ไม่ได้มีแค่ชาไทย สบู่ขิง หรือนมอัดเม็ดที่คนจีนกว้านซื้อกลับประเทศ ยังมีชุดชั้นในแบรนด์ดังอีกด้วยที่ไม่ว่ามาไทยเมื่อใดก็ต้องซื้อตุนหอบหิ้วกลับประเทศ

สำหรับคนไทย Wacoal (วาโก้) นับว่าเป็นแบรนด์ชุดชั้นในและเสื้อชั้นในที่ชาวไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพดีเยี่ยม ทนทาน และใช้งานได้นาน แต่คนไทยไม่ได้มองว่าเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์แต่อย่างใด ด้วยราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ง่าย แต่สำหรับผู้บริโภคชาวจีนแล้ววาโก้กลับถูกมองว่าเป็นชุดชั้นในแบรนด์ลักชูรี ราคาสูงและคุณภาพพรีเมียม

เมื่อนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยแล้วได้เห็นแบรนด์วาโก้ขายในราคาที่ต่ำกว่าบ้านตัวเองหลายเท่าตัว จึงเกิดเป็นกระแสที่คนถึงกับต้องซื้อทีละโหลกลับประเทศ

มีกระทู้บนโลกออนไลน์จีนที่พูดถึงเรื่องนี้ว่า ‘ถ้าไปไทยแค่ได้ซื้อวาโก้ก็คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว’  นักท่องเที่ยวชาวจีนแห่กันไปซื้อชุดชั้นในวาโก้ทุกครั้งที่ได้มาไทย เนื่องจากราคาถูกกว่าที่ขายในบ้านตัวเองมาก บางครั้งถูกกว่าถึง 50% อีกทั้งในไทยมีสไตล์และขนาดให้เลือกหลากหลายกว่า

ชุดชั้นในที่ผลิตในประเทศไทยถือว่ามีคุณภาพสูงและเป็นสินค้าหายากหรือสินค้าหรูหรา ทำให้เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและคุ้มค่าแก่การซื้อ

Wacoal เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่น

แม้จะได้ยินชื่อมานานแต่น้อยคนที่จะรู้ว่าวาโก้เป็นแบรนด์ชุดชั้นในระดับโลกที่มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในเกียวโตปี 1946 โดยโคอิจิ สึคาโมโตะ มีเป้าหมายที่จะนำเสนอชุดชั้นในคุณภาพสูง สวมใส่สบาย และสวยงามให้กับผู้หญิง

แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักจากนวัตกรรม เช่น เข็มขัดรัดหน้าท้อง ชุดชั้นในกระชับสัดส่วน และเสื้อผ้าเฉพาะทาง ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ในด้านชุดกระชับสัดส่วนคุณภาพสูง

กระทั่งปี 1970 ก่อตั้ง บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับเครือสหพัฒน์ มีโรงงานผลิตในไทย

วาโก้ในสายตาผู้บริโภคจีน ภาพจำของแบรนด์ชุดชั้นในระดับ Luxury

ในขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยคุ้นเคยกับ Wacoal ในฐานะแบรนด์ชุดชั้นในคุณภาพดีที่เข้าถึงได้ง่าย แต่ในประเทศจีน ภาพลักษณ์ของแบรนด์กลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน โดย Wacoal (华歌尔) ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “แบรนด์นำเข้าระดับพรีเมียม” จากต่างประเทศ และถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าระดับ Luxury ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือกลยุทธ์การวางตำแหน่งทางการตลาด (market positioning) ที่เน้นความเป็นสินค้านำเข้า คุณภาพสูง และมีมาตรฐานการผลิตที่พิถีพิถัน วัสดุที่เลือกใช้ เช่น ผ้าลูกไม้เกรดยืดหยุ่นพิเศษ โฟมที่พัฒนาเฉพาะรุ่น รวมถึงรายละเอียดการตกแต่งที่บางส่วนอาศัยงานฝีมือ ล้วนสะท้อนภาพความประณีตและความใส่ใจในรายละเอียด ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนนำเข้าสูงกว่าสินค้าทั่วไปในตลาด

นอกจากนี้ ช่องทางการจัดจำหน่ายก็มีบทบาทสำคัญ Wacoal เลือกวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าระดับบน ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ความพรีเมียมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่อผสานกับราคาที่อยู่ในระดับสูง จึงทำให้ผู้บริโภคจีนจำนวนมากมองแบรนด์นี้ว่าเป็นสินค้าหรูที่สะท้อนสถานะและรสนิยม

หลังเข้าสู่ตลาดจีนตั้งแต่ปี 1986 แบรนด์สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้พึ่งเพียงภาพลักษณ์จากต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในประเทศ เพื่อปรับแพตเทิร์นและโครงสร้างสินค้าให้เหมาะกับสรีระของผู้หญิงจีนโดยเฉพาะ กลยุทธ์ “Global Brand, Local Fit” นี้ช่วยตอกย้ำคุณค่าหลักของแบรนด์ในเรื่องความพอดีตัว การซัพพอร์ตที่ดี และความสบายในการสวมใส่

แม้ราคาจะสูงกว่าแบรนด์ทั่วไปในตลาดจีน แต่ผู้บริโภคจำนวนมากยินดีจ่าย เพราะมองว่าความคุ้มค่าไม่ได้วัดจากราคาเพียงอย่างเดียว หากแต่มาจากคุณภาพ ความทนทาน และความมั่นใจที่ได้รับในทุกครั้งที่สวมใส่ ซึ่งทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ Wacoal ถูกมองเป็นแบรนด์หรูในสายตาผู้บริโภคจีนจนถึงทุกวันนี้

เหตุผลที่ทำให้คนจีนมาซื้อวาโก้ในไทย

  • คุณภาพและไซส์ให้เลือกหลากหลาย : ประเทศไทยมีดีไซน์ที่หลากหลาย การตัดเย็บได้คุณภาพ เนื้อผ้าสวมใส่สบาย และไซส์ที่หาได้ยากในประเทศจีน
  • โปรโมชั่น : ในไทยส่วนใหญ่มีการจัดโปรโมชั่นบ่อย
  • คอลเลกชันพิเศษ : มีคอลเลกชันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็นรุ่นลิมิเต็ด หรือคอลเลกชันตามธีม เช่น Wacoal X Phannapast รุ่น Gallop of Fortune ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมาก
  • หาซื้อได้ง่าย : ในไทยสามารถพบสินค้าวาโก้ได้ตามห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ต

ทำไมราคาวาโก้ในไทยถึงถูกกว่าหลายประเทศในเอเชีย

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียลมีเดียจีนและสิงคโปร์คือ “ทำไมวาโก้ในไทยถึงราคาถูกกว่าประเทศอื่นมาก” เมื่อเทียบกันแบบคร่าว ๆ จะเห็นความแตกต่างชัดเจน

  • มาเลเซีย ราคาขายปลีกส่วนใหญ่มากกว่า 800 บาท
  • จีน บางรุ่นแตะระดับประมาณ 5,000 บาทต่อชิ้น
  • ไทย มีจำหน่ายตามห้างและไฮเปอร์มาร์เก็ตในช่วงประมาณ 300–500 บาท

ปัจจัยสำคัญคือฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย

เหตุผลหลักที่ทำให้ราคาต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ คือประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของแบรนด์ การมีโรงงานภายในประเทศช่วยลดต้นทุนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ เมื่อสินค้าไม่ต้องผ่านกระบวนการนำเข้าแบบเต็มรูปแบบ ราคาปลีกจึงสามารถตั้งได้ในระดับที่เข้าถึงง่ายกว่า

ในทางกลับกัน ประเทศอย่างจีน มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ต้องนำเข้าสินค้าเป็นหลัก ต้นทุนจึงถูกบวกเพิ่มทั้งภาษีและค่าจัดจำหน่าย อีกทั้งในบางตลาดยังถูกวางตำแหน่งเป็นสินค้าระดับพรีเมียม ทำให้ราคายิ่งสูงขึ้นไปอีก

โปรโมชันปลายปี ยิ่งดึงดูดนักช้อปต่างชาติ

ช่วงปลายปีถือเป็นจังหวะสำคัญ เพราะมีแคมเปญลดราคาต่อเนื่องตามห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ทำให้ราคาที่เดิมก็ถูกอยู่แล้ว ยิ่งลดลงไปอีก จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนและสิงคโปร์ จะนิยม “กวาดซื้อ” ครั้งละหลายชิ้น บางคนซื้อ 5–6 ตัวต่อทริป

กระแสการแชร์ประสบการณ์ช้อปปิ้งในไทยผ่านโซเชียลมีเดีย ยิ่งทำให้วาโก้กลายเป็นหนึ่งในลิสต์สินค้าต้องซื้อเมื่อมาเที่ยวไทย ไม่ต่างจากขนม ของฝาก หรือเครื่องสำอางยอดนิยม

โดยสรุปความแตกต่างด้านราคาไม่ได้เกิดจากคุณภาพที่ต่างกัน แต่เกิดจากโครงสร้างต้นทุนและการวางตำแหน่งในแต่ละประเทศ  ไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตจึงได้เปรียบด้านราคา ขณะที่ตลาดอื่นใช้กลยุทธ์พรีเมียมเพื่อสร้างภาพลักษณ์และมาร์จิ้นที่สูงกว่า

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าสถานที่ผลิต และกลยุทธ์การวางแบรนด์ในแต่ละตลาด สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์และระดับราคาของสินค้าเดียวกันให้แตกต่างกันได้อย่างสิ้นเชิง


ที่มา : yinteing