จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Pursuit Of Jade แต่ปรากฏการณ์ที่ทิ้งไว้ของซีรีส์จีนเรื่องนี้ที่ใช้ชื่อไทยว่า “ล่าหยก” ยังคงเป็นที่กล่าวถึงและมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะการเน้นที่นักแสดงเจ้าของบทพระเอก และเทรนด์ She Economy เพื่อเอาใจบรรดาผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก
เมื่อได้ดูตอนแรกของซีรีส์ เพียงไม่กี่นาทีผู้ชมจะตระหนักได้ทันทีว่าตัวละคร “แม่ทัพ” ในเรื่องนี้ ซึ่งในเวอร์ชันพากย์เรียกว่า “ท่านโหว” นำแสดงโดย จางหลิงเฮ่อ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ชายที่หน้าตาดีตามมาตรฐานทั่วไป แต่เขามีความสวยงามในระดับที่เกินจริง นี่ไม่ใช่ความหล่อเหลาจากการดูแลตัวเอง ศัลยกรรม หรือจากกรรมพันธุ์เพียงอย่างเดียว

แต่เป็นความงามที่ราวกับได้รับพรจากเบื้องบน เพราะใครที่ได้ดู (โดยเฉพาะผู้ชมผู้หญิง) ต่างก็ต้องเคลิ้มไปกับผิวพรรณของเขาที่เรียบเนียนราวกับไม่เคยมีรูขุมขน ทรงผมที่ดูสมบูรณ์แบบตลอดเวลา และโหนกแก้มที่คมชัด
ชาวเน็ตในจีนและแฟนซีรีส์เรื่องนี้ถึงกับตั้งฉายาให้เขาว่า “แม่ทัพรองพื้น” เพราะความนวลเนียนของใบหน้านั้นทำให้คนดูอยากลุกขึ้นไปซื้อเครื่องสำอางตามเลยทีเดียว
นอกจากนี้ทีมงานจัดแสงดูเหมือนจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดเพื่อให้เขานิ่งสงบแต่เปล่งประกาย จนคนดูรู้สึกว่าต่อให้พล็อตเรื่องจะหยุดนิ่งไปเฉย ๆ เพื่อซูมใบหน้าเขาอย่างเดียวนาน 5 นาที ก็คงไม่มีใครคัดค้าน
ความสำเร็จของซีรีส์จีนเรื่องนี้และซีรีส์จีนยุคใหม่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มาจากการเข้าใจแนวคิด “สายตาผู้หญิง” (Female Gaze) อย่างถ่องแท้ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับเทรนด์ที่ผู้หญิงมีกำลังซื้อขึ้นมาผลักดันเศรษฐกิจจีนหรือ She Economy
ปัจจุบันมีผู้หญิงในจีนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว่า 624 ล้านคน และกุมอำนาจการตัดสินใจซื้อของใช้ในครัวเรือนสูงถึง 70% ส่งผลให้มูลค่าตลาด She Economy ในจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนในปี 2027 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 80 ล้านล้านบาท)
She Economy เน้นการสร้างคุณค่าทางอารมณ์และการ “ปรนเปรอตัวเอง” มากขึ้น และกว่า 60% ของยอดขายออนไลน์มาจากผู้หญิงในเมืองรองที่กำลังยกระดับไลฟ์สไตล์ของตนเอง
ภาษาภาพในซีรีส์เหล่านี้จึงเปรียบเสมือนการนำภาพวาดผู้ชายหน้าสวยมารวมเข้ากับโฆษณาเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาแพง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจเหล่านี้ที่ต้องการเห็นพระเอกที่มีความสวยงามทัดเทียมกับนางเอก มีผิวผุดผ่อง ริมฝีปากสีแดงระเรื่อ และเสื้อผ้าพริ้วไหว
นอกจากนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้อีกด้วย เพราะผู้หญิงเป็นผู้นำเทรนด์การซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดีย (Social Commerce) และมีบทบาทสำคัญในภาคการเงิน เห็นได้ชัดจากการใช้งานแอปพลิเคชันเพื่อการลงทุนและการจัดการสินทรัพย์ส่วนตัวของผู้หญิงในอินเดียและอาเซียนที่มีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026
กระแสดังกล่าวได้ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัว เช่นที่ค่ายรถที่หันมาออกแบบรถอีวี (EV) เพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ การรีแบรนด์ “ความเป็นชาย” ในซีรีส์ให้ดูนิ่งสงบ ปลอดภัย และละเอียดอ่อนทางอารมณ์ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้หญิงยุคใหม่ที่มองหาความละเมียดละไมในทุกมิติของชีวิต
แม้รัฐบาลจีนได้พยายามหาทางจัดระเบียบซีรีส์ยุคใหม่ที่เน้นภาพของผู้ชายที่สมบูรณ์แบบเกินจริง เพราะกังวลว่าจะไปกระตุ้นการซื้อสินค้าที่มากเกินไป
แต่ในทางเศรษฐศาสตร์แล้ว พระเอกหน้าสวยคือกลยุทธ์การตลาดที่ได้ผลที่สุด เขาสร้างรายได้ตั้งแต่ก่อนฉาย และดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่ฉลาดเลือกและให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้หญิงเอเชียยุคนี้จะเน้นการเลือกซื้ออย่างชาญฉลาดผ่านการรีวิวและยอมรับความงามที่หลากหลาย
ด้านนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และสื่อบันเทิงที่เชี่ยวชาญประเด็นจีนมองว่า การขอให้ค่ายคอนเทนต์หยุดสร้างพระเอกแบบนี้ ก็เหมือนการขอให้ร้านเบเกอรี่หยุดอบขนมปังแล้วไปสนใจเรื่องปรัชญาของแป้งสาลีแทน และตราบใดที่ผู้ชมยังคงตอบรับและโหยหาความงามในระดับ “แฟนตาซี” อุตสาหกรรมคอนเทนต์ก็จะยังคงผลิตผลงานเพื่อตอบสนองความต้องการผู้ชมต่อไป
สำหรับ Pursuit Of Jade เป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ความยาว 40 ตอน (เริ่มออกอากาศมีนาคม 2026) ที่เป็นการร่วมทุนระหว่าง Tencent Video และ iQIYI กำกับโดย เจิงชิ่งเจี๋ย ที่โด่งดังจากงานภาพที่สวยงาม นำแสดงโดยสองนักแสดงระดับแม่เหล็กอย่าง จางหลิงเฮ่อ ในบท “ท่านโหว” กับ เถียนซีเวย ในบทหญิงหน้าตาน่ารักแต่แกร่งกว่าดอกไม้เหล็ก ซึ่งต้องใช้ความสามารถฝ่าฟันอุปสรรคมากมายในชีวิต
ซีรีส์เรื่องนี้สามารถทุบสถิติค่าความนิยมบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหลักในจีน และเปิดตัวแรงติดอันดับ 10 อันดับสูงสุดบน Netflix ทั่วโลก ส่วนในไทยมีให้ดูแบบพากย์ไทยมากถึง 3 แพลตฟอร์ม คือ Netflix, iQIYI และ WeTV สะท้อนถึงการยอมรับในตลาดทั้งในและนอกประเทศ
นอกจากนี้ยังสร้างกระแสในโลกออนไลน์ผ่าน “Xie Zheng Makeup” ที่บิวตี้บล็อกเกอร์ทั่วเอเชียพากันแต่งหน้าตามตัวละครพระเอก รวมถึงปลุกกระแสการซื้อชุดฮั่นฝูและเครื่องประดับในไทยและเวียดนามให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ในเชิงสถิติและธุรกิจ ซีรีส์เรื่องนี้ได้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อน She Economy โดยส่งให้แบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Gucci คว้าตัวนักแสดงนำทั้งคู่มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เพื่อดึงดูดกำลังซื้อจากแฟนคลับผู้หญิง พร้อมกันนี้ยังสะท้อนถึงความแรงของเทรนด์ Chinamaxxing หรือ “จีนแบบจัดเต็ม” ในยุคนี้อีกด้วย
ส่วนบทบาทนางเอกที่แข็งแกร่งยังกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของ “Strong Female Lead” ที่ครองใจผู้ชมผู้หญิงรุ่นใหม่ในอาเซียน ตอกย้ำความสำเร็จของคอนเทนต์ที่สร้างมาอย่างปราณีตเพื่อตอบโจทย์รสนิยมและพลังอำนาจของผู้หญิงยุคปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดและเป็นประเด็นใหญ่ที่สุด คือการเน้นไปที่บรรดาตัวละครชาย โดยเฉพาะ “ท่านโหว” เพื่อเอาใจผู้ชมผู้หญิงตามเทรนด์ She Economy นั่นเอง / cna
