โรงพยาบาลวิมุต ชูประเด็นสุขภาพผู้หญิง รับแรงขับเคลื่อน Womenomics เมื่อเศรษฐกิจโตด้วยพลังผู้หญิง ระบบสุขภาพต้องโตตามให้ทัน
ท่ามกลางกระแส “Womenomics” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยบทบาทของผู้หญิงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โรงพยาบาลวิมุตเปิดตัวแคมเปญ “Health for Her” พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า เมื่อผู้หญิงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักขององค์กรและเศรษฐกิจ สุขภาพของพวกเธอถูกวางไว้ตรงไหนในสมการนี้
ข้อมูลจาก Grant Thornton ระบุว่า ไทยติดอันดับ 3 ของโลกที่มีสัดส่วนผู้หญิงดำรงตำแหน่ง CEO สูงถึง 42% ขณะที่รายงาน Global Entrepreneurship Monitor 2024-2025 ชี้ว่า ไทยเป็นประเทศเดียวจาก 51 ประเทศที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของธุรกิจระยะยาวมากกว่าผู้ชาย สะท้อนบทบาทที่ขยับจาก “แรงงาน” สู่ “ผู้ตัดสินใจ” อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งของภาพความสำเร็จ คือความจริงที่ว่าโรคผู้หญิงจำนวนมากถูกตรวจพบในระยะที่อาการรุนแรงแล้ว เนื่องจากอาการเริ่มต้นมักไม่ชัดเจน บวกกับภาระงานและความกังวลเรื่องกระบวนการรักษา ทำให้การตรวจคัดกรองถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ

จาก “รอป่วย” สู่ “ดูแลเชิงระบบ”
แคมเปญ Health for Her จึงไม่ได้สื่อสารเพียงการรักษา แต่ชูแนวคิดการวางระบบดูแลสุขภาพผู้หญิงแบบครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน คัดกรอง วินิจฉัย ไปจนถึงการฟื้นฟู
หนึ่งในประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาคือ เทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery – MIS) รวมถึงเทคนิค V-NOTES และ Single-Port Laparoscopy ที่ช่วยลดบาดแผล ลดความเจ็บปวด และทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ผู้หญิงวัยทำงานที่ไม่ต้องการหยุดบทบาทของตัวเองนานเกินไป
แนวคิดดังกล่าวถูกจัดวางภายใต้กลยุทธ์ H.E.R. ที่ประกอบด้วย
-
H – Health การดูแลครอบคลุมตั้งแต่นรีเวช เต้านม ไปจนถึงสุขภาพผิวและฮอร์โมน
-
E – Expertise ทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบจากการรักษา
-
R – Respect การออกแบบประสบการณ์ที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความกังวลของผู้ป่วย
5 กลุ่มโรคที่สะท้อน “ปัญหาเงียบ”
จากสถิติผู้ป่วยหญิงของโรงพยาบาลในช่วงปี 2565–2568 พบ 5 กลุ่มโรคที่พบบ่อย ได้แก่ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ภาวะเลือดออกผิดปกติ ก้อนที่เต้านม และเนื้องอกไม่ร้ายของเต้านม
หลายโรคในกลุ่มนี้มีลักษณะร่วมกันคือ อาการระยะแรกไม่รุนแรง ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากตัดสินใจ “รอดูอาการ” มากกว่า “รีบตรวจ” ซึ่งในมุมเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข นี่คือความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง เพราะต้นทุนการรักษาในระยะท้ายย่อมสูงกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง
สุขภาพผู้หญิง คือ ต้นทุนเศรษฐกิจที่มองไม่เห็น
เมื่อผู้หญิงมีสัดส่วนในบทบาทผู้นำและเจ้าของธุรกิจเพิ่มขึ้น สุขภาพของพวกเธอจึงไม่ใช่แค่ประเด็นส่วนบุคคล แต่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพองค์กร ความต่อเนื่องของธุรกิจ และศักยภาพแรงงานในภาพรวม
ตลาดสุขภาพสตรีในไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ย 7.2% ต่อปี และมีมูลค่าราว 5.8 พันล้านบาทภายในปี 2573
ตัวเลขนี้สะท้อนทั้งโอกาสทางธุรกิจ และความจำเป็นของระบบบริการที่เข้าใจความซับซ้อนทางชีววิทยาและบริบทชีวิตของผู้หญิง
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงการเปิดตัวแคมเปญ แต่คือการวางตำแหน่งสุขภาพผู้หญิงในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจ” มากกว่าการสื่อสารเชิงโปรโมชั่น
ในยุคที่คำว่า Womenomics ถูกพูดถึงมากขึ้น การดูแลสุขภาพผู้หญิงอาจไม่ใช่แค่เรื่องของโรงพยาบาล แต่เป็นโจทย์ร่วมของภาครัฐ เอกชน และองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องออกแบบสวัสดิการและระบบสนับสนุนให้สอดคล้องกับบทบาทที่เปลี่ยนไป
