จากอวดชีวิตเพอร์เฟกต์ หรูหรา โชว์เงินเป็นฟ่อน ๆ สู่การอวดประหยัด แข่งกันจน ใครไม่ใช้จ่ายคนนั้นชนะ

เป็นเทรนด์ทางการเงินที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะบน TikTok เทรนด์นี้เริ่มเป็นกระแสขึ้นมานับแต่ช่วงกลางปี 2025 แล้ว จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ในประเทศสิงคโปร์ แต่ในปี 2026 นี้จะเริ่มเห็นชัดเจนและจริงจังมากขึ้นรูป

เชื่อว่าหลายคนคงเหนื่อยกับการวิ่งตามเทรนด์ที่มาเร็วไปไวในปีที่ผ่านมา ลูปชีวิตที่เหมือนเล่นรถไฟเหาะทำเอาเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย มาปีนี้จึงรู้สึกอยากกลับสู่ความเรียบง่าย ไม่แข่งขันกับใคร แต่เป็นตัวเองแบบที่มีความสุข

เกิดเป็นเทรนด์ทางการเงินมากมายบนโซเชียลมีเดีย ที่แข่งกันใช้เงินน้อยที่สุด แชร์ทริคประหยัด ใช้ชีวิตให้ติดดิน

เทรนด์แรกมีชื่อว่า “loud budgeting” ให้คนหันมาใช้ชีวิตแบบตั้งสติก่อน spend

LOUD BUDGETING คืออะไร

เป็นการวางแผนการเงินที่เน้นความท้าทายงดใช้จ่าย ท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงการเงินคือสิ่งที่ทำให้คนเป็นกังวลมากที่สุด แต่การจะออมเงินก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในชีวิตประจำวันมีสิ่งที่เรียกว่า “ภาษีสังคม”

มนุษย์เราคือสัตว์สังคมที่ต้องออกไปพบปะสังสรรค์ สร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แต่ทุกกิจกรรมต้องใช้เงินเสมอ การออกไปเล่นกีฬา ทานอาหาร ดูหนัง ฟังคอนเสิร์ต ล้วนแล้วแต่ใช้เงินทั้งนั้น การจะเก็บออมเงินจึงไม่ใช่เรื่องง่ายในทุกวันนี้ เพราะมีสิ่งปฏิเสธได้ยากต้องใช้จ่ายเต็มไปหมด

อย่าอายที่จะ Say No

LOUD BUDGETING เป็นกลยุทธ์การจัดการทางการเงินที่สอนให้คุณกล้าปฏิเสธความฟุ่ยเฟือย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิเสธกิจกรรมเข้าสังคมที่จะเป็นภาระทางการเงิน ช่วยให้คุณใช้จ่ายกับสิ่งไม่จำเป็นน้อยลง มีเงินเก็บไว้ใช้สำหรับการลงทุนหรือเก็บออมในวัยเกษียณ

เริ่มง่าย ๆ ด้วยการกำหนดช่วงเวลางดใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น จะเป็นหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือนก็ได้ อย่างไรก็พยายามให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จากนั้นแยกแยะสิ่งจำเป็นกับสิ่งไม่จำเป็นออกจากกัน โดยที่สิ่งจำเป็น ได้แก่ ค่าเช่าที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค ค่าอาหาร ส่วนสิ่งไม่จำเป็นก็อย่างเช่น การรับประทานอาหารนอกบ้าน  ช้อปปิ้ง หรือการสมัครสมาชิกต่างๆ จะต้องถูกตัดออก เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและหลีกเลี่ยงการซื้อของโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

พร้อมกันนั้นต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะเก็บเงินไปเพื่ออะไร เช่น เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ใช้จ่ายหนี้สิน หรือซื้อของชิ้นใหญ่

ใช้กลยุทธ์แบบ 50/20/30 จัดสรรรายได้ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น ส่วนอีก 20% สำหรับการออมและการลงทุน และ 30% สำหรับสิ่งที่คุณต้องการ เช่น การรับประทานอาหารนอกบ้าน การช้อปปิ้ง และการท่องเที่ยว สามารถปรับสัดส่วนได้ตามไลฟ์สไตล์และสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ

แต่มันคงเป็นเรื่องยากถ้าต้องปฏิเสธคนใกล้ตัวว่าไม่อยากใช้เงิน LOUD BUDGETING เหมาะจะเอาไว้ใช้เป็นข้ออ้างที่ทำให้คนอื่นเห็นว่าคุณกำลังตั้งเป้าจะทำอะไรอยู่ และไม่อยากผิดแผน

LOUD BUDGETING ยังเป็นวิธีที่ดีในการรับมือกับภาระทางการเงินของตน ได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างค่าใช้จ่ายคงที่และค่าใช้จ่ายผันแปรและเป็นแรงบันดาลใจในการใช้เงินให้กับคนรอบข้างได้ด้วย

แต่การทำ LOUD BUDGETING ไม่ได้หมายความว่าจะห้ามออกไปใช้ชีวิต เราสามารถกันงบประมาณไว้สำหรับค่าใช้จ่ายประเภทนี้ได้ แล้วจัดสรรกิจกรรมที่ราคาอยู่ในขอบเขต อย่ากลัวที่จะเสนอตัวเลือกอื่นที่ราคาประหยัดกว่า อีกทางคือการหาเงินเพิ่ม ทำงานเสริมระยะสั้นเพื่อเพิ่มงบในการออกไปทำกิจกรรม

มกราไม่ใช้จ่าย

นอกจาก LOUD BUDGETING ยังมีชาเลนจ์แข่งกันไม่ใช้เงินอีกมากมาย เช่น ชาเลนจ์ไม่ช้อปปิ้ง หนึ่งปี จะช่วยให้มีเงินเก็บ 1,300 ดอลลาร์ และชาเลนจ์เดือนห้ามช้อปปิ้ง ซึ่งแคมเปญงดใช้จ่ายเช่นนี้มีมาหลายปีแล้ว แต่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งด้วยอิทธิพลจาก TikTok  รวมถึงยังมีอีกแคมเปญใหญ่ที่เกิดขึ้น คือ “No Spend January” ในช่วงต้นปี งดใช้จ่ายเดือนแรกของปี

เดือนมกราคมกลายเป็น “เดือนมกราคมงดใช้จ่าย” คนพยายามงดซื้อของ รับประทานอาหารนอกบ้าน หรือออกไปเที่ยวกลางคืนตลอดทั้งเดือน แต่สำหรับบางคนการงดซื้อของได้แค่ช่วงสุดสัปดาห์หรือแม้แต่วันเดียวก็ถือเป็นความสำเร็จแล้ว

เมื่อผู้คนผ่านช่วงเวลางดใช้จ่ายไปได้ พวกเขาจะตระหนักถึงสิ่งที่เคยใช้จ่ายไปแต่ไม่ได้สำคัญอะไร สามารถคิดได้ว่าควรตัดค่าใช้จ่ายอะไรออกไปบ้างในอนาคต

อ้างอิง : CNBC, CNN, Tiktok, YahooFinance, Moneysmart, CNBC, Screenshot


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer