ในปัจจุบัน เส้นทางการซื้อของลูกค้ากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีความยืดหยุ่นและผสานรวมเข้ากับสภาพแวดล้อมทางโซเชียลมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ Meta เรามองว่าแพลตฟอร์มโซเชียลเป็นตัวเร่งการเติบโตที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นการนำ AI มาใช้เพื่อปรับแต่งเฉพาะบุคคล (one-to-one personalization) ขยายช่องทางเข้าถึง และช่วยให้ธุรกิจขยายสู่ตลาดต่างประเทศ

การลงทุนอย่างต่อเนื่องใน AI ของเรายังช่วยเสริมสร้างระบบการจัดอันดับโฆษณาและระบบแนะนำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช่จะเข้าถึงลูกค้าที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม เช่น การปรับปรุงโมเดลในช่วงต้นปี 2569 ส่งผลให้คุณภาพโฆษณาบน Facebook ดีขึ้น 12% และอัตราการคอนเวอร์ชันบน Instagram เพิ่มขึ้น 3%

ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของโฆษณาที่แข็งแกร่งขึ้นให้กับธุรกิจแพลตฟอร์มโซเชียลได้กลายเป็นกลไกส่งเสริมการขายแบบครบวงจร (full-funnel sales engine) ที่เชื่อมโยงเส้นทางตั้งแต่การค้นพบผลิตภัณฑ์บน Reels ไปจนถึงการซื้อผ่านการแชท (conversational commerce) หรือการช้อปปิ้งแบบบูรณาการ AI ถูกผนวกเข้ากับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติไปจนถึงการพัฒนาครีเอทีฟของชิ้นงานโฆษณา

โดยเปลี่ยนจากการกำหนดเป้าหมายตามกลุ่มไปสู่การตลาดที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลขั้นสูง (hyper-personalized marketing) ซึ่งหมายความว่า โซเชียลไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจ ด้วยจำนวนผู้ใช้งานแอปในเครือ Meta กว่า 3.58 พันล้านคนต่อวัน

ธุรกิจจึงมีโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนในการสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายที่นำไปพัฒนาต่อยอดได้และปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง

แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta

  1. การทำงานอัตโนมัติและ Generative AI ขับเคลื่อนเส้นทางของลูกค้าทั้งหมด

AI กำลังพลิกโฉมวิธีการที่ธุรกิจเข้าถึงและให้บริการลูกค้าอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การระบุกลุ่มเป้าหมายไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งโฆษณา ระบบการจัดอันดับโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยเพิ่มความเกี่ยวข้องของข้อความทางการตลาดและการคอนเวอร์ชัน ซึ่งเห็นได้จากการเติบโตของจำนวนการแสดงผลโฆษณา 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน และราคาโฆษณาเฉลี่ยต่อชิ้นเพิ่มขึ้น 9% ในปี 2568 ที่ผ่านมา Generative AI ยังได้ปฏิวัติการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ทำให้สามารถผลิตเนื้อหาคุณภาพสูงที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ของเราชี้ให้เห็นถึงการนำ GenAI มาใช้ในธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราการสร้างรายได้ต่อปีจากการนำเครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI มาใช้รวมกันแตะ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯในไตรมาส 4 และอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าสูงกว่าการเติบโตของรายได้จากโฆษณาโดยรวมถึงเกือบ 3 เท่า การผสมผสานกันระหว่างระบบอัตโนมัติและ GenAI ช่วยให้สามารถปรับแต่งเนื้อหาแบบเฉพาะบุคคลได้จำนวนมากในเวลาเดียวกันและช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมหาศาล

  1. Instagram ปลดล็อกการเติบโตผ่านความคิดสร้างสรรค์และชุมชน

พลังของ Instagram ในประเทศไทยนั้นโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด โดยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและการเติบโตที่แข็งแกร่ง แพลตฟอร์มนี้กำลังกลายเป็นพื้นที่สำคัญที่ชุมชนเชื่อมโยงกัน นำไปสู่ยอดขายและความสัมพันธ์กับแบรนด์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราเห็นการเข้าถึงที่ขยายวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมผู้ใช้งานหลายเจเนอเรชันมากขึ้น สำหรับธุรกิจ Instagram มอบโอกาสพิเศษในการเชื่อมโยงกับชุมชนที่หลากหลายในทุกช่วงวัย ตั้งแต่กลุ่มผู้ใช้รุ่นใหม่ที่เน้นดิจิทัล ไปจนถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งหมดนี้อยู่ในอีโคซิสเต็มเดียวกัน สิ่งสำคัญคือ แพลตฟอร์มนี้เป็นที่ที่ความมหัศจรรย์ของการค้นพบแบรนด์โดยครีเอเตอร์ (Creator-Led Brand Discovery) เกิดขึ้น ครีเอเตอร์คือกระบอกเสียงที่น่าเชื่อถือที่สามารถเข้าถึงผู้คนท่ามกลางข้อมูลอันมหาศาล ทำให้ Instagram เป็นกลไกสำคัญสำหรับผู้ลงโฆษณาที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริง

การเติบโตอย่างรวดเร็วของรูปแบบคอนเทนต์หลักอย่างวิดีโอสั้น Reels กำลังขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมนี้ โดยมีเวลาการรับชมเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 การเติบโตนี้เป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มประสิทธิภาพ AI ที่เราได้ดำเนินการเพื่อปรับปรุงคุณภาพของการแนะนำ ทำให้ระบบของเราสามารถระบุความสนใจของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น และเปิดช่องทางการสร้างรายได้ใหม่สำหรับธุรกิจ ตัวอย่างที่ชัดเจนของเรื่องนี้คือแบรนด์เครื่องหอมสัญชาติไทยอย่าง Journal Boutique ในการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ แบรนด์ได้ใช้โฆษณาวิดีโอสั้นที่น่าสนใจและเล่าเรื่องราวแสดงให้เห็นถึงการใช้งานผลิตภัณฑ์ในชีวิตจริง ผ่าน Reels และ Stories แนวทางนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็วและชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์คืออะไร วิธีใช้งานเป็นอย่างไร และให้ผลลัพธ์อย่างไร ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้เริ่มต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดไปยังแคมเปญการกำหนดเป้าหมายใหม่ (retargeting) ได้ต่อไป

  1. การส่งข้อความกลายเป็นหน้าร้านค้าแห่งใหม่

การซื้อขายผ่านการแชท (conversational commerce) เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่อกับลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย แพลตฟอร์มการส่งข้อความ เช่น Messenger, Instagram DM และ WhatsApp ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัว การค้นพบผลิตภัณฑ์ และการทำธุรกรรม ปัจจุบัน AI เข้ามาช่วยยกระดับสิ่งนี้อย่างมีนัยสำคัญ ในการจัดการการสนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสที่น่าตื่นเต้นที่เราเห็นสำหรับธุรกิจไทยคือการใช้การส่งข้อความและแชทเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการดึงดูดลูกค้ากลับมาและรักษาลูกค้า (re-engage and retain customers) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟีเจอร์อย่างการส่งข้อความเชิงการตลาด (Marketing messages) บน Messenger ช่วยให้ธุรกิจสามารถเริ่มส่งข้อความโปรโมตที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลไปยังผู้ติดตามได้ โดยใช้รายชื่อจากระบบ CRM ที่มีอยู่หรือกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง เพื่อเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงได้จากช่องทางอื่น ด้วยฐานผู้ใช้งาน Messenger กว่าพันล้านคนต่อเดือน นอกจากนี้ การวัดผลแบบลงลึก (down-funnel measurement) ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การตลาดโดยรวมได้ การส่งข้อความกำลังทำหน้าที่เป็นหน้าร้านค้าดิจิทัลแบบครบวงจร ผสานรวมการบริการลูกค้า การตลาด และการขายได้อย่างราบรื่น ธุรกิจไทยสามารถทำงานร่วมกับ Meta Business Partners ในประเทศไทย เช่น ZWIZ.AI และ V Rich เพื่อใช้ฟีเจอร์นี้ซึ่งเปิดให้ใช้แล้วบนMessenger และในอนาคตอันใกล้นี้จะขยายไปยัง WhatsApp ในไทยด้วย

  1. เศรษฐกิจครีเอเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เร่งการซื้อขายด้วย Facebook Affiliate Partnerships

ปัจจุบันครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญในการค้นพบและรีวิวผลิตภัณฑ์ โดย AI ช่วยเสริมสร้างระบบอีโคซิสเต็มของครีเอเตอร์และแบรนด์โดยการจับคู่คอนเทนต์กับกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วม นอกจากนี้ Meta ยังได้เปิดโปรแกรมพันธมิตรในเครือ (affiliate partnerships) อย่าง Facebook Affiliate with Shopee ที่ครีเอเตอร์สามารถแท็กรายการสินค้าของ Shopee ได้โดยตรงบนโพสต์และ Reels เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคชำระเงินบน Shopee ได้ทันที และครีเอเตอร์จะได้รับค่าคอมมิชชัน นอกจากนี้ เรายังมีฟีเจอร์อย่างโฆษณาร่วมกับพันธมิตร (partnership ads) ซึ่งช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถทำงานร่วมกับพันธมิตร เช่น ครีเอเตอร์ โดยแสดงชื่อบัญชีของทั้งสองฝ่ายในส่วนหัวของโฆษณา ซึ่งใช้สัญญาณจากทั้งสองบัญชีเพื่อปรับปรุงการจัดอันดับและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น การร่วมมือนี้เป็นประโยชน์ต่อครีเอเตอร์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ ในขณะที่ผู้ลงโฆษณาได้รับประโยชน์จากคอนเทนต์ที่แท้จริงและน่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านประสิทธิภาพโฆษณาที่มีคุณค่า

  1. วิดีโอและ Live Commerce เปลี่ยนความสนใจเป็นผลลัพธ์

วิดีโอเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในระดับโลกและในประเทศไทยอยู่แล้ว ความพยายามด้าน AI และผลิตภัณฑ์ของเรากำลังเปลี่ยนการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นนี้ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สำคัญ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในไตรมาส 4 ที่ทำให้จำนวนการดูคอนเทนต์ออร์แกนิกในหน้าฟีดและโพสต์วิดีโอบน Facebook เพิ่มขึ้น 7% และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อรายได้ประจำไตรมาสที่ใหญ่ที่สุดในรอบสองปี การใช้ฟีเจอร์อย่างโฆษณาวิดีโอถ่ายทอดสด (live video ads) บน Facebook ยังช่วยให้แบรนด์สามารถโปรโมตการถ่ายทอดสดของตนไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความสนใจและเปิดโอกาสให้มีการถามตอบและการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเทรนด์นี้เพื่อขับเคลื่อนการค้นพบแบรนด์

  1. การเติบโตของการค้าข้ามพรมแดนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วย AI

การค้าข้ามพรมแดนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และแพลตฟอร์มดิจิทัลคือหัวใจสำคัญของการเติบโตในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจไทย ด้วยการใช้ประโยชน์จากการกำหนดเป้าหมายที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่แข็งแกร่งและโซลูชันการค้า เช่น Advantage+ Shopping Campaigns, Click-to-WhatsApp/Messenger และการส่งข้อความแบบชำระเงิน (paid messaging) ซึ่งเป็นที่นิยมในภาคอุตสาหกรรมที่หลากหลาย อย่างภาคการท่องเที่ยวและการบริการ ความงาม และสุขภาพ ธุรกิจสามารถค้นพบกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ทดสอบตลาด และขยายการดำเนินงานข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสนั้นไร้ขีดจำกัด โดยเฉพาะการใช้งานบนแอปในเครือ Meta ที่มีผู้คนเข้ามาใช้งานกว่า 3.58 พันล้านคนต่อวัน

เมื่อความสามารถเหล่านี้ผนวกกัน แพลตฟอร์มโซเชียลจะไม่ใช่แค่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจเท่านั้น แต่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ สำหรับธุรกิจที่เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตข้างหน้า ปี 2569 อยู่ตรงหน้าเราแล้ว และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องเปิดรับการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI และโซเชียลอย่างเต็มที่


สรุป 6 ประเด็นสำคัญจากประกาศของ Meta เกี่ยวกับเทรนด์โซเชียลและทิศทางธุรกิจในปี 2026


1. AI คือกระดูกสันหลังของเส้นทางลูกค้า (Full-Funnel AI)

Meta ปรับบทบาทของ AI จากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุน ให้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” หลักของธุรกิจ โดย AI จะเข้ามาจัดการตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ:

  • Hyper-Personalization: เปลี่ยนจากการหว่านโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมายกว้างๆ มาเป็นการคัดเลือกสินค้าที่ใช่ให้ถึงมือคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสมแบบตัวต่อตัว

  • GenAI for Creative: การใช้ Generative AI สร้างวิดีโอและคอนเทนต์โฆษณา ช่วยลดต้นทุนแต่เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึง (Reach) และการเปลี่ยนเป็นยอดขาย (Conversion) อย่างมหาศาล

2. Instagram: พลังของครีเอเตอร์และชุมชนไร้พรมแดนวัย

Instagram ในปี 2026 ไม่ได้มีไว้สำหรับวัยรุ่นเท่านั้น แต่ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน:

  • Creator-Led Discovery: ลูกค้าเชื่อถือการรีวิวและคอนเทนต์จากครีเอเตอร์มากกว่าโฆษณาแบบเดิม

  • Reels Growth: การรับชมวิดีโอสั้น Reels เติบโตกว่า 30% โดยมี AI ช่วยคัดเลือกวิดีโอที่ตรงใจผู้ใช้ที่สุด ทำให้แบรนด์สามารถแทรกตัวเข้าไปสร้างการรับรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

3. Conversational Commerce: แชทคือหน้าร้านยุคใหม่

การส่งข้อความ (Messaging) จะไม่ใช่แค่การตอบคำถาม แต่เป็น “Digital Storefront” แบบครบวงจร:

  • Marketing Messages: ธุรกิจสามารถส่งข้อความโปรโมชันที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลผ่าน Messenger และ WhatsApp โดยเชื่อมโยงกับระบบ CRM ของแบรนด์เอง

  • Seamless Integration: ผสานการบริการลูกค้า การตลาด และการปิดการขายไว้ในหน้าแชทเดียว ช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม (Retain) และดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ (Re-engage)

4. Facebook Affiliate: เศรษฐกิจครีเอเตอร์ที่วัดผลได้จริง

Meta รุกหนักด้านการขายผ่านพันธมิตร (Affiliate) เพื่อเชื่อมต่อ Social Media เข้ากับ Marketplace:

  • Shopee Integration: ครีเอเตอร์สามารถแท็กสินค้าจาก Shopee ในโพสต์หรือ Reels ได้โดยตรง ลูกค้ากดซื้อได้ทันที และครีเอเตอร์ได้ค่าคอมมิชชัน

  • Partnership Ads: โบรนด์และครีเอเตอร์สามารถยิงโฆษณาร่วมกัน (Co-branding) ช่วยให้แบรนด์ได้คอนเทนต์ที่ดูจริงใจ (Authentic) และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้แม่นยำขึ้น

5. Video & Live Commerce: เปลี่ยนความสนใจให้เป็นรายได้

คอนเทนต์วิดีโอยังคงครองเมือง และถูกยกระดับด้วยการปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์:

  • Live Video Ads: การยิงโฆษณาเพื่อดึงคนเข้าชม Live Streaming ช่วยเพิ่มการโต้ตอบ (Interactive) และปิดการขายได้ทันที

  • Organic Boost: AI ช่วยดันคอนเทนต์วิดีโอที่มีคุณภาพให้ปรากฏบนฟีดมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มรายได้ของธุรกิจ

6. Cross-Border Trade: บุกตลาดโลกด้วยปลายนิ้ว

AI ช่วยทลายกำแพงเรื่องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ:

  • Advantage+ Shopping Campaigns: ระบบอัตโนมัติที่ช่วยหาลูกค้าในต่างประเทศที่เหมาะกับสินค้าของเรามากที่สุด

  • Scalability: ด้วยฐานผู้ใช้แอปในเครือ Meta กว่า 3.58 พันล้านคนต่อวัน ธุรกิจไทยสามารถทดสอบตลาดและขยายการค้าข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากว่าเดิม