หลังประกาศจะกลับมาลุยทำการตลาด “บิ๊กโคล่า” หลังจากหายหน้าไปหลายปี บริษัท อาเจไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มบิ๊กโคล่า ยังได้ประกาศลุยธุรกิจใหม่กระโดดลงสนามโฮมแคร์ไทย ซึ่งเป็นธุรกิจขาใหม่ที่น่าจับตา

ทำไมอาเจไทยถึงอยากกระโดดเข้าตลาดโฮมแคร์

อาเจไทยอยู่ในธุรกิจเครื่องดื่มมานานเกือบ 20 ปี  มีแบรนด์ “บิ๊กโคล่า” เป็นแหล่งรายได้สำคัญของบริษัท ขับเคลื่อนยอดขายมากกว่า 90% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด แต่เมื่อไม่ได้แอคทีฟทางด้านการตลาด ก็ทำให้แบรนด์ซึ่งเคยอยู่เป็น Top 3 ของตลาดน้ำอัดลม 62,000 ล้าน ถูกแทนที่ด้วยแบรนด์น้องใหม่ เนื่องจากตลาดน้ำอัดลมเป็นสมรภูมิเดือด การแข่งขันสูง ทำให้มีผู้ท้าชิงใหม่มาแทนที่ได้ตลอดเวลา

แต่ตลาดน้ำอัดลมที่มีการแข่งขันสูงกลับมี margin ที่ต่ำ ทำให้บริษัทเล็งเห็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเมื่อพึ่งพาสินค้าเพียงตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป ทำให้อาเจไทยแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไปในหมวดหมู่ใหม่ ๆ ทั้งชาพร้อมดื่ม (แบรนด์ BigTea), เครื่องดื่มชูกำลังอัดแก๊ส (แบรนด์Volt) น้ำเปล่า (แบรนด์ Veda)  และล่าสุดคือ กาแฟพร้อมดื่ม

และความเคลื่อนไหวล่าสุด เป็นการประกาศรุกน่านน้ำใหม่ ที่จะกระโดดข้ามตลาดจากเครื่องดื่มไปยังตลาดโฮมแคร์ของใช้ภายในบ้าน

ฮวน โฆเซ่ โลเปซ เวอการ่า (Mr. Juan Jose Lopez Vergara) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาเจไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเตรียมเปิดตัวธุรกิจใหม่ในกลุ่มโฮมแคร์ หลังจากที่ลงทุนสร้างโรงงานในไทยที่อมตะนครชลบุรีเมื่อแปดเดือนที่แล้ว พร้อมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ คือ น้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มภายใต้แบรนด์ “Dest” ในเร็ว ๆ นี้

ตลาดโฮมแคร์ 2.7 หมื่นล้านบาท

ซึ่งธุรกิจโฮมแคร์นี้ดำเนินการและมีโรงงานการผลิตสินค้ากลุ่มโฮมแคร์ในประเทศเปรูและอุรุกวัยอยู่ก่อนแล้ว และขยายธุรกิจนี้มาในไทยเป็นประเทศลำดับที่สาม  เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพของตลาดโฮมแคร์ในไทยที่มีอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่อง

เมื่อดูที่ตัวเลขของตลาดโฮมแคร์ประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ราว 800 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 27,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าเคยมีการคาดการณ์ไว้ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท  ซึ่งในจำนวนนี้เป็นตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่ม 1.4 หมื่นล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีค่อนข้างสูง

ฮวน โฆเซ่ โลเปซ เวอการ่า ยังกล่าวว่า พฤติกรรมของลูกค้าไทยจะแตกต่างจากประเทศอื่น ตรงที่คนไทยให้ความสำคัญกับกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ผลิตภัณฑ์จึงต้องชูจุดแข็งในด้านกลิ่น ซึ่งผลิตภัณฑ์มีวางจำหน่ายแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มและน้ำยาซักผ้าเท่านั้น บริษัทยังมองไปถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ครอบคลุมตลาดโฮมแคร์

อย่างไรก็ดี ตลาดโฮมแคร์ในไทยมีผู้นำที่เป็นยักษ์ใหญ่ครองมาร์เก็ตแชร์อย่างแข็งแกร่งอยู่ก่อนแล้ว ต้องรอดูต่อไปว่ากลยุทธ์ที่อาเจจะงัดมาเอาชนะ จะช่วยหาที่ยืนในตลาดนี้ได้หรือไม่


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer