ผ่านไปแล้วสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge

ในงาน MWC 2015 ที่บาเซโลน่า หลังจากที่มีข่าวหลุดออกมาให้เห็นกันอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นรูปตัวเครื่อง, เสปค หรือบางแหล่งข่าวหลุดไปจนถึงเคสเลยทีเดียว หลายๆอย่างก็เป็นไปตามคาด ซึ่งรวมๆแล้วก็สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย งานนี้คู่แข่งซึ่’เปิดตัวรุ่นใหม่ในวันเดียวกันนี้ก็คงต้องมีหนาวๆร้อนๆกันบ้าง รุ่น Series S นี่ถือว่าเป็นตัว Flagship ของซัมซุงเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะมี Note, Alpha หรือ Series A ออกมา แต่ต้องยอมรับว่า Series S นี้เป็นรุ่นหลักของซัมซุงมาแต่ไหนแต่ไร Feature ใหม่ๆก็จะถูกใส่ไว้ในรุ่นนี้ก่อนเสมอๆ

 

เริ่มแรกก็เป็นการเปิดตัว โดย JK Shin CEO ของ Samsung ที่ออกโรงเองสมกับเป็นมือถือตัว Flagship   JK Shin ออกมาพูดว่า โจทย์ของมือถือเครื่องนี้ง่ายมากมี 2 อย่างคือเป็นมือถือที่สวยที่สุดและเร็วที่สุด มีการพูดถึงฟังก์ชั่นหลักๆที่ไฮไลท์ไม่ว่าจะเป็น Samsung Pay, เรื่องการเชื่อมต่อ เคลมว่าเป็น LTE ที่ดีที่สุดและเร็วที่สุด, การชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย และยังบอกด้วยอีกว่า S6 และ S6 Edge จะมาพร้อมกับความจุสูงสุดถึง 128 GB

 

จากนั้นก็มีพนักงานทางฝั่งที่เป็นผู้ผลิตออกมาพูดในมุมต่างๆ เรื่องวัสดุและความแข็งแรง หน้าจอของ Galaxy S6 และ S6 Edge ทำมาจาก Gorilla glass แก้วที่เอาไปหลอมในอุณหภูมิ 800 องศา ตัวเครื่องทำมาจากโลหะแข็งแรงกว่า SmartPhone อื่นๆถึง 50% และเธอยังบอกอีกว่า รับร้องว่ามันจะไม่งอ!

 

Interface ถูกปรับให้เรียบขึ้น Font และสีที่ Simple อ่านง่ายขึ้น สบายตา จุดเด่นเล็กๆน้อยๆแต่เป็นอีกจุดที่เก๋ๆ ของ S6 Edge ก็คือ เราสามารถตั้ง Contact ที่เราติดต่อบ่อยๆ เป็นสีแต่ละสี 5 คนแทนสีต่างๆ ถ้าโทรศัพท์คว่ำอยู่แล้วมีคนโทรเข้ามา เราจะเห็นได้เลยว่าใครโทรเข้ามาจากตรงขอบจอที่โค้ง และสามารถรับสายได้เลยจากตรง Heart rate sensor

 

Ram เปลี่ยนมาเป็น DDR4 เร็วกว่า DDR3 ถึง 80% จากข่าวหลุดบอกมาว่า ให้แรมมาถึง 4 GB แต่ว่าตอนเปิดตัวไม่ได้พูดถึงอาจจะต้องรอดูตอนขายจริงอีกที หน้าจอกว้าง 5.1 นิ้ว ซึ่งเป็นจอ Super AMOLED Display 5.1 577ppi ใช้ได้ดีกับ Gear VR ซึ่งจะแสดงผลได้ดีกว่าใช้กับ Note 4

ส่วนในเรื่อง การถ่ายภาพ กล้องมาพร้อมความละเอียด 16 ล้าน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถึง 20 ล้านอย่างที่มีข่าวลือออกมา แต่ว่าประสิทธิภาพก็น่าประทับใจทีเดียว มี Real time HDR ซึ่งกล้อง Mirrorless หรือ Dslr บางตัวยังทำไม่มีด้วยซ้ำ กล้องหน้า 5MP รูรับแสงสามารถ ปรับกว้างได้ถึง F1.9 ส่วนกล้องหลังความละเอียด 16 ล้าน หลังจากที่ฮุกเรื่องเครื่องงอมา 1 หมัด ก็มาจัดเต็มตรงที่ มีเปรียบเทียบรูปถ่ายกับ iPhone6 Plus ให้ดูด้วย ซึ่ง S6 ทำได้ดีกว่าจริงๆนะ ทั้งรูปและ VDO

ทั้งกล้องหน้ากล้องหลังเน้นเรื่องการถ่ายในแสงน้อย จะเห็นได้ว่าทางซัมซุง เน้นเรื่องการพัฒนากล้องหน้าด้วย เพราะว่าทุกวันนี้คนเราใช้ถ่าย Selfie กันมากขึ้น นอกจากประสิทธิภาพของกล้อง ความรวดเร็วในการประมวลผลก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญ Samsung Galaxy S6 ใช้เวลาเพียง 0.7 วินาที ในการบูธกล้องขึ้นมาถ่าย ถึงแม้ว่าหน้าจอจะล็อกและอยู่ในโหมด Stand by เพียงแค่กดปุ่ม Home ติดกัน 2 ครั้ง กล้องก็จะบูธขึ้นมา พร้อมใช้งานได้เลย

 

 

จุดเด่นอีกอย่างที่น่าสนใจคือ แบตเตอรี่ ชาร์จแค่ 10 นาที ก็สามารถนำไปใช้ได้นานถึง 4 ชั่วโมง เทียบง่ายๆตือ Galaxy S6 สามารถชาร์จได้เต็มในขณะที่ iPhone6 ชาร์จได้แค่ครึ่งเดียว

ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกเรื่องคือ แบตเตอรี่แบบ Build in ไม่สามารถถอดออกได้ ทางซัมซุงแจ้งว่า เค้ามั่นใจว่าความรวดเร็วในการชาร์จและแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานกว่าเดิมทำให้ไม่จำเป็นต้องถอดแบตออกมาเปลี่ยนแต่อย่างใด Galaxy S6 มาพร้อมกับ Build in Wireless Charge ซึ่งตัวเครื่องรองรับอยู่แล้ว เพียงแค่วางบนแท่นก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่ปกติได้

 

 

นอกจากพูดถึงตัวเครื่องแล้ว ยังพูดถึงบริการอีกอย่างที่น่าสนใจอย่าง Samsung Pay ซึ่งเป็น Smart wallet อีกแบบหนึ่ง ทางซัมซุงบอกว่า เดิมที่มีใช้กันอยู่ส่วนมากจะเป็นระบบ NFC ซึ่งมี support แค่ ประมาณ 10% เท่านั้น Samsung Pay เลยถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในส่วนนี้ โดย Samsung Pay เป็นการร่วมมือกันระหว่างระบบของซัมซุงกับธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆไม่ว่าจะเป็น Mastercard, Visa, Bank of America, Citibank ฯลฯ โดยใช้แทนการรูดบัตรเครดิตได้ โดยต้องยืนยันด้วย Finger print หรือ ข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิต

 

กำหนดการวางจำหน่ายคือจะเริ่มกระจายสินค้าในวันที่ 10 เมษายนนี้ โดยที่ราคายังไม่ได้มีการพูดถึง บอกเพียงว่าจะ มีเครื่องให้เลือก5 สี และมีหน่วยความจำให้เลือก 3 แบบคือ 32 GB, 64 GB และ 128 GB อย่างไรถ้าวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วทางทีมงานจะรีบนำข้อมูลมาอัพเดทอีกที รอติดตามกันได้เลย

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer