ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 72 ปี บนเส้นทางแห่งความภาคภูมิใจ (ผู้บริหาร)

72 ปี บนเส้นทางของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขที่บอกเล่าอายุขององค์กร แต่คือเรื่องราวของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ทำให้ ‘ความฝัน’ ในการมีบ้านของคนไทยกลายเป็น ‘ความจริง’ ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน กมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คนปัจจุบัน ยังกล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกับ Marketeer ว่า

“72 ปีที่ผ่านมา บทบาทสำคัญที่สุดของ ธอส.
คือ การทำให้คนไทยมี ‘บ้าน’ ”

หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2496 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ถือกำเนิดขึ้น ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ด้วยเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการช่วยเหลือด้านการเงิน เพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และปานกลาง นับแต่นั้นเป็นต้นมา พันธกิจสำคัญของ ธอส. คือ การทำให้คนไทยมีบ้าน โดยจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง จากวันนั้นถึงวันนี้ ธอส. ทำให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากกว่า 4.6 ล้านครอบครัว

Policy Tool ทุกวิกฤตต้องมี ธอส.

บทบาทสำคัญอีกอย่างหนึ่งของ ธอส. คือ ทุกครั้งที่เศรษฐกิจไทยเจอปัญหา ไม่ว่าจะเป็นช่วงต้มยำกุ้ง ปี 2540 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ปี 2551 น้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 และวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ธอส.เป็นกลไกหลักของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนด้วยการออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยดูแลประชาชนพยุงผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจโดยรวม

กมลภพ กล่าวว่า แม้ในวันนี้ที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะ ในภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย แต่ ธอส. ก็ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เช่นเดิม สะท้อนได้จากในปี 2567 ธอส. ปล่อยสินเชื่อได้ถึง 236,547 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรก 2568 ภาคอสังหาฯ ติดลบประมาณ 10% สินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยรวมลดลง 12% แต่ ธอส. กลับปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน

“ณ สิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ธอส. ได้ปล่อยสินเชื่อใหม่แล้วกว่า 148,000 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 241,780 ล้านบาท ตอนนี้ถือว่าก้าวข้ามครึ่งทางมาแล้ว และเรายังคงมุ่งเดินหน้าต่อ เพื่อเป็นหัวใจหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์”

นอกจากนี้ ธอส. ช่วยเพิ่มโอกาสให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมานานกว่า 7 ทศวรรษ แล้ว ธอส. ยังมีบทบาทช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือน พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย นำไปสู่การซื้อ ขาย ซ่อมแซม และก่อสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งช่วยขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรมก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ และการจ้างงาน

แต่ภารกิจบนเส้นทางนี้ยังไม่สิ้นสุด…

“วันนี้ เรายังมีคนไทยกว่า 20% ที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเอง นี่คือ ภารกิจที่ ธอส. ต้องเดินหน้าต่อ และความท้าทายสำคัญที่เราต้องทำให้ได้คือ จะทำอย่างไรให้ผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้จริง”

จากจุดเริ่มต้นของเจตนารมณ์อันมั่นคง สู่แคมเปญและโครงการต่างๆ อีกมากมาย ที่พร้อมจะทำให้ความฝันของคนไทยในการมีบ้าน… เป็นจริงในทุกพื้นที่ของประเทศ

จิตวิญญาณของ ธอส. ต้องให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเอง

หนึ่งในมาตรการที่สะท้อนหัวใจของ ธอส. ได้อย่างชัดเจน คือ “โครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน” สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย หรือมีความสามารถในการผ่อนชำระไม่ถึงเกณฑ์ ธอส.เลือกที่จะให้ “โอกาส” แทนการ “ปฏิเสธ” โดยเปิดให้ลูกค้าได้เข้าไปเรียนรู้เรื่องวินัยทางการเงินกับธนาคาร ฝึกการออม จัดการรายจ่าย และสร้างประวัติทางการเงินที่ดีอย่างต่อเนื่องตลอด 12 เดือน เมื่อทำครบตามเงื่อนไข ธอส. ก็พร้อมเปิดประตูต้อนรับให้กู้ได้จริง ในปี 2567 ธอส. ได้พัฒนาและยกระดับ “โรงเรียนการเงิน” สู่รูปแบบ Application ผ่าน GHB ALL GEN

“จริงๆ แล้วแนวคิดเรื่องโรงเรียนการเงินเริ่มต้นจากกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเลยครับ จากคนที่ไม่มีเอกสารทางการเงินหรือไม่มีหลักฐานอะไรเลย แต่มีความประสงค์ที่จะออมเงินจริงๆ ธอส. จึงเชิญชวนให้มาร่วมสมัครฝึกวินัยทางการเงินไปด้วยกัน”

ล่าสุดธอส.ได้ขยายความร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ จัดทำ “โครงการบ้าน ธอส. โรงเรียนการเงิน X Deverelop” สนับสนุนให้ลูกค้าที่สนใจซื้อบ้านในโครงการจัดสรรที่ขึ้นทะเบียนไว้ สามารถออมเงินหรือเดินบัญชีผ่าน GHB ALL GEN เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ และมีบ้านเป็นของตนเอง

