เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแวดวงอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น เมื่อ SoftBank ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนและเทคโนโลยี สามารถทำมูลค่าบริษัทแซงหน้า Toyota บริษัทยานยนต์ชื่อดังขึ้นเป็นบริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดของญี่ปุ่นได้สำเร็จ
หลังปิดตลาดหุ้นโตเกียว เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ของซอฟต์แบงก์พุ่งทะยานทะลุ 48 ล้านล้านเยน (ประมาณ 9.87 ล้านล้านบาท) มากกว่าโตโยต้า ซึ่งมีมูลค่ารวมลดลงมาอยู่ที่ต่ำกว่า 46 ล้านล้านเยน (ประมาณ 9.39 ล้านล้านบาท)
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่าบริษัทเทคโนโลยีโดยเฉพาะเอไอและบริษัทลงทุนในด้านนี้ คือบริษัทที่มาแรง ต่างจากยานยนต์ที่ไม่ได้ยืนหนึ่งอีกต่อไป
ซึ่งก็สะท้อนออกมาจากการที่ โตโยต้า เสียตำแหน่งบริษัทมูลค่าสูงสุดของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี หลังแซงเอ็นทีที โดโคโม ขึ้นมาเมื่อธันวาคม 2003
ขาขึ้นของบริษัทเทคโนโลยีญี่ปุ่น ยังสะท้อนออกมาผ่านทางการที่ คิออกเซีย บริษัทผู้ผลิตชิปความจำ ขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับสามของประเทศเมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย
มาซาโยชิ ซัน ประธานและซีอีโอของซอฟต์แบงก์ กล่าวถึงขาขึ้นของบริษัทภายใต้การบริหารว่า ในโลกแห่งการแข่งขันทางเทคโนโลยี ถ้าคุณยอมปล่อยให้ตัวเองการ์ดตกเมื่อไหร่ คู่แข่งก็พร้อมจะแซงหน้าคุณไปในทันที ดังนั้นเราจะยังคงเฉียบคมและมุ่งมั่นกับการเติบโตของบริษัทต่อไป
ส่วนเป้าหมายสำคัญในเวลานี้ มาซาโยชิ ซัน เผยว่าคือการนำพาซอฟต์แบงก์ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำของโลกในด้านเอไอ

สำหรับ ซอฟต์แบงก์ ก่อตั้งเมื่อปี 1981 หรือเมื่อ 45 ปีก่อน โดยเริ่มจากเป็นบริษัททำนิตยสารคอมพิวเตอร์ และชื่อบริษัทสื่อถึงการวางตัวเป็นคลังความรู้ด้านซอฟต์แวร์
ถัดจากนั้น ซอฟต์แบงก์ ก็ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ และพัฒนาไปเป็นบริษัทโทรคมนาคมและลงทุนทางเทคโนโลยี จนเข้าไปมีหุ้นหรือร่วมลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีมากมาย
ต่อมาเมื่อโลกหันมาสนใจเอไอ ซอฟต์แบงก์ก็ไม่รอช้า โดยได้ไปลงทุนใน โอเพนเอไอ บริษัทผู้พัฒนา แชตจีพีที ซึ่งกำลังเตรียมตัวทำไอพีโอส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้นซอฟต์แบงก์อย่างคึกคัก
การลงทุนด้านเอไอของ ซอฟต์แบงก์ ยังครอบคลุมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเตรียมทุ่มเงินสูงถึง 87,300 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท) เพื่อสร้างธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในฝรั่งเศส
ขณะเดียวกันเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา ซอฟต์แบงก์เพิ่งรายงานผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2025 โดยมีกำไรสุทธิพุ่งทะยานกว่า 4 เท่าตัว ไปแตะที่ระดับ 5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นตัวเลขกำไรที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นเลยทีเดียว
ทั้งนี้ขาขึ้นของซอฟต์แบงก์สวนทางกับโตโยต้า ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังทั้งบรรดาค่ายรถจีนและเทสลาของสหรัฐฯ เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนผ่านจาก รถสันดาปใช้น้ำมันเป็นอีวีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
สถานการณ์เหล่านี้ทำให้กำไรของโตโยต้าลดฮวบและสามปีที่ผ่านมาต้องเปลี่ยนซีอีโอไปแล้วสามคน โดยคนล่าสุดคือ เคนตะ คอน ที่ขึ้นมาจากหัวหน้าฝ่ายการเงิน / kyodo
