ท่ามกลางความนิยมของทุเรียนที่พุ่งสูงขึ้นทั่วเอเชีย รัฐซาบาห์ ของมาเลเซีย กำลังพยายามสร้างชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางทุเรียนระดับภูมิภาคที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ผ่านความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์บนเกาะบอร์เนียวที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

โดยมี “ทุเรียนป่าหายาก” และสายพันธุ์พื้นเมืองที่มีรสชาติและสีสันสะดุดตาเป็นพระเอก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักชิมจากทั่วทุกมุมโลกให้มาสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐซาบาห์ทางภาคตะวันออกของมาเลเซียได้ยกระดับอุตสาหกรรมท้องถิ่นผ่านการจัดเทศกาลทุเรียน ตลาดนัดทุเรียน และการแข่งขันสายพันธุ์ทุเรียนระดับรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมผลผลิตจากเกษตรกรทุกระดับ ตั้งแต่สวนพาณิชย์ขนาดใหญ่ไปจนถึงเกษตรกรรายย่อยในหมู่บ้านห่างไกล 

งานเหล่านี้จึงกลายเป็นเวทีสำคัญในการเฟ้นหาทุเรียนที่มีคุณภาพที่สุด ซึ่งเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมามีสายพันธุ์พื้นเมืองเข้าชิงชัยถึง 13 ชนิด โดยพิจารณาจากทั้งรูปทรง สี กลิ่น รสชาติ และขนาดของเมล็ด

ผู้ที่คว้าชัยชนะในปีนี้คือสายพันธุ์ “Keningau King” จากเขตเคนิงเกา ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่รูปทรงคล้ายฟักทอง เนื้อสีเหลืองนวลหนานุ่ม และมีเมล็ดที่ลีบเล็กจนแทบไม่มีเมล็ด

ทว่าสิ่งที่ได้หัวใจและต่อมรับรสของกรรมการมากที่สุดกลับเป็นทุเรียนป่าที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกตาอย่าง “ทุเรียนดาลิต” (Durio graveolens) ซึ่งเป็นทุเรียนป่าดั้งเดิมของเกาะบอร์เนียวที่หาพบได้ยากยิ่งในปัจจุบัน

ทุเรียนดาลิตมีลักษณะเด่นที่เห็นแล้วต้องสะดุดตา คือเนื้อที่มีสีสันจัดจ้าน ตั้งแต่สีแดงฉานเหมือนทับทิม ไปจนถึงสีส้มสว่างหรือสีเหลืองทอง ในตระกูลนี้มีถึง 13 สายพันธุ์ย่อย แต่มีเพียง 5 สายพันธุ์เท่านั้นที่มนุษย์สามารถรับประทานได้ 

ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมผู้ปลูกทุเรียนซาบาห์เปรียบเทียบว่า การได้ชิมทุเรียนดาลิตเหมือนกับการเปิดกล่องช็อกโกแลตที่คุณไม่มีทางรู้เลยว่าจะเจอรสชาติแบบไหน เพราะแต่ละลูกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่รสสัมผัสที่ครีมมี่เข้มข้น ไปจนถึงกลิ่นอายที่คล้ายกับแอลกอฮอล์อ่อนๆ

นอกจากรสชาติที่น่าตื่นเต้น ทุเรียนเนื้อแดงของซาบาห์อย่างสายพันธุ์ “Tenom Beauty” ยังถูกปั้นให้เป็นทุเรียนสำหรับคนรักสุขภาพ โดยเกษตรกรท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่าทุเรียนกลุ่มนี้มีปริมาณน้ำตาลต่ำกว่าทุเรียนทั่วไป และไม่ทำให้เกิดอาการ “ร้อนใน” ซึ่งเป็นปัญหาหลักของคนรักทุเรียน ทำให้มันได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มองหาความแปลกใหม่และความใส่ใจสุขภาพไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสที่เบ่งบาน ซาบาห์กำลังเผชิญกับวิกฤตความมั่นคงทางทรัพยากร เนื่องจากการบุกรุกป่าและสภาวะโลกร้อนที่ทำให้ทุเรียนป่าพื้นเมืองเริ่มสูญหายไป ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าดั้งเดิมที่เป็นแหล่งกำเนิดทุเรียนเหล่านี้เหลืออยู่ไม่ถึง 600 ไร่ 

ดังนั้นทางฝ่ายปกครองท้องถิ่นจึงเร่งส่งเสริมให้เกษตรกรจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อคุ้มครองสายพันธุ์และป้องกันการแอบอ้าง พร้อมกับพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่บูรณาการความรู้เข้ากับการลิ้มลองรสชาติ

สำหรับมาเลเซียถือเป็นประเทศชั้นนำในตลาดทุเรียนโลก โดยมีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ประมาณ 530,000 ไร่ และมีปริมาณผลิตอยู่ที่ปีละประมาณ 500,000 ตัน มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองแค่ไทย แต่มูลค่าส่งออกเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 290 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) จึงลงไปอยู่อันดับที่ 3 ของโลก รองจากไทยและเวียดนาม

นี่ทำให้มาเลเซียต้องหันมาชูเรื่องความแตกต่างและความสร้างสรรค์ อย่างทุเรียนแดงหวานน้อยตามที่ได้กล่าวไปแล้ว และสวนสนุกธีมทุเรียน เพื่อกระตุ้นยอดขายและดึงดูดการท่องเที่ยว / channelnewsasia 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer