เริ่มจากปลายเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป Kagome (คาโกเมะ) แบรนด์ญี่ปุ่นที่ชื่อดังจากซอสมะเขือเทศ จะเริ่มวางจำหน่ายซอสมะเขือเทศในแพ็กเกจใหม่ที่มีลักษณะส่วนครึ่งล่างเป็นแบบพลาสติกโปร่งใส แทนการพิมพ์สีขาวทับลงไปแบบเดิม เฉพาะตลาดในประเทศก่อน 

ทางแบรนด์ได้ชี้แจงว่าหมึกสีขาวถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเป็นสีรองพื้นสำหรับแพ็กเกจ แต่ปัจจุบันจำเป็นต้องประหยัดเนื่องจากหมึกสีขาวเริ่มขาดตลาด

เพราะปัญหาการลำเลียง แนฟทา ซึ่งเป็นสารเคมีที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน (ปิโตรเคมี) จากแหล่งผลิตใหญ่ในตะวันออกกลาง ยังไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

ดังนั้น การตัดสีพื้นออกในบางส่วนจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดวัตถุดิบได้ดีที่สุดในขณะนี้ โดยแพ็กเกจใหม่จะเริ่มใช้กับขวดพลาสติกขนาด 500 กรัม 300 กรัม และ 180 กรัม 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของคาโกเมะเป็นไปในทิศทางใกล้เคียงกับคาลบี้ ที่มีแผนจะเปลี่ยนแพ็กเกจมันฝรั่งทอดเป็นสีขาว-ดำ 

ขณะที่อิโตแฮม โยเนคิว บริษัทผู้ผลิตอาหารแปรรูปรายใหญ่ร่วมชาติ ก็คาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้ การผลิตแพ็กเกจที่มีสีสันฉูดฉาดอาจทำได้ยากขึ้น ซึ่งล้วนมีสาเหตุมาจากปัญหาหมึกขาดแคลนเพราะวิกฤตแนฟทา 

การปรับเปลี่ยนแพ็กเกจของคาโกเมะและคาลบี้ในครั้งนี้ แม้ด้านหนึ่งอาจมองได้ว่าเป็นโอกาสทางการตลาดที่ผู้บริโภคอาจซื้อสะสมเนื่องจากเป็นสินค้าแบบจำกัด (Limited Edition) ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดท่ามกลางวิกฤตอุปทานโลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ และยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าความไม่สงบในมุมหนึ่งของโลกสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและตะกร้าสินค้าของผู้บริโภคได้ทุกที่ 

ซึ่งในอนาคตเราอาจเห็นผู้ผลิตรายอื่นๆ ต้องเดินตามแนวทางนี้มากขึ้น หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง

สำหรับสารแนฟทานั้น นอกจากจะเป็นส่วนประกอบสำคัญของหมึกพิมพ์แล้ว ยังมีความสำคัญต่อการผลิตพลาสติก เมื่อเกิดการขาดแคลนจึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งสถานการณ์ในญี่ปุ่นเริ่มเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด 

โดยแม้รัฐบาลและฝ่ายปกครองในเมืองต่างๆ จะยืนยันว่าปัญหาแนฟทายังไม่เข้าขั้นวิกฤต และเริ่มมีการจัดหาจากแหล่งอื่นมาทดแทนแล้ว 

แต่มีรายงานว่าในหลายเมืองทางภาคกลาง เช่น ไอจิ ชินชิโร่ และโอบุ เริ่มเกิดปรากฏการณ์ประชาชนแห่ซื้อสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อในปริมาณมากเพื่อกักตุนกันแล้ว

สถานการณ์ในญี่ปุ่นนี้คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในเกาหลีใต้เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งชาวเกาหลีใต้ได้พากันไปกว้านซื้อถุงขยะครั้งละมากๆ ตามซูเปอร์มาร์เก็ตและตู้ขายอัตโนมัติ 

เพราะเกรงว่าจะหาซื้อไม่ได้ในอนาคต หลังจากแนฟทาจากตะวันออกกลางที่จำเป็นต่อการผลิตถุงขยะไม่สามารถลำเลียงมาถึงได้ตามปกติ

จนรัฐบาลเกาหลีใต้ต้องออกมาเตือนให้ประชาชนลดการแห่ซื้อกักตุนด้วยความตื่นตระหนก และเร่งนำเข้าแนฟทาจากรัสเซียเพื่อบรรเทาสถานการณ์แทน / mainichi