หากมองย้อนกลับไปที่วิธีทำงานของคนไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นชัดว่า LINE ถูกยกระดับจากแอปแชตส่วนตัว มาเป็น “ออฟฟิศเสมือน” ที่หลายองค์กรใช้เป็นศูนย์กลางการสื่อสารในทีม งานจำนวนมากถูกย้ายมาอยู่ในกรุ๊ปแชต
ตั้งแต่การสั่งงาน ติดตามงาน ไปจนถึงการรายงานผล ทำให้คนทำงานแทบทุกคนจำเป็นต้องมี LINE อย่างน้อยหนึ่งบัญชี และบางคนอาจมีถึง 2 บัญชี เพราะแยกบัญชีงานกับบัญชีส่วนตัวออกจากกัน
ผลลัพธ์คือ ปัจจุบัน LINE มีผู้ใช้งานในประเทศไทยสูงถึง 56 ล้านบัญชี แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าจำนวนผู้ใช้ คือ “พฤติกรรมการสื่อสาร” บางอย่างที่สะท้อนวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยได้ชัดเจนกว่าข้อความยาว ๆ นั่นคือ การส่งสติกเกอร์
ข้อมูลจาก LINE Thailand ระบุว่า คนไทยส่งสติกเกอร์เฉลี่ยสูงถึง 31 ล้านครั้งต่อวัน หรือมากกว่า 11,000 ล้านครั้งต่อปี ตัวเลขนี้กำลังบอกว่า สติกเกอร์ไม่ใช่ลูกเล่นเสริมความน่ารักของแชตอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในโลกการทำงาน
ที่น่าสนใจคือ “ช่วงเวลา” ที่การส่งสติกเกอร์พุ่งสูง ซึ่งสะท้อนจังหวะการทำงานของออฟฟิศไทยได้อย่างชัดเจน
ช่วงแรกคือ 09.00–11.00 น. ช่วงเปิดวันทำงาน ที่สติกเกอร์ถูกใช้แทนคำว่า “สวัสดี”, “รับทราบ”, “โอเค” หรือแม้แต่การเช็กชื่อในกรุ๊ปงาน โดยไม่ต้องพิมพ์อะไรยาว ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าบทสนทนาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
อีกช่วงคือ 16.00–18.00 น. เวลาก่อนเลิกงาน ที่สติกเกอร์ทำหน้าที่เป็นการ “ปิดจบ” บทสนทนา ไม่ว่าจะเป็นการขอบคุณ ฝากงานต่อ หรือส่งสัญญาณสุภาพว่าเรื่องนี้จบไว้แค่นี้ก่อน
พฤติกรรมเหล่านี้ยืนยันว่า สติกเกอร์ไม่ได้เป็นแค่สีสันบนแชตส่วนตัว แต่คือ เครื่องมือหลักในการสื่อสารของที่ทำงานไทย
เมื่อเทียบกับผู้ใช้งานทั่วโลก คนไทยมีอัตราการส่งสติกเกอร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 52% ตามข้อมูลจาก LINE Global Insights และเหตุผลไม่ได้อยู่ที่ความขี้เกียจพิมพ์ แต่อยู่ที่รากวัฒนธรรมการทำงานแบบไทยที่ให้ความสำคัญกับ “โทนคำพูด” และ “ความรู้สึก” ไม่แพ้เนื้อหาของงาน
ด้วยความที่สังคมไทยยังมีลำดับอาวุโสและความเกรงใจกัน การพิมพ์ข้อความตรงเกินไปอาจทำให้ดูแข็งทื่อหรือดูกดดันอีกฝ่าย สติกเกอร์จึงทำหน้าที่เป็นตัวช่วยลดแรงปะทะทางอารมณ์ ทำให้คำสั่งงานหรือการติดตามงานดูนุ่มนวลขึ้น โดยไม่ทำให้สาระของงานหายไป
ขณะเดียวกัน สติกเกอร์อย่าง “ขอบคุณครับ/ค่ะ”, “รบกวนด้วยนะ” หรือคาแรกเตอร์เซ็ตสุภาพอย่าง BROWN & FRIENDS ยังถูกใช้เป็นคำตอบสำเร็จรูป ในกรณีที่ไม่มีประเด็นโต้แย้งเพิ่มเติม แต่ต้องการตอบกลับเพื่อรักษามารยาทและจบบทสนทนา
พฤติกรรมนี้สะท้อนชัดผ่านตัวเลขการถือครองสติกเกอร์ คนไทยหนึ่งคนมีสติกเกอร์เฉลี่ยถึง 65 ชุด แบ่งเป็นสติกเกอร์ที่ซื้อเองราว 20 ชุด และสติกเกอร์แจกฟรีจากแบรนด์ราว 45 ชุด
ตัวเลขนี้ชี้ว่า สติกเกอร์ไม่ใช่แค่ของสะสม แต่เป็นเครื่องมือสร้างตัวตนและสไตล์การสื่อสารในที่ทำงาน ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า Sticker Economy ไทยยังเป็นพื้นที่ที่แบรนด์สามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตการทำงานของผู้บริโภคได้จริง
เมื่อออฟฟิศย้ายมาอยู่ในแชต และการทำงานขับเคลื่อนด้วยบทสนทนาสั้น ๆ ตัวเลข 31 ล้านครั้งต่อวัน จึงไม่ใช่แค่สถิติการใช้งาน แต่คือหลักฐานว่า
สติกเกอร์ได้กลายเป็น “ภาษาทำงาน” ของคนไทยไปแล้วอย่างสมบูรณ์
อ้างอิง
LINE Thailand Business Update 2024–2025
LINE STICKERS & Consumer Digital Insight 2024
LINE STICKERS AWARDS 2024 (ก.พ. 2025)
