แอลจี ใช้กลยุทธ์อะไรจึงสามารถครองเบอร์ 1 ตลาดเครื่องซักผ้าไทยมากว่า 28 ปี
ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันสูง แบรนด์ต่างงัดกลยุทธ์ทั้งเรื่องราคาและโปรโมชันมาฟาดฟันกันอย่างดุเดือด แต่สำหรับ แอลจี (LG) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำในตลาดเครื่องซักผ้า กลับบอกว่าการรักษาบัลลังก์แชมป์ไม่ได้มาจากการต่อสู้ด้วยราคา ทว่าเกิดจากสินค้าที่มีคุณภาพและความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง
ล่าสุด แอลจีตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ในกลุ่มเครื่องซักผ้าได้สำเร็จอีกครั้งเป็นปีที่ 8 และยืนหยัดเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจคนไทยครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งเครื่องซักผ้าฝาหน้า ฝาบน และแบบ 2 ถัง ครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 33%
“เรามุ่งมั่นพัฒนาสินค้าระดับพรีเมียมและบริการที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แอลจีเรียนรู้และเข้าใจลูกค้าผ่านเทคโนโลยี AI แบบ Affectionate Intelligence ที่จดจำและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค แล้วพัฒนาออกมาเป็น AI in action ที่ใช้งานได้จริง
การมุ่งเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ บริการหลังการขายที่ดี และความเข้าใจผู้บริโภค ทำให้เรายืนหนึ่งในตลาดเครื่องซักผ้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องยอดขายที่การันตีอันดับ 1 มา 28 ปี หรือรางวัลแบรนด์ที่เราได้อย่างต่อเนื่อง แสดงว่ากลยุทธ์การนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาพัฒนาให้ตรงกับความต้องการ คือส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถแข่งขันได้”
อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ Marketeer

หากถอดรหัสวิสัยทัศน์ดังกล่าว จะพบว่าความสำเร็จของ LG ถูกขับเคลื่อนด้วย 3 เสาหลัก ที่มีความแข็งแกร่งและสอดประสานกันอย่างลงตัว
นวัตกรรม (Innovation) – คืนเวลาล้ำค่าด้วย “Zero Labor Home”
คืนเวลาล้ำค่าด้วย “Zero Labor Home” และระบบนิเวศอัจฉริยะแอลจีไม่ได้มองว่าตัวเองแค่ผลิตเครื่องซักผ้า แต่คือการส่งมอบคุณค่าในรูปแบบของ ‘การคืนเวลา’ ที่เคยหมดไปกับการทำงานบ้านกลับสู่มือลูกค้า ตามวิสัยทัศน์ ‘Zero Labor Home’ เมื่อคนยุคใหม่มองว่า “เวลา” คือสิ่งที่ไม่สามารถซื้อได้แอลจีจึงนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จากเกาหลี (K-Tech) มาเป็นผู้ช่วยสำคัญ
ความล้ำหน้าของแอลจีไม่ใช่แค่เทคโนโลยี Smart ธรรมดา แต่ก้าวไปถึงแนวคิด ‘Affectionate Intelligence’ (ความอัจฉริยะที่เข้าอกเข้าใจผู้ใช้) ซึ่งต่อยอดสู่ ‘AI in Action’ ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้จริง
ไฮไลท์แรกคือเทคโนโลยี AI DD™ 2.0 ที่เพียงแค่โยนผ้าใส่เครื่องแล้วกดปุ่มเดียว เซ็นเซอร์จะวิเคราะห์เชิงลึกตั้งแต่ประเภทของเนื้อผ้าและระดับความสกปรก หากระบบตรวจพบว่าผ้ายังสะอาดไม่พอ เครื่องจะปรับเพิ่มเวลาซัก หรือคำนวณการเติมผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มให้เองโดยอัตโนมัติ
เพื่อยกระดับความสะดวกสบายไปอีกขั้น เครื่องซักผ้าแทบทุกตัวของแอลจียัง ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับความสามารถในการเชื่อมต่อกับผู้ใช้ผ่าน LG ThinQ™ สร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ ให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะและเวลาการซักได้แบบเรียลไทม์ผ่านสมาร์ทโฟน ช่วยให้วางแผนชีวิตประจำวันได้ลงตัว ซึ่งภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของนวัตกรรมนี้คือ LG WashTower เครื่องซักและอบผ้าในเครื่องเดียว (One Body) ที่มาพร้อมแผงควบคุมตรงกลาง (Center Control)
ความพิเศษคือระบบ AI จะซิงค์ข้อมูลระหว่างเครื่องซักและเครื่องอบผ่านแอปฯ ThinQ™ ทันทีที่เริ่มซัก เครื่องอบจะรู้ได้เลยว่ากำลังซักผ้าโหมดไหน พร้อมเลือกโปรแกรมการอบที่เหมาะสมให้อัตโนมัติ (Smart Pairing™) เมื่อซักเสร็จก็นำผ้าเข้าอบต่อได้ทันที นี่คือการผสานการทำงานที่ช่วยประหยัดเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ความเข้าใจ (Localized Understanding) – R&D ที่หยั่งรากลึกถึงอินไซต์คนไทย
คำกล่าวที่ว่า “Only the best create the first” สะท้อนความเป็นผู้นำของแอลจีได้เป็นอย่างดี แต่การจะเป็นเบอร์ 1 ในไทยได้ยาวนานขนาดนี้ ต้องอาศัยการปรับตัวให้เข้ากับคนท้องถิ่น (Localization)
ด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในไทยกว่า 37 ปี LG มีความได้เปรียบจากการตั้ง ทีมวิจัยและพัฒนา (R&D Lab) และโรงงานผลิตในประเทศไทย ทำให้แบรนด์สามารถเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างลึกซึ้ง
“เราไม่ได้มาทำธุรกิจในเมืองไทยแค่การขายของ แต่เราทำความเข้าใจกับผู้คน ทำความเข้าใจลูกค้า การที่เรามีโรงงานและ R&D ที่นี่ มันคือการเรียนรู้และเข้าใจผู้บริโภคชาวไทยจริงๆ นั่นทำให้เราครองส่วนแบ่งยอดขายเป็นอันดับ 1 มานานกว่า 28 ปี” คุณอำนาจ กล่าวย้ำถึงหัวใจสำคัญข้อนี้
บริการและธุรกิจที่คิดเผื่อ (Service & Business Solutions) – ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ
ผลิตภัณฑ์ที่ทนทานทำให้เกิด Brand Loyalty ชนิดที่ลูกค้าหลายคนผูกพันกับแอลจีมาตั้งแต่สมัยใช้เครื่องหยอดเหรียญใต้หอพัก จนเติบโตซื้อบ้านเป็นของตัวเองก็ยังเลือกใช้แบรนด์เดิม แต่สิ่งที่มัดใจลูกค้าไว้ได้เหนียวแน่นที่สุดคือ บริการหลังการขายที่คิดมาเผื่อผู้บริโภค
ภายใต้บริการ LG Best Care แบรนด์ได้สร้างมาตรฐานใหม่ที่คู่แข่งไม่มี เช่น “Bright Care” บริการถอดล้างทำความสะอาดถังซักให้เหมือนใหม่ เพื่อยืดอายุการใช้งานและคงประสิทธิภาพความสะอาดสูงสุด
และล่าสุดกับบริการ “Night Care” บริการซ่อมบำรุงรอบดึก (18.00 – 21.00 น.) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์มนุษย์เงินเดือนที่ไม่อยากลางานเพื่อมารอช่างโดยเฉพาะ
ยิ่งไปกว่านั้น แอลจียังทรานส์ฟอร์มตัวเองสู่การเป็น ‘Smart Life Solution Company’ โดยขยายบริการครอบคลุมทั้งกลุ่ม B2C และ B2B
แอลจีเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคด้วยโมเดล “LG Subscribe” บริการเช่าใช้สินค้าระดับพรีเมียม (เช่น รุ่น WashTower หรือเครื่องซักผ้าฝาหน้า) เป็นรายเดือน พร้อมการดูแลและรับประกันตลอด 5-7 ปี ทำให้คนไทยเข้าถึงนวัตกรรมขั้นสุดได้ง่ายขึ้น รวมถึงการรุกตลาดเชิงอุตสาหกรรม (Industrial) สำหรับโรงพยาบาลและโรงซักรีดขนาดใหญ่
ตลอด 28 ปีที่ผ่านมา การครองแชมป์ตลาดเครื่องซักผ้าของ แอลจี คือผลลัพธ์ของการผสาน นวัตกรรมเกาหลีระดับโลก (K-Tech) เข้ากับ ความเข้าใจพฤติกรรมคนไทย และ บริการที่เหนือความคาดหมาย
ภายใต้ปรัชญา ‘Life’s Good’ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและมอบ “เวลา” คืนให้ผู้บริโภค นี่คือเหตุผลแท้จริงที่ทำให้ LG นั่งแท่น Marketeer No.1 Brand Thailand และเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจคนไทยอย่างแข็งแกร่งตลอดมา
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
