เมื่ออาการข้อเสื่อมเข้ามารบกวนชีวิตประจำวัน หลายคนคงกังวลถึงการผ่าตัดที่เจ็บปวดและการฟื้นตัวที่ยาวนาน แต่ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ทุกความกังวลกำลังจะหมดไป ด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดที่ล้ำสมัยและทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติจากศูนย์ข้อเสื่อมและข้อเทียมขั้นแอดวานซ์ (AAA) ที่นี่กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการรักษาโรคข้อ ให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ
ศักยภาพทีมแพทย์และการผ่าตัดที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญที่ทำให้บำรุงราษฎร์แตกต่างคือ ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งไม่ได้ทำงานโดดเดี่ยว แต่ผนึกกำลังกับทีมสหสาขาวิชาชีพผ่านระบบ Case Conference เพื่อวางแผนการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายอย่างละเอียดและแม่นยำที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการประชุม Monthly Monitoring Meeting อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาและคุณภาพบริการให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ
นพ. ชาลี สุเมธวานิชย์ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ ย้ำถึงความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดข้อที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อเข่าหรือข้อสะโพกผิดรูปตั้งแต่กำเนิด หรือข้อเทียมเดิมที่หลวมและต้องผ่าตัดซ่อมเสริม (Revision Joint Replacement Surgery) ซึ่งเป็นเคสที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้ประสบการณ์สูงในการจัดการกับความซับซ้อนของเนื้อเยื่อ กระดูก และความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แต่ด้วยความพร้อมของศูนย์ฯ ผู้ป่วยจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
นวัตกรรมการผ่าตัดที่ลดเจ็บ ฟื้นตัวไว
บำรุงราษฎร์ไม่หยุดอยู่แค่ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังนำนวัตกรรมล้ำสมัยมาผสานกับการรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ผ่าตัดแผลเล็กและคุมปวดแบบพิเศษ (Opioid-Free Anesthesia): ศูนย์ฯ ใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS) ผนวกกับเทคนิคระงับปวดที่ลดหรืองดการใช้มอร์ฟีน ทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถลุกเดินได้ภายใน 10 ชั่วโมงหลังผ่าตัด และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Joint Replacement)
ผศ. นพ.สีหธัช งามอุโฆษ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ ชี้ให้เห็นถึงความโดดเด่นของเทคโนโลยีนี้ที่ช่วยให้การวางตำแหน่งข้อเทียมมีความแม่นยำสูงสุด ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย แผลผ่าตัดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ การผสานกับเทคโนโลยี CT 3D Pre-Operative Planning ยิ่งเพิ่มความแม่นยำในการวางแผน ทำให้ยืดอายุการใช้งานของข้อเทียมได้ยาวนานยิ่งขึ้น
ดูแลครบวงจร เพื่อชีวิตคุณภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน
นพ. สุรพจน์ เมฆนาวิน แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ กล่าวถึงแนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมและเฉพาะบุคคล (Seamless Patients Journey and Personalized Care) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การผ่าตัด ไปจนถึงการฟื้นฟู และการติดตามผล ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัย ฟื้นตัวไว ลดภาวะแทรกซ้อน และลดระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลได้อย่างมาก
ผลลัพธ์ทางคลินิกที่โดดเด่นเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพ
อัตราการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัดเพียง 0.69% (เทียบกับโรงพยาบาลชั้นนำในสหรัฐอเมริกาที่ 1.03%) อัตราการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันระหว่างการรักษาในโรงพยาบาลอยู่ที่ 0.40% (เทียบกับ 1.62% ในสหรัฐอเมริกา) และอัตราการกลับมาผ่าตัดซ้ำภายใน 30 วันอยู่ที่ 0% (เทียบกับ 1.18% ในสหรัฐอเมริกา)
นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังตั้งเป้าให้ผู้ป่วยสามารถลุกเดินด้วยตนเองโดยใช้อุปกรณ์ช่วยเดินได้อย่างน้อย 15 เมตร ภายใน 3 วันหลังการผ่าตัด ซึ่งทั้งหมดนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบำรุงราษฎร์ในการคืนคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน
จากความมุ่งมั่นที่จะคืนคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วยอย่างยั่งยืน ศูนย์ข้อเสื่อมและข้อเทียมขั้นแอดวานซ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จึงเป็นมากกว่าสถานพยาบาล เพราะที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการกลับมามีชีวิตที่ไร้ข้อจำกัดอีกครั้ง
ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ทุกย่างก้าวของการรักษาถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ตามที่ใจปรารถนา บำรุงราษฎร์พิสูจน์แล้วว่าการผ่าตัดข้อไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป แต่คือประตูบานใหม่สู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม
Marketeer FYI
ตามข้อมูลของ Grand View Reseach ระบุว่า มูลค่าตลาดการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ทั่วโลกเมื่อปี 2024 อยู่ที่ 11,830 ล้านดอลลาร์ (ราว 387,000 ล้านบาท) ท่ามกลางอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 16.54% ทำให้เมื่อถึงปี 2034 มูลค่าตลาดจะเพิ่มเป็น 54,660 ดอลลาร์ (ราว 1.7 ล้านล้านบาท)
ขณะที่ถ้าตีกรอบลงมาอยู่ที่เฉพาะการผ่าตัดกระดูกและข้อที่ใช้หุ่นยนต์ช่วย จะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 12.7% ต่อปี โดยเมื่อถึงปี 2031 มูลค่าตลาดจะเพิ่มเป็น 7,300 ดอลลาร์ (ราว 239,000 ล้านบาท)
ส่วนปัจจัยหลักที่ช่วยให้ตลาดการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เติบโต ตามข้อมูลในวงการแพทย์และโรงพยาบาลไทยระบุว่า มีอยู่ 6 ปัจจัยหลัก คือ ความต้องการการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ความแม่นยำและเที่ยงตรงที่เพิ่มขึ้น อุบัติการณ์ของโรคข้อและภาวะเกี่ยวกับกระดูกที่เพิ่มขึ้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และ โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่พัฒนาขึ้น
