
จากความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้ทางสมาคมฯ และประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจาก IEEE Power & Energy Society สำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพจัดงาน IEEE PES GTD Asia 2025 (งานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติด้านไฟฟ้าและพลังงาน ไอทริปเปิลอี เอเชีย 2568) ขึ้นอีกครั้ง ในระหว่างวันที่ 26 – 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ศาสตราจารย์ ดร. วีรกร อ่องสกุล ประธานการจัดงานประชุมและนิทรรศการฯ แนะนำว่าภายในงาน IEEE PES GTD Asia 2025 ในครั้งนี้ จะเป็นการรวม Main Tracks ด้านระบบผลิตพลังงาน ระบบส่งและจำหน่ายพลังงาน ด้านพลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน รวมทั้งยังมีการประชุมวิชาการ และการจัดนิทรรศการนานาชาติจากบริษัทและองค์กรชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติเข้ามาถ่ายทอดความรู้ และเทคโนโลยีล่าสุดด้านพลังงาน นำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าและพลังงานของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรมภายในงาน จะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม (Exhibition and Showcase) , การนำเสนอบทความวิจัย (Oral Session) , การบรรยายปาฐกถาพิเศษ (Keynote Session) , การเสวนา (Panel Session) , การบรรยายสาธิตเชิงวิชาการ (Tutorial and Workshop) , การแสดงผลงานวิจัยผ่านโปสเตอร์ (Poster Session) , การประชุมวิชาการในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง (Conference and Meeting) , การศึกษาและดูงานเชิงเทคนิค (Technical Tour) , กิจกรรมทางสังคม (Social Function) และกิจกรรม Networking
นอกจากนี้ สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามความร่วมมือเพื่อจัดงานประชุมและแสดงสินค้าระดับนานาชาติ IEEE PES GTD Asia 2025 สำหรับการศึกษาและพัฒนาบุคคลากรด้านไฟฟ้าและพลังงานกับหน่วยงานพลังงานชั้นแนวหน้าของไทย 4 หน่วยงาน
รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ อุปนายกด้านการจัดประชุมวิชาการ (IEEE PES Thailand Vice Chair Meeting and Conference) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของประเภทสินค้าและบริการที่จัดแสดงภายในงานฯ ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน ดังนี้
1. กลุ่มการผลิตไฟฟ้า ประกอบด้วย เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า , การเดินเครื่องและอุปกรณ์โรงไฟฟ้า , กังหันก๊าซและเครื่องยนต์ดีเซล , หม้อต้มและเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน วาล์วและปั๊ม เป็นต้น
2. กลุ่มระบบส่งและการจำหน่ายพลังงาน ได้แก่ สมาร์ทกริดและมิเตอร์อัจฉริยะ , นวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล , ไมโครกริดและระบบกักเก็บพลังงาน, อาคารและบ้านอัจฉริยะ , แบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิง , หม้อแปลงไฟฟ้า ฉนวน มอเตอร์ และตัวควบคุม , สายไฟและสายเคเบิล เป็นต้น
3. กลุ่มพลังงานทดแทน ได้แก่ เทคโนโลยีชีวมวลและก๊าซชีวภาพ , พลังงานขยะมูลฝอย , พลังงานลม , พลังงานแสงอาทิตย์ , ไฟฟ้าพลังน้ำ , พลังงานอัจฉริยะ , การขนส่งที่ยั่งยืน , ระบบการจัดการพลังงานและดิจิทัล และธุรกิจการค้าคาร์บอนเครดิต เป็นต้น
ภายในโซนนิทรรศการจะเป็นเวทีจัดแสดงนวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านไฟฟ้าและพลังงาน โดยมีไฮไลท์ที่สำคัญจากผู้สนับสนุนหลักในการจัดแสดงนำโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือปตท. รวมทั้งยังมีการจัดแสดงสินค้าและบริการจากบริษัทชั้นนำระดับนานาชาติ อาทิ บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) บริษัท ชไนเดอร์ อีเล็คทริค (ประเทศไทย) และบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงาน
ส่วนของการจัดประชุมวิชาการนั้น มีหัวข้อที่น่าสนใจตามแนวโน้มด้านไฟฟ้าและพลังงานสู่ความยั่งยืน ซึ่งบรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ นำเสนอในรูปแบบการประชุมต่างๆ ทั้งการบรรยายปาฐกถาพิเศษ (Keynote Session) , การนำเสนอบทความวิจัย (Oral Session) , การเสวนา (Panel Session) , การบรรยายสาธิตเชิงวิชาการ (Tutorial and Workshop) , การแสดงผลงานวิจัยผ่านโปสเตอร์ (Poster Session) ซึ่งมีไฮไลท์การเสวนานำโดย คุณดีน ชาราฟี (Dean Sharafi) ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Strategic Advisor – Energy Transition) จากองค์กร Australian Energy Market Operator (AEMO) ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น
ในส่วนของกลุ่มเป้าหมายในการชมงาน จะเป็นหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มรัฐวิสาหกิจ กลุ่มธุรกิจพลังงานและหน่วยงานสาธารณูปโภค รวมไปถึงวิศวกร กลุ่มโรงงานและแหล่งผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดกลางและใหญ่ กลุ่มอาคารและผู้รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มเคมีและปิโตรเคมี นักวิจัยและนักพัฒนา ผู้ให้บริการด้านไฟฟ้าและพลังงาน ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและพลังงาน สถาบันการศึกษาและนักวิชาการ โดยคาดว่าในระหว่างการจัดงานตลอด 4 วัน จะมีผู้ประกอบการด้านไฟฟ้าและพลังงานชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 400 ธุรกิจ และมีผู้เข้าร่วมการประชุมและเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงานกว่า 10,000 คน
คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บ มีพันธกิจหลักในการพัฒนาธุรกิจการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าหรือธุรกิจไมซ์ของประเทศไทย โดยมีภารกิจสำคัญคือการดึงงานระดับนานาชาติเข้ามาจัดในไทย ดังนั้นจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติด้านไฟฟ้าและพลังงาน IEEE PES GTD Grand International Conference and Exposition Asia 2025 หรือ GTD Asia 2025 ในช่วงวันที่ 26-29 พฤศจิกายน นี้
ทั้งนี้ ทีเส็บจะเดินหน้าผสานความร่วมมือกับ IEEE PES Thailand และร่วมผลักดันการประมูลสิทธิ์งานประชุมนานาชาติสู่ประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ร่วมประชุมด้านไฟฟ้าและพลังงานที่จะเดินทางมาจากทั่วโลกช่วงปลายปีนี้ จะได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์อันน่าประทับใจกับบุคลากรและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานชาวไทย และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในฐานะเจ้าภาพจากคนไทยทุกคน
เตรียมพบกับงานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติด้านไฟฟ้าและพลังงาน IEEE PES GTD Asia 2025 ภายใต้หัวข้อหลัก “Accelerating The Energy Transition toward Carbon Neutrality – A Sustainable Energy Future for All” ระหว่างวันที่ 26 – 29 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
