ตลาดขนมปังและเบเกอรี่ไทย มูลค่า 40,000 ล้านบาท “ฟาร์มเฮ้าส์” รุกปลุกตลาดที่กำลังอยู่ในช่วงทรงตัว ขยายช่องทางกระจายสินค้าและการจัดจำหน่าย อัปเกรดระบบโลจิสติกส์-เดลิเวอรี เดินเครื่องสายการผลิตใหม่ ดันกำลังการผลิตเพิ่ม 20% เพิ่มงบการตลาดทุกช่องทาง คาดดันรายได้รวมปี 2568 เติบโต 7-10% ยังคงเป้ารายได้ปี 2570 แตะ 10,000 ล้านบาท 

คุณอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ฟาร์มเฮ้าส์ (Farmhouse) กล่าวว่า ตลาดขนมปังและเบเกอรี่ไทยมูลค่าราว 40,000 ล้านบาท เป็นสัดส่วนขนมปังชิ้นและสอดไส้ 80% ขนมปังแผ่น 20% ภาพรวมตลาดอยู่ในภาวะทรงตัว ตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะเดียวกันสมรภูมิการแข่งขันของตลาดยังทวีความดุเดือด 

ทั้งนี้ บริษัทมองว่าอนาคตของตลาดขนมปังและเบเกอรี่ไทย ยังมีโอกาสเติบโตอีกอย่างน้อย 2 เท่า เพราะเมื่อเทียบกับประเทศมาเลเซียและญี่ปุ่น ซึ่งประชากรเน้นกินข้าวเป็นหลักก็จริง แต่กลับมีอัตราการบริโภคขนมปังมากกว่าคนไทย ทั้งตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงซีซั่นนอลจากการเปิดเทอม เพราะลักษณะของอาหารกลุ่มขนมปังที่รับประทานสะดวกและรวดเร็ว 

บริษัทประเมินว่าหนึ่งในตัวแปรที่จะขับเคลื่อนให้ตลาดขนมปังและเบเกอรี่ไทยเติบโต คือ การให้ความรู้ และสร้างวัฒนธรรมการกินขนมปัง ซึ่งปัจจุบัน จะเห็นว่าเทรนด์การบริโภคขนมปังก็เป็นไปในทิศทางที่ดีมากขึ้น รวมถึงบริษัทยังมีโครงการ Good morning Farmhouse เพื่อช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทย สนับสนุนและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถสร้างธุรกิจของตัวเองให้ประสบความสำเร็จอีกด้วย 

ปัจจุบัน ฟาร์มเฮ้าส์ มีพอร์ตสินค้ากว่า 120 ชนิด สัดส่วนขนมปังแผ่น 50% ขนมปังชิ้นและสอดไส้ 50% และเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บริษัทยังคงเดินหน้าออกสินค้าใหม่ทุกปี ปีละประมาณ 10 รายการ ล่าสุด เพิ่งเปิดตัว พ็อกเกตพิซซ่า (Pocket Pizza)​ ที่ฉีกกรอบพิซซ่าแบบเดิม ๆ ด้วยการนำแป้งพิซซ่ามาทำในรูปแบบขนมเปี๊ยะไส้พิซซ่า ก็ได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดี

บริษัทยังเดินหน้าเร่งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภค ด้วยการเพิ่มตู้ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ (Vending Machine) จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 500 ตู้ เป็น 1,000 ตู้ให้ได้ภายในสิ้นปี 2568 ตอบโจทย์เทรนด์การใช้จ่ายผ่านดิจิทัลของผู้บริโภค โดยโลเคชั่นหลักยังคงเน้นโรงงาน โรงพยาบาล โรงเรียน และชุมชน

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของฟาร์มเฮ้าส์ในปีนี้ คือ การเปิดตัวคาราวานสินค้าใหม่ในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์เเสดงสินค้า อิมเเพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 10 บูท 10-NN01

ในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2025 ฟาร์มเฮ้าส์จะมีการเปิดตัว ‘สินค้ากลุ่ม Frozen’ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ HORECA ซึ่งประกอบไปด้วย ธุรกิจโรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร (Restaurant) กาแฟและธุรกิจจัดเลี้ยง (Cafe and Catering) และกลุ่มผู้ประกอบการร้านเบเกอรี่ทั่วไป ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว มีสูตรเป็นมาตรฐาน รวมถึงการขยายตลาดส่งออกที่มีการเติบโตสูง พร้อมกิจกรรมพิเศษ จากเหล่าเซเลบริตี้เชฟ เพื่อจุดประกายไอเดียใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการที่มาร่วมงานได้นำไปต่อยอด

ส่วนของงบการตลาดต่อปีบริษัทวางอยู่ที่ 2-3% ของรายได้ โฟกัสการสร้าง Brand awareness ผ่านศิลปิน ดาราที่มีชื่อเสียง และเร็ว ๆ นี้ ฟาร์มเฮ้าส์จะเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ ที่จะมาร่วมส่งต่อความสุขให้ลูกค้า พร้อมปูพรมการทำการตลาดทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายในทุกเจเนอเรชัน

นอกจากการเปิดเกมรุก เพื่อสร้างมูฟเมนต์ในตลาด ในฝั่งหลังบ้าน บริษัทได้ทุ่มงบราว 600-700 ล้านบาท นำเข้าเครื่องจักรใหม่จากยุโรป เพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตขนมปังให้ดียิ่งขึ้น และยังเพิ่มกำลังการผลิตขนมปังได้ 6,000 แถวต่อชั่วโมง เพิ่มกำลังการผลิตได้ 20% 

ฟาร์มเฮ้าส์ยังมีแผนจะเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตแป้งทำขนมปังในปี 2569 ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ไม่เพียงช่วยในการบริหารต้นทุนให้ดีขึ้น ยังสามารถต่อยอดการพัฒนาและวิจัยวัตถุดิบให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

โดยไม่ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ฟาร์มเฮ้าส์ให้ความสำคัญที่สุด คือ การส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพไปยังมือผู้บริโภค จะเห็นว่า ฟาร์มเฮ้าส์เป็นบริษัทผลิตขนมปังรายเดียวในไทยที่จัดส่งสินค้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ตั้งแต่โรงงานจนถึงชั้นวางขายหน้าร้าน โดยคำนึงถึงเรื่อง “ความสดใหม่” ตามสโลแกนติดหู “หอมกรุ่นจากเตาทุกวัน” 

ดังนั้น แม้ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์จะมีอายุอยู่ได้ 5 วันสำหรับขนมปังที่มีไส้ และ 7 วันสำหรับขนมปังแถว แต่ลูกค้าจะไม่เคยเห็นขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ที่มีอายุ 5-7 วันบนชั้นวาง เพราะพนักงานฟาร์มเฮ้าส์ ที่นำสินค้าไปส่งยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วประเทศไทยกว่า 65,000 ร้าน จะมีหน้าที่ต้องเช็กและเก็บขนมปังที่อายุ 3 วันออกจากชั้นวาง โดยไม่ปล่อยให้ถึงวันหมดอายุ หรือ นำสินค้าที่ใกล้หมดอายุมาทำโปรโมชั่นลดราคา และฟาร์มเฮ้าส์ยังเป็นเจ้าแรกที่ติดวันผลิตและวันหมดอายุของขนมปังบนขนมปังทุกแบบที่วางขาย 

ปัจจุบันฟาร์มเฮ้าส์ ยังคงรักษามาตรฐานในฐานะผู้ผลิตขนมปังสดใหม่ เพื่อส่งไปยังร้านค้าต่าง ๆ ทุกวัน โดยมีรถส่งประมาณ 1,000 คัน ผ่าน 51 ศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งศูนย์กระจายสินค้าที่สร้างเองและใช้โมเดลเช่า แต่ในอนาคตจะเน้นลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้าเองทั้งหมด เพราะสามารถออกแบบให้ตอบโจทย์กับกระบวนการขนส่งที่มีประสิทธิภาพกว่า​

ขณะที่ภาวะต้นทุนวัตถุดิบ อาทิ ราคาข้าวสาลีที่มีการปรับราคาสูงขึ้นทั่วโลก เนื่องจากวิกฤตโรคระบาดและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศของกลุ่มผู้ส่งออกสำคัญไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทก็ต้องมีการปรับขึ้นราคาสินค้าฟาร์มเฮ้าส์บางรายการในสัดส่วนเล็กน้อย และช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 บริษัทเริ่มมีการปรับราคาลงในกลุ่มสินค้าหลักหลายรายการแล้ว เนื่องจากทิศทางราคาวัตถุดิบที่เริ่มปรับตัวลงแล้ว และสอดคล้องกับการแข่งขันในตลาดที่รุนแรง

“บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2568 เติบโต 7-10% รักษามาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 ของตลาดต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อเงินในกระเป๋าของลูกค้า เพราะด้วยความที่สินค้าหลักของฟาร์มเฮ้าส์คือขนมปัง ซึ่งเป็นสินค้าที่ผันแปรตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ถ้าเป็นช่วงวันเปิดเทอมและวันทำงาน จะขายดี แต่ถ้าไปเจอช่วงวันหยุดยาวหรือสุดสัปดาห์ ยอดขายจะลดลง” 

“ดังนั้น สิ่งที่ฟาร์มเฮ้าส์ทำได้ คือ การไม่หยุดพัฒนา จะเห็นว่า ตลาดทรงตัว แต่บริษัทยังขยายการลงทุนโรงงานและเครื่องจักร เพื่อยกระดับพัฒนาระบบการผลิต การขนส่ง ทั้งเดินหน้าทุ่มงบทำการตลาดต่อเนื่อง โดยยังคงเป้ายอดขายปี 2570 แตะหนึ่งหมื่นล้านบาท”