หมดปัญหางานติดขัด ระหว่างจัดการเรื่องส่วนตัว

มองให้ออกว่าเรื่องไหนที่คุมได้ : ไม่มีใครอยากเผชิญวิกฤตที่เกิดจากการถูกปัญหาตีขนาบจากทั้งฝั่งงานและเรื่องส่วนตัว โดยถ้าโชคร้ายเผชิญมรสุมลักษณะนี้เข้า อย่างแรกที่ต้องทำคือตั้งสติแล้วมองให้ออกว่าเรื่องไหนที่คุมได้และอะไรที่อยู่เหนือการควบคุมของคุณ เช่น หากญาติผู้ใหญ่คนสำคัญในครอบครัวป่วยหนักยามคุณมีงานใหญ่ต้องทำพอดี สิ่งที่ควรทำก่อนคือบอกคนในบ้านว่าไม่ต้องตื่นตระหนกเกินไป ผลัดกันมาดูแลหรือจ้างพยาบาลประจำ จากนั้นปรับตารางทำงานใหม่และอาจขอหัวหน้ามาทำงานที่บ้านเป็นกรณีพิเศษจนกว่าญาติผู้ใหญ่คนนี้จะอาการดีขึ้น จำไว้ว่าก้าวแรกที่ช่วยคลายทุกวิกฤตคือการตั้งสติ มองสถานการณ์ให้ขาดและพิจารณาหาทางออกที่เหมาะสม

อะไรต้องทำก่อนเร่งจัดการ : หลังรู้แน่ชัดแล้วว่าเรื่องไหนที่ควรมุ่งความสนใจและอะไรบ้างที่สามารถปล่อยวางได้ ถัดมาคือการเดินหน้าทำเรื่องที่ต้องทำ เช่น งานใหญ่ งานยากที่หากเสร็จลงได้ จะส่งผลให้งานโดยรวมเดินหน้าไปได้มากสุดหรือเหลือแค่รายละเอียดปลีกย่อยให้จัดการ ขณะเดียวกันควรปรับลดขั้นตอนและเรื่องไม่จำเป็นออกไปให้มากสุด เพื่อช่วยเรื่องประหยัดเวลา เพราะต้องไม่ลืมคุณต้องเผื่อเวลาจัดการปัญหาส่วนตัวด้วย

ไม่ทำงานเกินตัวเพราะกลัวไม่ดีพอ : อีกเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเมื่อต้องสะสางงานระหว่างเผชิญมรสุมชีวิตคือการปล่อยวาง โดยคุณควรรู้จักความพอดี ไม่เสียเวลาทำงานกับงานใดงานหนึ่งมากเกินไปหรือไม่เป็นคนสมบูรณ์แบบจนเกินเหตุนั่นเอง เพราะถ้าตึงเกินไป คุณอาจล้าและต้องหยุดกลางคันขึ้นมาก ทุกอย่างอาจพังลงกลางทางก่อนถึงเป้าหมายที่วางไว้

ถ้าไม่ไหวให้ช้าลงบ้าง : ต่อเนื่องจากการจำไว้ว่า “แค่ดีพอก็พอแล้ว” และปฏิบัติจริงให้ได้ คือการผ่อนคันเร่งลงบ้าง เพราะการต้องทำหลายเรื่องพร้อมกัน และต้องการให้ทุกอย่างสำเร็จในเวลาเดียวกัน จะทำให้สมองและร่างกายคุณถูกใช้งานหนักเกินไป จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าประสิทธิภาพการทำงานคงไม่เต็ม 100 และอาจฉุดให้ความสามารถในคลี่คลายปัญหาต่างๆ ลดลงไปด้วย ดังนั้นถ้างานไหนพอจะเลื่อนกำหนดส่งออกไปได้บ้าง ก็ให้ลองเจรจากับหัวหน้าหรือลูกค้าดู เพราะงานที่ช้าแต่เสร็จ ย่อมเป็นที่ต้องการมากกว่าที่ส่งตรงเวลาแต่ไม่เรียบร้อย

หาทางระบายอะไรที่อัดอั้น : ผลข้างเคียงของใครก็ตามที่ต้องทำงานท่ามกลางปัญหาส่วนตัวรุมเร้าคือความเครียดสะสม เรื่องนี้มีทางออกเพียงแค่คุณเอ่ยปากระบายความเครียดนั้นออกไปให้ผู้อื่นได้รู้ อาจเป็นเพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัวหรือแม้กระทั่งหัวหน้างาน เพราะหลังได้ระบายออกไป ความเครียดที่อัดอั้นอยู่ก็จะลดลง ไม่ต่างจากลูกโป่งที่ได้ปล่อยลมออกไปบ้างก่อนที่จะแตกขณะเดียวกันคู่สนทนาอาจเสนอตัวเข้ามาเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ จนงานเสร็จเร็วขึ้นและปัญหาที่คุณเผชิญอยู่เบาบางลง

อย่าดันทุรังลุยงานต่อแบบไร้คนช่วย : ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่มีใครสามารถทำทุกอย่างคนเดียวได้ ดังนั้นถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็อย่าฝืน ให้เอ่ยปากขอความช่วยเหลือไปเลย เพราะนอกจากงานจะก้าวหน้าได้เร็วและปัญหาส่วนตัวจะคลี่คลายไปในทางที่ดีกว่าที่คิดแล้ว คุณอาจได้มิตรภาพเพิ่มมา และรู้ว่าใครเป็นเพื่อนแท้ยามยากอีกด้วย / fastcompany


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer