บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อมรินทร์ กรุ๊ป (AMARIN Group) กลุ่มธุรกิจที่ปรับตัวฝ่าวิกฤตดิสรัปชันและเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ออมนิมีเดีย (Omni-Media) ที่เชื่อมโยง On Print, Online, On Air, On Ground และ On Shop เข้าด้วยกัน
ปัจจุบันภายใต้การนำทัพของ ‘ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล’ ประธานกรรมการ และ ‘ศิริ บุญพิทักษ์เกศ’ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่เข้ามารับไม้ต่อเพื่อเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอมรินทร์
ปี 2568 อมรินทร์ กรุ๊ป มียอดรับรู้รายได้รวม 3,905 ล้านบาท แม้จะต้องเผชิญกับผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 112 ล้านบาท จากการลดลงของรายได้โฆษณาในธุรกิจทีวีดิจิทัลและผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ล่าสุดในไตรมาส 1 ปี 2569 อมรินทร์ กรุ๊ปมีสินทรัพย์รวม 5,776 ล้านบาท หนี้สินรวม 1,231 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 4,544 ล้านบาท
แนวทางหลักของบริษัทได้มุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ ๆ โดยในเดือนเมษายน 2569 ได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ คือ บริษัท อมรินทร์ อคาเดมิค จำกัด (AMARIN ACADEMIC) ด้วยทุนจดทะเบียน 19 ล้านบาท
อมรินทร์ อคาเดมิค จะดำเนินงานด้านการให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การสร้างหลักสูตรฝึกอบรม สัมมนาด้านวิชาการธุรกิจ การให้คำปรึกษาด้านสถาปัตยกรรมและการพัฒนาพื้นที่ ไปจนถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเงินและการสร้างแบรนด์ให้กับชุมชน
รวมไปถึงผลสัมฤทธิ์จากการลงทุนที่ผ่านมา นับตั้งแต่บริษัทเริ่มเข้าลงทุนครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2565 ก่อนจะเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นเพิ่มจนครอบครองสัดส่วนกว่า 51% ในเดือนกรกฎาคม 2567 ใน บริษัท เด็กดี อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด เจ้าของแพลตฟอร์ม ‘Dek-D’ ด้วยมูลค่า 204 ล้านบาท
ซึ่งปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถเจาะลึกถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น นักเรียน และนักศึกษาได้อย่างแข็งแกร่ง และล่าสุดการลงทุนนี้ก็เริ่มผลิดอกออกผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทเตรียมรับเงินปันผลจาก DEK-D จำนวน 3 ล้านบาท ภายในเดือนพฤษภาคม 2569
ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัททำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 902 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3% โดยมีตัวเลขขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 17 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ จะอยู่ที่ 14 ล้านบาท ซึ่งถือว่าผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นถึง 64.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ลดลงเหลือ 680 ล้านบาท ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัล
ในด้านฐานะการเงิน บริษัทยังคงความแข็งแกร่งด้วยสินทรัพย์รวม 5,775 ล้านบาท หนี้สินรวม 1,231 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 4,544 ล้านบาท
ผลการดำเนินงานแบ่งตามสัดส่วนรายได้ในไตรมาสแรกของปี 2569
ธุรกิจผลิตงานพิมพ์และจำหน่ายหนังสือ แชร์รายได้ 62% บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาเนื้อหาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งหนังสือเล่ม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และหนังสือเสียง
ซึ่งในปี 2568 สำนักพิมพ์มีหนังสือออกใหม่ถึง 465 ปก และในไตรมาส 1/2569 มีหนังสือออกใหม่อีก 121 ปก พร้อมทั้งได้เปิดตัว 3 สำนักพิมพ์ใหม่ ได้แก่ สำนักพิมพ์อัส (US), สำนักพิมพ์คิระ (Kira) และสำนักพิมพ์นานะ (Nana) ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 เมื่อช่วงวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน ที่ผ่านมา
ธุรกิจทีวีดิจิทัล แชร์รายได้ 21% ดำเนินการภายใต้ช่องอมรินทร์ทีวี 34 HD ซึ่งได้รับเรตติ้งเฉลี่ยปี 2568 อยู่ในอันดับที่ 5 ของประเทศ
การดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทเดินหน้าจัดรายการพิเศษ เช่น “สดสังเวียนเลือกตั้ง 69” ที่กวาดยอดรับชมสดผ่านทาง YouTube สูงถึงประมาณ 200,000 ผู้ชมในบางช่วง รวมทั้งการเพิ่มเติมส่วนงาน TV Commerce และเตรียมจัดงานคอนเสิร์ต “CON โสดแห่งชาติ”
ธุรกิจจัดงานแสดงและโฆษณา แชร์รายได้ 17% สายงานนี้มุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตสื่อ สู่การเป็น “Your Media Communication & Activation Partner”
โดยในไตรมาส 1/2569 ได้มีการจัดงานแฟร์และอีเวนต์สำคัญมากมาย อาทิ งานบ้านและสวนแฟร์ Select 2026, งาน Amarin Baby & Kids Fair Summer 2026 และต่อยอดสู่การจัดคอนเสิร์ต The Legend All-Stars Orchestra Concert รวมถึงงานสัมมนา People Performance Conference 2026
Marketeer FYI
อมรินทร์ กรุ๊ป เริ่มต้นจากกองบรรณาธิการเล็ก ๆ ที่นำโดย ‘คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์’ วางจำหน่ายนิตยสาร “บ้านและสวน” ฉบับแรกในปี 2519 ก่อนจะเติบโตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2536 และขยายอาณาจักรสู่สำนักพิมพ์ ร้านหนังสือนายอินทร์ งานแฟร์ และกระโดดเข้าสู่สมรภูมิทีวีดิจิทัลในปี 2557
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอมรินทร์ กรุ๊ป เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2566 เมื่อครอบครัวผู้ก่อตั้ง ‘อุทกะพันธุ์’ ตัดสินใจขายหุ้นที่เหลือทั้งหมดให้กับบริษัทในกลุ่มของ ‘เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี’ และลาออกจากทุกตำแหน่ง ส่งไม้ต่อให้กลุ่ม ‘สิริวัฒนภักดี’ ผู้ถือหุ้นใหญ่ เข้ามาเป็นหัวเรือนำทัพอมรินทร์ขับเคลื่อนสู่อนาคตในบทบาทที่ใหญ่และครบวงจรยิ่งกว่าเดิม
ที่มา: รายงานบริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) บนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