ในอนาคต ธอส. จึงไม่ได้ช่วยแค่ประชาชนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ด้วย หากโครงการใดมีลูกค้าเข้าร่วม “โรงเรียนการเงิน” ของ ธอส. ผู้ประกอบการก็มั่นใจได้ว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะสามารถกู้ได้จริง เพราะอย่างน้อย 70% ของผู้ที่ผ่านเงื่อนไข มีสิทธิ์ได้รับสินเชื่อจาก ธอส. สิ่งนี้ทำให้ผู้ประกอบการกล้าลงทุนโครงการใหม่มากขึ้น เศรษฐกิจก็เริ่มขยับตัว ไม่หยุดชะงักอยู่กับบ้านเก่าที่ยังขายไม่หมด

สิ่งที่เราต้องการ คือ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ บนพื้นฐานของวินัยทางการเงินที่ดี เงื่อนไขนี้ไม่ได้เป็นภาระผูกพันอะไรเลยครับ หากครบ 12 เดือนแล้ว ลูกค้าเลือกจะไปกู้กับที่อื่น ธอส. ก็ยินดี

มาตรการนี้จะช่วยลดอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่ออย่างมีนัยสำคัญในอนาคต และที่สำคัญคือ ทำให้ประชาชนจำนวนมากมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่ออย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการมีวินัยทางการเงินที่ดี ซึ่งนี่คือ เจตนารมณ์แท้จริงของ ธอส. ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน มีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีเงินออมกว่า 220,000 ราย และมีลูกค้าได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 50,000 ราย

ไม่ใช่แค่ให้บ้าน แต่ ธอส. ยังอยากเห็นคนไทยทุกคน
มีสุขภาพทางการเงินที่มั่นคงไปพร้อมกัน

นอกจากนั้นยังมีโครงการอื่นๆ ที่สนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการบ้านล้านหลัง เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย – ปานกลาง เข้าถึงสินเชื่อบ้านราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ขยายแล้ว 3 เฟส ช่วยคนไทยมีบ้านกว่า 90,000 ราย โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน ร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม จัดสินเชื่อดอกเบี้ย 1.99% คงที่ 5 ปี วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ปี 2567 ขยายโครงการ ดอกเบี้ย 1.59% คงที่ 5 ปี สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40

ปัจจุบันมีผู้ยื่นกู้แล้วกว่า 11,200 ราย ช่วงวิกฤตโควิด-19 (ปี 2563) ธอส. ออกมาตรการช่วยเหลือและปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้ลูกค้ากลับมาผ่อนชำระได้ตามปกติ ปัจจุบันมีลูกค้าอยู่ในมาตรการช่วยเหลือแก้ไขหนี้ภาคครัวเรือน (HD1–HD2 และ DC1–DC3) รวมกว่า 60,000 บัญชี วงเงินคงเหลือกว่า 70,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.ย. 68)

รวมทั้งสนับสนุนนโยบายรัฐ โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เฟส 1-2 ขยายถึง 30 ก.ย. 2568 มีลูกค้าเข้าร่วมกว่า 62,000 บัญชี วงเงินคงเหลือกว่า 73,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.ย. 68)

ฉลองใหญ่! ธอส. ครบ 6 รอบ 72 ปี เพื่อคนอยากมีบ้าน!

กรรมการผู้จัดการ ธอส. ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับคนที่ต้องการมีบ้าน ช่วงนี้ ธอส. กำลังจัดแคมเปญ เฉลิมฉลองครบรอบ 72 ปี (สินเชื่อ / เงินฝาก / สลากออมทรัพย์ / บ้านมือสอง / ชำระดีมีคืน) อาทิ สินเชื่อบ้าน 72 ปี ธอส. กรอบวงเงินรวม 27,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น เดือนที่ 1-6 เท่ากับ 0.72% ต่อปี เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.72% ผ่อนชำระนานสูงสุด 40 ปี กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ เริ่มต้น 2,700 บาทต่อเดือน ยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้ และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2568 โครงการชำระดีมีคืน รับเงินคืน 1% จากดอกเบี้ยที่ชำระไว้ในปี 2567 โดยเงินคืนดังกล่าวจะถูกนำไปหักชำระเงินกู้อัตโนมัติในงวดเดือน ก.ย. 2568

เงื่อนไข คือ ลูกค้ารายย่อยที่มีระยะเวลาการผ่อนชำระกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญากู้เงิน โดยไม่เคยเป็น NPL ตั้งแต่วันกู้ และมีประวัติผ่อนชำระดีต่อเนื่อง 48 เดือนที่ผ่านมา (นับถึงเดือน ส.ค. 2568) อย่างสม่ำเสมอ และไม่น้อยกว่าจำนวนเงินงวด ที่ธนาคารกำหนดทุกเดือน

ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ที่ ธอส. มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนฐานรากมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยการปล่อยสินเชื่อไม่ต่ำกว่าปีละ 200,000 ล้านบาท พร้อมมีบทบาทตอบแทนสังคม ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาส ให้มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมผ่าน “โครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ผู้สูงอายุ และผู้พิการ” ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2553 ถึงปัจจุบัน (รวม 15 ปี) ธอส. ได้ก่อสร้างและซ่อมแซมบ้านให้ผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศรวมแล้ว 5,126 หลัง

CSR ที่ฝังอยู่ในกระบวนการทำงาน ของ ธอส.

ภารกิจทั้งหมดของ ธอส. ด้านหนึ่ง คือ การทำธุรกิจ แต่อีกด้านหนึ่งเป็นการทำ CSR (Corporate Social Responsibility) หรือความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมในเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น ธอส. ยังมีโครงการ CSR ทางด้านสังคม และด้านกีฬาอีกหลายเรื่อง เช่น สนับสนุนให้คนไทยมีบ้าน และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ผ่านโครงการ “1 อาชีพ 1 ชุมชน” ส่งเสริมอาชีพผู้ปลูกไผ่ในสระแก้ว รายได้เพิ่มเฉลี่ย 25.58% จัด “โครงการ Financial Literacy” พัฒนาความรู้ทางการเงินให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง

ด้านกีฬา สนับสนุนสมาคมเทควันโดไทยต่อเนื่อง 20 ปี ภายใต้นโยบาย “1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจพลัส” สร้างนักกีฬาโอลิมปิกระดับโลก สร้างความภูมิใจให้กับคนไทยทั้งชาติ เช่น น้องวิว น้องเทม และน้องเทนนิส

2 ปีที่ผ่านมาในบทบาทของผู้นำองค์กร อะไรคือ ความท้าทายที่สุด

เมื่อ Marketeer ถามถึงความเห็นส่วนตัวในการทำงาน กมลภพ บอสใหญ่แห่ง ธอส. ตอบว่า “ก็คงเป็นเรื่องการวางรากฐานให้กับธนาคาร เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้หลังจากผมครบวาระอันนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนเข้ารับตำแหน่งครับ”

ก่อนจะอธิบายต่อว่า ในหลายๆ มิติของธนาคารว่า ยังมีหลายเรื่องที่จำเป็นต้องทำให้ชัดเจน เพื่อให้ธนาคารสามารถก้าวหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ตัวอย่างเช่น เรื่องความพร้อมของบุคลากร ซึ่งตอนนี้ก็มีความคืบหน้าไปในระดับหนึ่งแล้ว หรือการบริหารจัดการระบบไอทีขนาดใหญ่ของธนาคาร โดยเมื่อเดือนสิงหาคม ธอส. สามารถเปลี่ยนผ่านระบบได้อย่างราบรื่น สิ่งนี้จะช่วยให้ธนาคารสามารถเติบโตต่อไปได้อีกอย่างน้อย 5 ปี โดยไม่ต้องมากังวลว่าระบบจะมีปัญหาหรือไม่


Market Share ไม่ใช่เป้าหมายหลัก

ในมุมของผม เรื่อง Market Share คงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่สิ่งสำคัญคือ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐไม่ได้ตั้งเป้าที่จะแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ เรามีหน้าที่ “ปิดช่องว่าง” ที่ธนาคารอื่นไม่สามารถตอบโจทย์ได้ เช่น ปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มที่เข้าถึงยาก เพื่อให้สังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“ธนาคารของเราไม่จำเป็นต้องไปแย่ง Market Share หากธนาคารพาณิชย์ทำได้ดีอยู่แล้ว ดังนั้น หากถามว่าธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอย่างเรา มีเป้าหมายที่จะเป็นอันดับหนึ่งในแง่ของ Market Share หรือไม่ คงไม่ใช่ครับ แต่อาจจะดูเหมือนว่าเราเชี่ยวชาญที่สุด เพราะเราทำงานเฉพาะด้านนี้ด้านเดียว”

แม้เราจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำที่สุดในตลาด ก็ไม่ใช่เพื่อแข่งกับใคร แต่เพื่อช่วยตรึงอัตราดอกเบี้ยโดยรวม ไม่ให้ลูกค้าต้องรับภาระสูงเกินไป

กมลภพ รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 เมื่อถามว่าวางแผนชีวิตหลังเกษียณไว้อย่างไร เขาหัวเราะ แล้วตอบว่า

“มีหลายๆ ท่านถามเหมือนกันครับว่า แพลนชีวิตอย่างไร ทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับ ยังมีเวลาอีก 4 เดือน และยังมีปัญหาที่จะต้องแก้ไข อีกพอสมควร เรื่องอื่นๆ เลยยังไม่ได้คิด” ก่อนที่จะทิ้งท้ายว่า

“ความภาคภูมิใจที่สุดของผม คือ การได้เห็นว่าธนาคารยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน แม้ในวันที่ผมครบวาระไปแล้ว หากวันหนึ่งหันกลับมามองแล้วเห็นว่าน้องๆ และองค์กรยังเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ นั่นจะเป็นความสุขและความภาคภูมิใจที่สุดของผมครับ”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer