15 ธันวาคม – วันชาสากล (International Tea Day) โดยหากมองมายังมูลค่าตลาดเครื่องดื่มกลุ่มชาในประเทศไทย ปี 2025 อยู่ที่ราว 26,000 ล้านบาท ประเมินเป็นสัดส่วนของตลาดชานมไข่มุกราว 6,000 ล้านบาท อ้างอิง Statista, Mobility Foresights
ตลาดชานมไข่มุกในไทย นับเป็นตลาดที่มีการเติบโตต่อเนื่อง เฉลี่ยต่อปีราว 21.6% ตลอดช่วงปี 2025-2031 สูงกว่าตลาดชาโดยรวมซึ่งอยู่ที่ราว 8.2% เนื่องจากการที่ตลาดได้กลายเป็นวัฒนธรรมการบริโภคประจำวัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสชั่วคราวอีกต่อไป

| International Tea Day
ตลาดชานมไข่มุกในไทย ดื่มเคี้ยวแตะ 6,000 ล้าน |
|
| ปี ค.ศ. | มูลค่าตลาดชานมไข่มุกในไทย / ล้านบาท |
| 2025 | 5,991 |
| 2026 | 7,285 |
| 2027 | 8,579 |
| 2028 | 9,873 |
| อัตราแลกเปลี่ยน 1 USD = 31.53 บาท | |
| ที่มา: Mobility Foresights, ธันวาคม 2025 | |
หากมองการแข่งขันตลาดชานมไข่มุกในไทย จะพบว่าสามารถแบ่งเซกเมนต์ได้อย่างชัดเจน ผู้เล่นแต่ละกลุ่มก็มีตำแหน่งของตนเองเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด ไม่ว่าจะกลุ่ม Premium, Middle และ Mass ทั้งตลอดปีที่ผ่านมาก็ยังมีผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดต่อเนื่อง ทั้งแบรนด์จีนและอาเซียน
โดยจะพบว่ากลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด ทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ข้ามชาติ ยังพยายามขยายตำแหน่งพอร์ตชานมไข่มุกของตนเองจาก Middle ไปสู่ Premium ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มหันสู่ตลาดดังกล่าวมากขึ้นในช่วงสองสามปีหลัง
ขณะที่กลุ่ม Middle และ Mass เป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด จากการเน้นการนำเสนอความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับคุณภาพในราคาเข้าถึงง่าย ผู้เล่นมีการรุกเข้าตลาดอย่างหนักจากรายใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นการเติบโตผ่านโมเดลขยายแฟรนไชส์ ซึ่งทำให้สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว และควบคุมต้นทุนราคาต่อแก้วได้
ส่วนเทรนด์และพฤติกรรผู้บริโภคในตลาดชานมไข่มุกในไทย มองว่ามีการขับเคลื่อนด้วยกระแสดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยผู้เล่นต่างนำเสนอทางเลือกลดความหวานหรือน้ำตาล 0% หรือใช้วัตถุดิบทางเลือกเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ส่งผลดีต่อการเติบโตของตลาดกลุ่ม Premium
ขณะที่ ชาไทย ก็ยังเป็นกระแสความต้องการอย่างสูงของตลาดชานมไข่มุกในไทย และยังมีทิศทางใหม่ ๆ ในกลุ่มเมนูไฮบริด เช่น ชาครีมชีส, ชาผลไม้ พร้อมกับการรุกตลาดของชาจากประเทศใหม่ ๆ เช่น ชามาเลเซีย ที่เข้ามาเพิ่มความหลากหลายในตลาด
ด้านการทำการตลาดในตลาดชานมไข่มุกในไทย พบว่าผู้เล่นเน้นสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โฟกัสการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของตลาด ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้ง และบริการเดลิเวอรี ที่ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการทำยอดขาย
ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดชานมไข่มุกในไทยที่มูลค่าตลาดขยายตัวอย่างสูง การจะช่วงชิงเม็ดเงินจากผู้บริโภค ผู้เล่นจึงต้องวางตำแหน่งตัวเองให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นด้านราคา คุณภาพ หรือประสบการณ์ และไม่หยุดนิ่งในการสร้างกระแสความต้องการใหม่ ๆ เพื่อตอบรับความคาดหวังของผู้บริโภค ที่คงจะดื่มเคี้ยวกันสนุกไปอีกหลายปี
