ร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านเบเกอรี่ เริ่มงดการห่อสินค้าหลายชั้นที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมการบริการแบบญี่ปุ่นลง เนื่องจากไม่มีพลาสติกเพียงพอ และราคาต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ปัญหาจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลต่อซัพพลายเชนพลาสติกญี่ปุ่นอย่างหนัก โดยทำให้แนฟทาซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการผลิตพลาสติก ขาดแคลนอย่างรุนแรงทั่วประเทศญี่ปุ่น 

อุตสาหกรรมอาหารของญี่ปุ่นถือเป็นกลุ่มที่ใช้พลาสติกสูงถึง 1 ใน 3 ของประเทศ (กว่า 8 ล้านตันต่อปี) จึงได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ 

แม้ญี่ปุ่นจะมีการบังคับเก็บเงินค่าถุงพลาสติกมาตั้งแต่ปี 2020 แต่ค่านิยมการห่อพลาสติกซ้อนหลาย ๆ ชั้นก็ยังคงฝังลึก 

ทว่าในเวลานี้ ตัวเลขจากสมาคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแห่งญี่ปุ่น (เจพีซีเอ) ชี้ว่า ยอดผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทีลีน (ที่ใช้ทำถุงและแพคเกจ) ในเดือนมีนาคม ดิ่งลงถึง 62% เมื่อเทียบกับปี 2025 ทำให้ร้านค้าต่าง ๆ ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ 

ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่อย่าง โคเลโกะเว่อร์ ย่านชานกรุงโตเกียว ต้องสั่งให้พนักงานหยุดนำผักและผลไม้มาใส่ถุงพลาสติกแยกชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างที่ลูกค้าคุ้นเคย และต้องงดใช้ถาดพลาสติกชิ้นเล็กสำหรับวางรองสินค้าเพราะของหมดสต็อกมาเป็นเดือน 

ด้านร้านเบเกอรี่ชื่อดัง เลอ แม็ง คี ป็องส์ ต้องติดป้ายแจ้งลูกค้าว่า ไม่มีถุงพลาสติกสำหรับห่อรักษาความสดของขนมปังบาเกตอีกต่อไป รวมไปถึงถุงมือพลาสติกสำหรับหยิบจับอาหารก็ขาดแคลนขั้นวิกฤต 

เรื่องนี้สร้างความหนักใจให้ผู้ประกอบการมาก เนื่องจากคนญี่ปุ่นเคร่งครัดเรื่องสุขอนามัยและไม่ชอบให้มือหรือถุงที่ใช้ซ้ำสัมผัสอาหารโดยตรง 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ เผชิญแรงกดดันอย่างหนัก และพยายามชี้แจงว่าสถานการณ์นี้เป็นเพียงคอขวดทางการขนส่ง ไม่ใช่การขาดแคลนถาวร แต่ภาคอุตสาหกรรมกลับมองว่าสถานการณ์จะย่ำแย่ลงอีกตลอดเดือนมิถุนายนนี้ 

วิกฤตพลาสติกนี้ยังลามไปถึงถุงขยะแยกประเภทของเทศบาลแต่ละแห่งที่เริ่มขาดตลาดจนคนแห่กักตุน ทำให้ร้านค้าต้องจำกัดการซื้อ และบางเมืองต้องยอมผ่อนปรนให้ประชาชนใช้ถุงขยะทั่วไปแทนชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 

ขณะที่ร้านค้าหลายแห่ง เช่น ร้านข้าวกล่อง ฮิโนเดะ เดลิกา ในเมืองโคฟุ เริ่มหันมาใช้วิธีมอบสิทธิพิเศษ แจกเครื่องเคียง และเพิ่มท็อปปิ้งฟรี เพื่อจูงใจให้ลูกค้าหันมาพกกล่องข้าวหรือถุงผ้ามาเองแทน 

วิกฤตครั้งนี้ย้ำถึงปัญหาแนฟทาขาดแคลนในญี่ปุ่น ซึ่งกระทบไปถึงหมึกสีต่างๆ สำหรับแพคเกจสินค้าด้วย

จนก่อนหน้านี้ แบรนด์ขนมขบเคี้ยวอย่างคาลบี้และแบรนด์ซอสมะเขือเทศอย่างคาโกเมะ ก็ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการออกแพคเกจสีขาวดำหรือลดภาพบนแพคเกจมาแล้ว 

ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นที่ต้องปรับตัวจากแนฟทาขาดแคลน โดยเกาหลีใต้เกิดกระแสแห่กักตุนถุงขยะพลาสติกจนยอดขายในกรุงโซลพุ่งขึ้น 5 เท่าในเดือนมีนาคม จนรัฐบาลต้องสั่งจำกัดการซื้อ 

ด้านไต้หวันซึ่งเป็นหนึ่งในดินแดนที่ใช้พลาสติกต่อประชากรสูงที่สุดในโลก ต้องเผชิญราคาขายส่งพลาสติกที่พุ่งสูงขึ้นถึง 40% ในปีนี้ จนรัฐบาลต้องออกมาตรการห้ามกักตุนและควบคุมราคาอย่างเข้มงวด 

สำหรับวัฒนธรรมการห่อสิ่งของหลายชั้นฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตและธุรกิจญี่ปุ่น โดยมีคำศัพท์สะท้อนถึงเรื่องนี้อยู่หลายคำ 

สึสึมิ ที่หมายถึงศิลปะการห่อเพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติผู้รับ และฟูโรชิกิ หรือผ้าห่อของสารพัดประโยชน์ซึ่งเป็นต้นแบบในอดีต ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้พลาสติกในยุคหลังสงครามโลกเพราะราคาถูกและหาซื้อง่าย 

ปัจจัยหลักที่ทำให้คนญี่ปุ่นนิยมห่อของหลายชั้นมาจากความเชื่อเรื่องความสะอาดบริสุทธิ์ในศาสนาชินโต เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกสัมผัสของด้านใน ผนวกกับวัฒนธรรมการมอบของขวัญที่เน้นความประณีตภายนอกเพื่อแสดงความจริงใจและถ่อมตน 

รวมถึงแนวคิดการบริการแบบบริการอย่างเต็มที่หรือโอโมเตะนาชิ ที่ร้านค้าจะคิดแทนลูกค้าด้วยการห่อแยกชิ้นเพื่อกันช้ำหรือกันกลิ่นปะปน ดังนั้นการห่อหลายชั้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ แต่คือวิถีชีวิตที่ผสมผสานระหว่างความเคารพและสุขอนามัยขั้นสุด 

ทว่าในปัจจุบันพฤติกรรมการห่อที่มากเกินไปในซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นคาโจ โฮโซ หรือการห่อสารพัดชั้นที่เกินความจำเป็น และเมื่อเกิดสงครามจนวัตถุดิบขาดแคลน วัฒนธรรมที่ฝังลึกนี้จึงถูกบีบให้ต้องเปลี่ยนไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ / theguardian