ถ้าพูดถึง “คอนโดมิเนียม” ภาพจำแรกของใครหลายคนคงเป็นตึกสูงระฟ้ากลางเมือง หรือไม่ก็โครงการที่ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้า 

มีจุดขายเรื่องการเดินทางที่สะดวกสบายเพื่อเรียกคนจำนวนมากให้ย้ายเข้าไปอยู่

แต่รู้หรือไม่ว่า โครงการคอนโดมิเนียมที่ได้ชื่อว่ามี “จำนวนยูนิตมากที่สุดในประเทศไทย” กลับไม่ใช่คอนโดหรูใจกลางเมือง 

และที่สำคัญคือ “ไม่ได้อยู่ติดรถไฟฟ้าเลยแม้แต่สายเดียว”

แต่กลับขายได้ อยู่ได้จริง และปล่อยเช่าได้จริง มีผู้เช่าสนใจเป็นจำนวนมาก

โครงการนั้นคือ “ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลองหนึ่ง”

ก่อนอื่นต้องขออธิบายเรื่องการนับยูนิตก่อน

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “ป๊อปปูลา เมืองทอง” ในฐานะคอนโดที่มีห้องพักจำนวนมากที่สุดในไทย

แต่โครงการป๊อปปูลาแบ่งออกเป็นหลายเฟส แต่ละอาคารมีนิติบุคคลแยกกัน 

จ่ายค่าส่วนกลางแยกกัน 2 ส่วน คือส่วนกลางของอาคารตัวเอง กับส่วนกลางของพื้นที่ภายนอกที่ใช้ร่วมกัน อย่างถนน ไฟ และสาธารณูปโภคต่างๆ

ป๊อปปูลาจึงเหมือนเป็นคนละโครงการ แค่อยู่ที่เดียวกัน

ในขณะที่ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลองหนึ่ง เปิดตัวมาในฐานะโครงการเดียว นิติบุคคลเดียว และมาตรฐานเดียวกัน

เป็นแบบที่คนซื้อคอนโดทั่วไปเข้าใจและคุ้นเคยกันดี

ในการจัดอันดับส่วนใหญ่จะนับให้โครงการนี้คือ “คอนโดที่มียูนิตมากที่สุดในไทย”

แล้วทำไมคอนโดนี้ถึงเกิดได้ ทั้งที่ไม่มีรถไฟฟ้าเลย?

ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลองหนึ่ง มีทั้งหมด 50 อาคาร สูง 8 ชั้น รวมกันได้ 10,074 ยูนิต

อันดับสองคือ รีเจนท์ บางซ่อน ที่มี 8,974 ยูนิต ซึ่งก็ถือว่าเยอะมากแล้ว แต่ก็ยังห่างกันอยู่กว่าพันยูนิต

แค่ตัวเลขนี้ก็บอกได้เลยว่า โครงการนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อแข่งเรื่อง “พรีเมียม” แต่เพื่อแข่งเรื่อง “ปริมาณ” และราคา “เข้าถึงได้”

สาเหตุที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้คือ “ทำเล” และ “กลุ่มคน”

รังสิต-ปทุมธานีไม่ใช่ย่านที่คนรอรถไฟฟ้า เพราะย่านนี้คนขับรถเป็นหลัก

ทำเลตรงนี้ออกพหลโยธิน-ลำลูกกาได้สะดวก เชื่อมสนามบินดอนเมือง ไปฟิวเจอร์พาร์คได้ไม่ไกล แวะตลาดไทได้ในเส้นทางเดียวกัน

คนที่เลือกมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเรื่องรถไฟฟ้าอยู่แล้ว

คนในพื้นที่รังสิตก็มีหลายกลุ่ม และหลายอาชีพ

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต และมหาวิทยาลัยรังสิต ต่างก็ตั้งอยู่ในพื้นที่แถบนี้ ทำให้มีกลุ่มนักศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ปทุมธานีก็เป็นจังหวัดอุตสาหกรรม มีโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมกระจายตัวอยู่ทั่ว คนทำงานในโรงงานและบริษัทแถบนี้ก็ต้องการที่อยู่อาศัย

ส่วนใครที่ต้องเดินทางเข้าเมืองก็ยังทำได้ ออกถนนวิภาวดี-รังสิต มุ่งตรงเข้ากรุงเทพฯ ได้เลย

ลุมพินี ทาวน์ชิปจึงตั้งอยู่ในจุดที่ตอบโจทย์คนได้หลายกลุ่มในคราวเดียว

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้โครงการนี้อยู่ได้โดยไม่ง้อรถไฟฟ้าหน้าโครงการ คือการเป็น “เมืองในเมือง”

หน้าโครงการมีมาร์เก็ตเพลส ในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ รวบรวมร้านอาหาร ตลาดนัด ร้านค้า และธุรกิจบริการต่างๆ ไว้ในที่เดียว

คนที่อยู่ที่นี่ซื้อของได้ กินข้าวได้ และทำธุระได้ โดยไม่ต้องขับรถออกไปไกลเลย

นั่นคือจุดแข็งที่แท้จริงของโครงการนี้ ไม่ใช่แค่จำนวนยูนิต

ปัจจัยเหล่านี้ทำโครงการนี้มีสภาพคล่องสูงทั้งในตลาดเช่าและซื้อ

ราคาเช่าเริ่มต้นประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน 

ราคาซื้อขายเริ่มต้นประมาณ 750,000 บาท 

ตัวเลขพวกนี้ทำให้โครงการนี้เข้าถึงได้ง่ายมาก ทั้งกลุ่มนักศึกษา และกลุ่มคนทำงานที่อยากมีห้องเป็นของตัวเอง ไปจนถึงนักลงทุนที่มองหาห้องปล่อยเช่า

ตลาดเช่าจึงคึกคัก และหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา

ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลองหนึ่ง จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่าบางครั้ง “ทำเลติดรถไฟฟ้า” ไม่ใช่คำตอบเดียวของตลาดอสังหาฯ

ถ้าสร้างให้คนอยู่ได้จริง ราคาที่คนเข้าถึงได้ และระบบนิเวศที่ครบพอ โครงการก็เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องรอรถไฟฟ้ามาถึง