปราด้า) หรือ Ralph Lauren (ราล์ฟ ลอเรน) ต่างก็เปิดร้านคาเฟ่หรูเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงยุคหลังการระบาดครั้งใหญ่ที่ทำให้แบรนด์หรูเหล่านี้ได้เริ่มต้นคิดนอกกรอบ เพื่อสร้างและมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้บริโภค
เนื่องจากวิธีนี้จะทำให้แบรนด์เหล่านี้สามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าได้ในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถโต้ตอบกับแบรนด์ได้นานขึ้น สิ่งนี้ช่วยสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ที่เกิดขึ้นเองและสามารถขับเคลื่อนการซื้อในอนาคตได้ อีกทั้งยังสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายจดจำแบรนด์ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
อย่างในจีน แบรนด์แฟชั่นสุดหรูก็ได้เปิดตัวคาเฟ่เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่ม Gen Z และ Millennials ซึ่งกลุ่มเป้าหมายนี้คิดเป็น 66% ของการบริโภคกาแฟของจีน ทำให้การผสมผสานระหว่างแบรนด์หรูหราและร้านกาแฟนี้เป็นกลยุทธ์พิเศษสำหรับกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์
นอกจากนี้ กลยุทธ์นี้ยังเป็นหนึ่งในวิธีของแบรนด์ระดับไฮเอนด์ในการกระจายฐานลูกค้า และรักษาลูกค้าปัจจุบัน พร้อมทั้งดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ อีกด้วย
ซึ่งหากโฟกัสในจีนเป็นหลัก จะเป็นที่เห็นได้ชัดว่าร้านกาแฟของจีนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2023 โดยส่วนใหญ่มาจากความนิยมที่เฟื่องฟูของ Cotti Coffee (คอตติ คอฟฟี่) และ Luckin Coffee (ลัคกิ้น คอฟฟี่) นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2020 มูลค่าของตลาดกาแฟจีนเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า จาก 7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2015 เป็น 12 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020
ในขณะเดียวกัน ตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยของจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบันก็มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มลูกค้า Gen Z ซึ่งตรงกับกลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์แฟชั่นหรูนั่นเอง
อย่างในศูนย์การค้าในกรุงปักกิ่งที่ Ralph Lauren ได้เปิดตัวร้านกาแฟแห่งแรกเมื่อไม่กี่ปีก่อน โดยสองสามเดือนแรกหลังจากเปิดก็มีคิวยาวต่อแถวรอหน้าร้านตลอดเวลา แม้ว่าราคากาแฟจะค่อนข้างสูงก็ตาม หลังจากประสบความสำเร็จในสาขาแรก Ralph Lauren ก็ได้เปิดร้านกาแฟอีกแห่งในปีเดียวกันในเซี่ยงไฮ้ที่ร้าน Jing’an Kerry Center ซึ่งได้รับความนิยมในทันที
และในปี 2022 โครงการค้าปลีก Taikoo Li ของเซี่ยงไฮ้ประกาศเปิดตัวร้านกาแฟ Dior แห่งแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากเปิดตัวไม่นาน คาเฟ่ที่เน้นการดื่มชายามบ่ายสุดหรูพร้อมของหวานที่คัดสรรมาอย่างดีของ Dior ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
ส่วนสาเหตุที่ร้านคาเฟ่หรูเหล่านี้ประสบความสำเร็จนั่นส่วนหนึ่งมาจากการให้ลูกค้าได้สัมผัสกับไลฟ์สไตล์ที่หรูหราด้วยตนเอง ส่งผลให้มีความดึงดูดผู้บริโภคที่ต้องการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ รวมไปถึงการบอกต่อในโลกออนไลน์หลังจากที่รับประทานอาหารที่คาเฟ่หรูเหล่านั้นเสร็จสิ้น และการกระจายข่าวสารนี้เองที่ทำให้แบรนด์ได้รับการโปรโมตโดยไม่ต้องลงทุนทางการตลาด
ซึ่งนอกจากความหรูหราแล้ว ตัวเมนูยังมีความอร่อยอีกด้วย ด้วยความที่แบรนด์เหล่านี้ได้พัฒนาสูตรและลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารอยู่เสมอ อย่างเช่น Gucci และ Louis Vuitton ได้เชิญเชฟ Massimo Bottura (แมสซิโม บ็อตตูรา) เชฟสามดาวมิชลินและเชฟ Yosuke Suga (โยสุเกะ ซูกะ) มาพัฒนาอาหารร่วมกับแบรนด์ เพื่อให้แน่ใจว่านอกจากลูกค้าจะสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศของร้านอาหารได้แล้ว ยังสามารถลิ้มรสอาหารสุดอร่อยจากร้านของแบรนด์หรูได้อีกด้วย
ดังนั้น จึงสามารถกล่าวได้ว่าการที่แบรนด์หรูขยายไปยังอุตสาหกรรมแฟชั่นนี้จะช่วยให้แบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์ได้กระตุ้นยอดขาย และดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ รวมไปถึงขยายสัดส่วนการตลาดในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรื่อง: ภริดา มุทิตาภรณ์
ที่มา:
Why luxury fashion brands are opening specialty coffee shops in China
https://www.designweek.co.uk/issues/9-15-march-2020/fashion-labels-branded-restaurants/
–



