Gen Z และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือสองขั้วพลังที่กำลังเปลี่ยนกติกาทางการตลาดและพลิกโฉมการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง 

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนทำงานรุ่นใหม่หรือการปรับตัวใช้เครื่องมือที่ล้ำสมัย แต่คือการเปลี่ยนผ่านที่ส่งผลให้ผลลัพธ์ในการทำงานของยุคนี้ถูกวัดกันด้วยความรวดเร็ว ความคิดสร้างสรรค์ และการผสมผสานความเป็นมนุษย์เข้ากับความสามารถของปัญญาประดิษฐ์

ในงาน Marketing Oops! Summit 2026 เซกชั่น The Canva Generation: How Gen Z and AI Are Redefining Marketing Productivity หรือยุคที่ Gen Z + AI: การตลาดที่ไม่ได้วัดกันที่ทีมใหญ่ แต่ที่ ‘ความเร็วและความคิดสร้างสรรค์’ 

คุณภัคพล ตั้งตงฉิน Country Manager คนแรกของ Canva ประเทศไทย ได้นำเสนอข้อมูลบนเวทีสัมมนา โดยชี้ให้เห็นว่าโลกของการตลาดกำลังเผชิญกับการ ‘รีเซ็ต’ ครั้งใหญ่

การรีเซ็ตนี้สะท้อนผ่านการเปลี่ยนแปลง 2 มิติหลักที่แบรนด์และนักการตลาดต้องตามให้ทัน 

เริ่มต้นด้วย ‘Generational Reset’ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีคนทำงานถึง 4 เจนเนอเรชันร่วมกันในองค์กรเดียวกัน ได้แก่ Baby Boomers (อายุประมาณ 62-80 ปี), Gen X (อายุประมาณ 46-61 ปี), Gen Y (อายุประมาณ 30-45 ปี) และ Gen Z (อายุประมาณ 14-29 ปี) โดยแต่ละกลุ่มมีวิธีคิดหรือระบบปฏิบัติการในการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ควบคู่ไปกับการที่ Gen Z กำลังก้าวสู่การเป็นประชากรหลัก

ปัจจุบันนักการตลาดกลุ่ม Gen Z ครองสัดส่วน 26% ของประชากรนักการตลาดทั่วโลก และเจนเนอเรชันนี้จะเติบโตขยับขึ้นเป็น 42% ภายในปี 2035 อ้างอิง McKinsey 2026

ขณะเดียวกันก็เกิด ‘Technological Reset’ ที่สะท้อนผ่านอัตราการยอมรับและการใช้งาน AI ในวงการตลาดทั่วโลก ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 51% ขึ้นมาเป็น 87% ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี อ้างอิง Q1 / 2026, Industry adoption surveys โดย McKinsey, Salesforce, Gartner 

โดยที่ประเทศไทยเองก็กำลังรั้งตำแหน่งผู้นำเทรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีนักการตลาดไทยถึง 84% ที่เริ่มใช้งาน AI อย่างน้อยใน 1 กระบวนการทำงานแล้ว อ้างอิง Yandex Ads Clear Signals 2026

เริ่มต้นที่กลุ่ม Gen Z เราจะพบความย้อนแย้งจากคำวิจารณ์ที่เคยได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งกลับกลายเป็นจุดที่จะทำให้พวกเขา อาจเป็นกลุ่มนักการตลาดที่ทำงานเก่งที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา

1.ถูกมองว่า ‘ขี้เกียจ’ แต่แท้จริงคือ ‘หลงใหลความเร็ว’: การดูเหมือนขี้เกียจ แท้จริงคือการที่พวกเขาหลงใหลในความเร็วและประสิทธิภาพ พวกเขามักจะมองหาวิธีการทำงานแบบอัตโนมัติ และทางลัดอยู่เสมอ เพื่อให้การใช้ชีวิตและการทำงานมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

2.ถูกมองว่า ‘ติดจอ’ แต่แท้จริงคือ ‘เข้าใจวัฒนธรรมออนไลน์’: การใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับหน้าจอทำให้พวกเขาเข้าใจวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตและเทรนด์ต่าง ๆ บนโลกออนไลน์เป็นอย่างดี ส่งผลให้สามารถคิดแคมเปญที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้อย่างแม่นยำ

3.ถูกมองว่า ‘เปราะบาง’ แต่แท้จริงคือ ‘มีความฉลาดทางอารมณ์สูง’: ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนทำให้พวกเขามีความเข้าใจความรู้สึกของผู้คน และสามารถสร้างสรรค์แคมเปญที่เข้าถึงใจ รวมถึงเชื่อมโยงกับคอมมูนิตี้ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

จากซูเปอร์พาวเวอร์เหล่านี้ ส่งผลให้นักการตลาด Gen Z สามารถปล่อยแคมเปญได้เร็วกว่ากลุ่มอื่นถึง 2 เท่า และดึงดูดเอ็นเกจเมนต์ได้มากกว่าถึง 48% อ้างอิง Canva Visual Communication Report 2025 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ 93% ของนักการตลาด Gen Z จากฐานการสำรวจ 1,245 คนใน Canva Visual Communication Report 2025 กลับระบุว่าพวกเขาไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะถูกฉุดรั้งด้วยระบบและเครื่องมือในองค์กรที่ล้าสมัย ไม่ว่าจะเป็นคู่มือแบรนด์ความยาว 60 หน้าที่ไม่มีใครอ่าน การเสียเวลาปรับขนาดชิ้นงานด้วยตัวเองเพื่อลงหลายช่องทาง และระบบการอนุมัติงานที่ต้องผ่านหลายสิบขั้นตอน

ทั้งหมดนี้ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในมิติ Technological Reset ส่งผลให้โลกของการทำงานต้องปรับตัวเข้าสู่ยุค ‘The Canva Generation’ เมื่อมนุษย์และ AI ผสานเป็นหนึ่งเดียว แนวทางที่องค์กรและนักการตลาดจะก้าวข้ามผ่านข้อจำกัด และดึงศักยภาพสูงสุดออกมาในยุคปัจจุบัน

1.ทวงคืนเวลาด้วยพาร์ทเนอร์ AI: มีนักการตลาดถึง 89% ที่ระบุว่า AI ช่วยประหยัดเวลาได้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ 1 ใน 4 สามารถประหยัดเวลาการทำงานได้ถึง 1 วันต่อสัปดาห์ หรือกว่า 1 เดือนใน 1 ปี อ้างอิง Canva The State of Marketing and AI 2026

2.Harmonize ป้องกัน ‘AI Slop’: ปัจจุบันมากกว่า 50% ของสิ่งที่ผู้คนเห็น ไม่ว่าจะเป็นโพสต์หรือรูปภาพ มนุษย์มักจะคิดไปแล้วว่ามันถูกสร้างขึ้นด้วย AI

การใช้ AI ผลิตงานแบบไร้ทิศทางจะก่อให้เกิด ‘AI Slop’ หรือคอนเทนต์ขยะมหาศาลที่ไร้คุณภาพและไร้ความเป็นมนุษย์ จุดแตกต่างที่แบรนด์ต้องสร้างคือการผสานรวมระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์

3.เริ่มที่มนุษย์เสมอ: ชิ้นงานที่ดีที่สุดจะต้องเริ่มต้นจากมนุษย์ก่อนเสมอ โดยมนุษย์ต้องเป็นผู้คอยกำหนดทิศทาง รสนิยม ความเข้าใจทางวัฒนธรรม และข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เพื่อให้ผลงานยังคงมีกลิ่นอายความเป็นมนุษย์อยู่

4.มุ่งหน้าสู่การเป็น Visual Native: แพลตฟอร์มหรือแบรนด์ต้องปรับตัวให้ตอบโจทย์ยุค ‘The Canva Generation’ ซึ่งโดดเด่นด้วยลักษณะการทำงานแบบคิดเป็นภาพ มีความคล่องแคล่วในการใช้ AI เป็นพาร์ทเนอร์ และหลงใหลในความรวดเร็วพร้อมปรับปรุงงานเสมอ