มูจิ เปิดแผนงานลุยตลาดค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ไทย วาง “มูจิ เซ็นทรัลเวิลด์” แฟลกชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นหัวหาดสร้างการรับรู้แบรนด์ ผลักดันกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก และส่งเสริมความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับมูจิให้ผู้บริโภคในตลาดต่างจังหวัดที่ยังไม่คุ้นเคยกับแบรนด์ และมองว่าสินค้ามีราคาสูง 

Muji (มูจิ) เข้ามาทำตลาดไทยเมื่อปี 2006 โดยเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัล ชิดลม บนพื้นที่ราว 400 ตารางเมตร หลังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เป็นผู้ซื้อแฟรนไชส์เข้ามา วางตำแหน่งเป็นแบรนด์ร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม   

ต่อมาในปี 2013 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล กับ Ryohin Keikaku (เรียวฮิน เคอิคะคุ) บริษัทแม่ผู้บริหารแบรนด์มูจิ เปลี่ยนสถานะจากผู้ซื้อแฟรนไชส์เป็นผู้ร่วมทุนทำธุรกิจมูจิร่วมกัน ภายใต้ชื่อบริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด

การปรับแผนธุรกิจครั้งสำคัญของมูจิ รีเทล เกิดขึ้นในช่วงปี 2019 โดยหันมามุ่งเน้นไปที่ ‘การขยายสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิมให้มีขนาดใหญ่’ และ ‘ปรับราคาสินค้าลง ให้มีราคาเท่ากันหรือใกล้เคียงกับมูจิประเทศญี่ปุ่น’ เพื่อวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่ ให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกวัยและนำเสนอผลิตภัณฑ์กับบริการได้หลากหลายมากขึ้น

มูจิ แฟลกชิปสโตร์ สามย่าน มิตรทาวน์ ขนาดพื้นที่ราว 1,900 ตารางเมตร ที่เปิดให้บริการในปี 2019 นับเป็นสาขาแรกที่วางให้เป็นต้นแบบคอนเซปต์สโตร์เพื่อสร้างการรับรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับแบรนด์แก่ผู้บริโภค  

อกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบัน ไทย นับเป็นประเทศที่มีศักภาพที่สุดในอาเซียนของแบรนด์ โดยเป็นศูนย์กลางสำหรับการพัฒนาสินค้าเฉพาะสำหรับภูมิภาค และยังมีสินค้าเฉพาะสำหรับตลาดไทยอีกกว่า 100 รายการ โดยสินค้าอาเซียนยังคิดเป็นสัดส่วน 18% ของยอดขายรวมในไทย

โดยการแข่งขันในตลาดค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยที่อยู่บนความท้าทายก็จริง แต่ด้วยความที่ตลาดในเขตเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพของแทรฟฟิกและกำลังซื้อ ประกอบกับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีหน้า  

บริษัทจึงได้เปิดตัว ‘มูจิ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 4’ ซึ่งมีพื้นที่กว่า 3,700 ตารางเมตร ขยับขึ้นเป็นสาขาแฟลกชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่แบรนด์ทำตลาดอยู่ทั้ง 5 ประเทศ ดังนี้ ไทย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เวียดนาม, มาเลเซีย และยังเป็นสาขาแรกในภูมิภาคที่แบรนด์ได้ร่วมงานกับบริษัทออกแบบภายในชั้นนำของไทยอย่าง IA49 เพื่อผสานเอกลักษณ์ของมูจิเข้ากับความเป็นไทยในแบบเฉพาะตัว และให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุยั่งยืน  

บริษัทวางตำแหน่ง มูจิ เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นหัวหาดในการขับเคลื่อนยอดขายและสร้างการรับรู้แบรนด์กับผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมูจิมีสาขาอยู่ 40 แห่ง แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 30 แห่ง และต่างจังหวัด 10 แห่ง เฉพาะตลาดกรุงเทพฯ เป็นสัดส่วนลูกค้าคนไทยราว 80% และลูกค้าต่างชาติราว 20%   

เครื่องแต่งกาย นับเป็นสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับลูกค้ากรุงเทพฯ แต่การเปิดมูจิ เซ็นทรัลเวิลด์ จะเข้ามาช่วยส่งเสริมการรับรู้กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่บริษัทพยายามผลักดันให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย, ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม ซึ่งจะถูกจัดวางอยู่ในโซนนำสายตาชัดเจนเช่นกัน และยังนำเสนอบริการที่มีแต่สาขานี้ เช่น ที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหลัก 

มูจิ เซ็นทรัลเวิลด์ ยังเป็นสาขาแรกในไทยที่มี ‘Atelier Muji’ หรือพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ต่อยอดแนวคิดจาก Muji Ginza ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะถูกวางเป็นส่วนงานสำคัญสำหรับสร้างการรับรู้แบรนด์ไปทั่วประเทศ ผ่านการจัดอีเวนต์และกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ ในโซนนี้    

โดยหากมองมายังรายได้ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด อ้างอิงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีผลประกอบการดังนี้

2020 รายได้รวม 639 ล้านบาท กำไร 23 ล้านบาท 

2021 รายได้รวม 995 ล้านบาท กำไร 28 ล้านบาท 

2022 รายได้รวม 1,771 ล้านบาท กำไร 118 ล้านบาท 

2023 รายได้รวม 2,402 ล้านบาท กำไร 128 ล้านบาท 

2024 รายได้รวม 2,683 ล้านบาท กำไร 76 ล้านบาท

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญสำหรับการเปิด มูจิ เซ็นทรัลเวิลด์ คือการสร้างการรับรู้แบรนด์และปรับภาพลักษณ์ด้านราคากับกลุ่มผู้บริโภคในต่างจังหวัด ซึ่งยังไม่คุ้นเคยกับแบรนด์เท่าที่ควร และมองว่าสินค้าในร้านมีราคาสูง 

10 สาขาต่างจังหวัดของมูจิ ซึ่งครอบคลุมทั้งภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลาง เช่น ขอนแก่น, อุดรธานี, โคราช, หาดใหญ่, นครสวรรค์, เชียงใหม่, ชลบุรี กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านยอดขาย 

โดยเฉพาะสาขาในภาคอีสาน ที่มียอดขายตกลงชัดเจน และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรของบริษัทในปี 2024 ที่ผ่านมาลดลง

ซึ่งหลังจากนี้ หากผู้บริโภคกลุ่มต่างจังหวัดได้รู้จักมูจิมากขึ้น ผ่านกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ ที่วางไว้ โดยเฉพาะจากการจัดที่มูจิ เซ็นทรัลเวิลด์ พื้นที่ขับเคลื่อนเทรนด์ไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯ บริษัทก็เชื่อมั่นว่ายอดขายในสาขาต่างจังหวัดจะเติบโตขึ้นได้ 

ส่วนแผนงานการขยายสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่อีก 10 แห่งหลังจากนี้ วางเป็นสาขาขนาดใหญ่ พื้นที่ราว 1,200-1,300 ตารางเมตร และโฟกัสตลาดในกลุ่มเมืองรองมากขึ้น

ขณะที่การดำเนินงานของบริษัทตลอดปี 2025 ที่ผ่านมา ยอดขายรวมมีการเติบโตราว 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนกำไรก็มีการปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน สาเหตุสำคัญมาจากการเพิ่มจำนวนรายการสินค้าในร้านสาขา และการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ช่วยลดปัญหาสต็อกสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีมากขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม: พาทัวร์ MUJI Central World


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer