ถ้าพูดถึงนครพนม ภาพจำของหลายคนคือเมืองสงบริมโขง ที่จะคึกคักเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี โดยเฉพาะช่วงงาน “ไหลเรือไฟ” โรงแรมเต็มทุกห้อง ร้านอาหารรับลูกค้าไม่ไหว รถเช่าขาดตลาด แต่พอเทศกาลผ่านพ้น เมืองก็กลับสู่ความเงียบราวปกติ นี่คือ “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ของเมืองท่องเที่ยวชายแดน ที่มีจุดพีกเพียงไม่กี่วัน แต่รายได้หายไปทั้งปี
คำถามสำคัญในตอนนี้คือ นครพนมจะเปลี่ยนบทบาทจาก “เมืองแวะผ่าน” ให้กลายเป็น “ปลายทางที่อยากมาพัก” ได้อย่างไร และโอกาสใหม่ของนักลงทุนอยู่ตรงไหน
นี่คือเหตุผลว่าทำไม “นครพนม” กำลังเป็นจังหวัดที่ถูกจับตาที่สุดแห่งหนึ่งในอีสานตอนบน
จากเมืองผ่าน สู่เมืองพัก ที่ (อยาก) ก้าวสู่เมืองท่องเที่ยวทั้งปี
พญาศรีสัตตนาคราช คือจุดพลิกเกม เมื่อแลนด์มาร์กแห่งนี้ถูกสร้างขึ้น นักท่องเที่ยวไม่ได้แค่ขับรถผ่านเพื่อไหว้พระธาตุพนมแล้วกลับ แต่เลือก “พัก 1 คืน” เพื่อชมแลนด์มาร์กริมโขงในยามค่ำคืน นั่นคือจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจใหม่
และในปีนี้ นครพนมเตรียมเปิดชิงช้าสวรรค์ Mekong River Eye สูง 50 เมตร เพิ่มมุมมอง 360 องศาให้กับวิวริมโขงตลอดแนว 100 กิโลเมตร จนมองเห็นแนวเขาฝั่งลาวได้ชัด สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่มในทรัพยากรธรรมชาติ เพราะ “วิวริมโขงคือสินทรัพย์ที่เมืองได้มาฟรี”
เมื่อรวมพลังกับพระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิด และกระแสท่องเที่ยวสายบุญและถ้ำนาคา-นาคี ทำให้นครพนมติดลิสต์ปลายทางใหม่ของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่อย่างชัดเจน
ยุทธศาสตร์เมือง วางแผนระยะยาว 3-20 ปี
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่จำนวนนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาล แต่คือการที่จังหวัดกำลังวางแผน “เปลี่ยนโครงสร้างเมือง” แบบจริงจัง จากข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ นครพนมถูกออกแบบให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดล้อม
เมื่อโครงการรถไฟทางคู่ บ้านไผ่-นครพนม เสร็จสมบูรณ์ในปี 2571 เมืองจะเชื่อมกับลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ได้สะดวกกว่าเดิม เสริมกับถนน R8 และ R12 ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งชายแดน จึงไม่น่าแปลกใจที่มูลค่าการค้าชายแดนผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 แตะกว่า 120,000 ล้านบาทต่อปี นครพนมกำลังอยู่ในตำแหน่ง “ประตูใหม่ของอีสานสู่จีน” อย่างสมบูรณ์
นี่คือเหตุผลว่าทำไมโมเดลท่องเที่ยว การค้า และโลจิสติกส์ ถูกวางไว้เป็นเสาหลักของเมืองในทศวรรษหน้า
3 โอกาสทองของนักลงทุน
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ของภาครัฐ เอกชน และข้อมูลเศรษฐกิจท้องถิ่น พบโอกาสหลักที่กำลังชัดขึ้นเรื่อยๆ
1) โรงแรมและที่พักคุณภาพ
ทุกปี งานไหลเรือไฟทำให้ห้องพักเต็ม 100% แต่ supply ของโรงแรมระดับกลางและสูงยังไม่พอรองรับ ทั้งที่ตลาดนี้มีกำลังซื้อดี และต้องการประสบการณ์พักผ่อนริมโขง บูทีคโฮเทลโลเคชันดี คาเฟ่ริมน้ำ และกิจกรรมเรือท่องเที่ยว จึงเป็นช่องว่างที่ยังไม่มีผู้เล่นรายใหญ่จับเต็มตัว
2) MICE: เมืองพร้อม แต่ยังขาด “สถานที่”
นครพนมมีธรรมชาติ อาหาร และวัฒนธรรมพร้อมทุกอย่างที่จะจัดสัมมนา ประชุม หรืองานแฟร์ แต่มีกำแพงใหญ่คือ “ไม่มีสถานที่รองรับงานขนาดกลางถึงใหญ่” หากมีการลงทุนฮอลล์ประชุมยุคใหม่ จะเกิด Ecosystem ใหม่ทันที ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ทริปล่องเรือ ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ
3) Wellness Tourism: เมืองสงบ ค่าครองชีพต่ำ
ริมโขงคือต้นทุนธรรมชาติที่เหมาะกับรีทรีต โยคะ สปา เมดิเทชั่น และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน บวกกับภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน ทำให้ธุรกิจเวลเนสและคลินิกเชิงสุขภาพเป็นตลาดที่ยังว่างสำหรับผู้เล่นใหม่
ดิจิทัล เดลิเวอรี่ เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai แสดงให้เห็นว่านครพนมถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีการเติบโตโดดเด่นที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นตัวอย่างชัดเจนของเทรนด์ ‘เมืองรองกำลังโต (High Growth City)’ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ LINE MAN ที่มุ่งขยายบริการเข้าถึงอำเภอรองและพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศมากขึ้น โดยยอดออเดอร์ในนครพนมเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้บริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค
จากข้อมูลล่าสุด ภาพรวมการเติบโตแบบปีต่อปี (YoY) พบว่า
- นครพนมมีอัตราการเติบโตของ GMV สูงถึง 16% เมื่อเทียบกับเฉลี่ยภาคอีสานที่ 14
- ขณะที่ จำนวนออเดอร์เติบโต 12% (เฉลี่ยภาคอีสาน 10%)
- จำนวนผู้ใช้เติบโต 11% (เฉลี่ยภาคอีสาน 5%) ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของฐานลูกค้าและความนิยมในบริการเดลิเวอรีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภค เมนูยอดนิยมของคนอีสาน ได้แก่ ส้มตำ โดยเฉพาะตำป่าและตำปูปลาร้า ส่วน เครื่องดื่มยอดฮิต ได้แก่ อเมริกาโน่และมัทฉะ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ ในหมวดเครื่องดื่มยังมีแบล็คคอฟฟี่ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่เย็น ชาไทย และช็อกโกแลต ติดอันดับยอดนิยม ขณะที่หมวดอาหารมีเมนูขายดีอย่างตำลาว ข้าวมันไก่ และข้าวผัดหมู โดยช่วงเวลา พีคของการสั่งอาหารคือ 11.00–14.00 น.
ประเภทอาหารที่เติบโตเร็วในปีนี้ ได้แก่ เพียวมัทฉะ สตรอว์เบอร์รี่ซันเดย์ พรีเมียมมัทฉะลาเต้ รามยอนเผ็ดเกาหลี x ไก่เกาหลี และขนมปังเกลือ (Shio Pan) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคในภูมิภาคเริ่มเปิดรับเมนูใหม่ ๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่า เมืองรองในภาคอีสานเติบโตได้ดีมาก โดย Top 5 เมืองรองที่มีการเติบโตสูงสุดบน LINE MAN ได้แก่ สุรินทร์ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร รวมถึงอำเภอขนาดเล็กที่แพลตฟอร์มเข้าไปให้บริการแล้ว เช่น ด่านซ้าย (เลย), ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ), บรบือ (มหาสารคาม) และธวัชบุรี (ร้อยเอ็ด)
วิศรุต สร้อยคำ ผู้ประกอบการร้านคาเฟ่ Chewa Cafe By SK Sroikham ในนครพนมได้ให้ความเห็นเรื่องโครงการคนละครึ่งไว้ว่า “โครงการคนละครึ่งmผ่านมา ทำให้ยอดขายหน้าร้านของเราพุ่งขึ้น 100–150% และได้ลูกค้าใหม่เพิ่มราว 50% หลายคนได้ลองเพราะสิทธิ์โครงการ แล้วกลายเป็นลูกค้าประจำหลังจากนั้น นี่จึงไม่ใช่มาตรการระยะสั้น แต่เป็นโอกาสสร้างฐานลูกค้าที่ยั่งยืน
“ในเฟสใหม่ที่เชื่อมกับ LINE MAN คือโอกาสที่มากขึ้น เพราะเข้าถึงคนที่อยู่บ้านและพื้นที่รอบนอก ผมคาดว่ายอดขายน่าจะโตอย่างน้อย 150% และอาจแตะ 300% หากได้รับการตอบรับดีเหมือนเดิม”
ในอดีตจุดอ่อนของนครพนมคือตลาดท่องเที่ยวที่ “กระจุกตัว” ด้วยงานใหญ่แค่ไม่กี่ครั้งต่อปี ตอนนี้ภาครัฐและเอกชนกำลังเร่งพัฒนาแผนกระจายกิจกรรมทั้งปี เช่น เทศกาลริมโขง งานอาหาร งานวิ่ง/ปั่น/มาราธอน งานศิลปะร่วมสมัย หรือแม้กระทั่งกิจกรรมรีทรีตเชิงสุขภาพ เพื่อดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่อยากพักผ่อนสงบๆ พร้อมโมเดล Cross-Business เช่น แพ็กเกจที่พัก + ร้านอาหาร + แลนด์มาร์ก ใช้คูปองหรือบัตรเดียว เพื่อให้เงินหมุนในพื้นที่อย่างทั่วถึง
โอกาสของนักลงทุน และอนาคตริมโขง
นครพนมกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว
จาก “เมืองเทศกาล” สู่ “เมืองท่องเที่ยวทั้งปี” จาก “เมืองแวะพัก” สู่ “เมืองปลายทาง”
โดยจุดแข็งคือ วิวริมโขง 100 กม. แลนด์มาร์กระดับประเทศ โครงสร้างพื้นฐานชายแดน พลังดิจิทัลจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ และคนละครึ่งที่พิสูจน์แล้วว่าสร้างเม็ดเงินให้ธุรกิจท้องถิ่นแบบจับต้องได้
สำหรับนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาทองของโรงแรมระดับกลางและสูง คาเฟ่ริมน้ำ ทริปเรือ เวลเนสคลินิก หรือแม้กระทั่งศูนย์ประชุม MICE สำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น นี่คือจังหวะคว้าโอกาสจากคนละครึ่งเฟสใหม่ และยกระดับร้านด้วยรีวิวออนไลน์ คุณภาพ และบริการ สำหรับนักท่องเที่ยว นี่คือเมืองที่ควรไปเยือนนอกเทศกาล เพื่อสัมผัสความดีงามที่หลายคนยังไม่เคยเห็น
เมื่อวัฒนธรรม เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และพลังชุมชนกำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน นครพนมไม่ได้เป็นแค่เมืองริมโขงอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่ “เมืองเศรษฐกิจชายแดนแห่งอนาคต” อย่างเต็มตัว
