หลังเผชิญภาวะซบเซามานาน จนหลายร้านต้องปิดตัวไป แต่ตลอดเกือบหนึ่งเดือนมานี้ ธุรกิจผับ-บาร์ในอังกฤษคืนชีพอีกครั้ง โดยมีฟุตบอลโลกเป็นปัจจัยบวก

ลิซา เมยัลล์ ผู้จัดการผับบริติช โอ๊ค ในย่านคิงส์วินฟอร์ด ใกล้กับเมืองดัดลีย์ แถบภาคตะวันตกตอนกลางของอังกฤษ ตื่นเต้นอย่างสุดขีดหลังจากอังกฤษเฉือนชนะนอร์เวย์ไป 2-1 ในแมตช์รอบ 8 ทีม 

ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านในความดูแลได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และเธอคาดว่าในแมตช์ถัดไปที่อังกฤษจะพบกับอาร์เจนตินา ลูกค้าน่าจะหลั่งไหลเข้ามามากขึ้นไปอีก เพราะทั้งสองประเทศถือเป็นคู่ปรับในทางฟุตบอลมาอย่างยาวนาน

ลิซา เมยัลล์ เล่าเสริมว่าบรรยากาศในร้านไม่ได้คึกคักตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกที่นอร์เวย์ขึ้นนำก่อน ร้านจะเงียบลงไปถนัดตา แต่ทันทีที่อังกฤษตีเสมอได้ ร้านก็แทบแตก

ซึ่งนอกจากจะเป็นคืนที่ยุ่งมากแล้ว มันยังเป็นค่ำคืนที่น่าประทับใจมากอีกด้วย และจบลงด้วยเพลง เฮย์จู๊ด ที่แฟนฟุตบอลอังกฤษต่างก็ร่วมร้องทั้งเพื่อฉลองชัยชนะ และชื่นชม จู๊ด เบลลิงแฮม ฮีโร่ที่ทำประตูให้ทีมชาติอังกฤษ 

อัลเลน ซิมป์สัน หัวเรือใหญ่ของสมาคมผู้ประกอบการสถานบันเทิงและโรงแรมอังกฤษ เผยว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาลต่อภาคธุรกิจผับ 

โดยเฉพาะในช่วงรอบแบ่งกลุ่มเพียงอย่างเดียว ผับต่างๆ สามารถขายเบียร์เพิ่มขึ้นได้ถึง 5.5 ล้านพินต์ 

และแม้จะเจอปัญหาเรื่องเวลาเตะที่ดึก ยอดขายโดยรวมก็ยังเติบโตขึ้น 10% ซึ่งทางสมาคมฯ หวังว่าตัวเลขจะกระเตื้องขึ้นอีกในแมตช์ที่ทีมชาติอังกฤษจะพบกับอาร์เจนตินา 

ทว่า ฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของผับบางแห่ง โดย สตีฟ ฮอปกินส์ เจ้าของผับโชเวล อินน์ ในเมืองสตาวร์บริดจ์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ จู๊ด เบลลิงแฮม เปิดเผยว่าเขาตัดสินใจจะเลิกทำธุรกิจผับทันทีหลังจบทัวร์นาเมนต์นี้ 

เพราะอยากพักหลังอยู่ในธุรกิจผับมาตั้งแต่วัยรุ่น และหลายปีมานี้ลูกค้าก็ลดลง หลังผู้คนกินดื่มอยู่บ้านเพราะต้องประหยัดกันมากขึ้น 

ด้านเจ้าของผับอีกแห่งที่อยู่ห่างจากผับโชเวล อินน์ พร้อมสู้ต่อ โดย แซม เฮล ผู้จัดการผับ เดอะ เบลล์ กลับมองโลกในแง่ดีกว่ามาก 

เพราะเชื่อว่า การได้มาผับช่วงฟุตบอลโลกและความคึกคักที่ลูกค้าได้มาสัมผัส จะทำให้พวกเขาติดใจและน่าจะมาผับอีกหลังจากทัวร์นาเมนต์นี้จบลง 

นอกจากนี้ แซม เฮล ยังหวังให้ทีมชาติอังกฤษทำผลงานได้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก เพื่อช่วยให้ร้านคึกคักได้ต่อเนื่อง 

สำหรับธุรกิจผับ-บาร์ในอังกฤษ ช่วงหลายปีมานี้เผชิญวิกฤต ทั้งจากปัญหาค่าครองชีพ ข้าวของราคาแพงขึ้น และกลุ่ม Gen Z ไม่นิยมเข้าผับเพราะเห็นว่าเสียสุขภาพ แล้วหันไปเข้าสังคมกันตามฟิตเนสแทน 

ปัจจัยลบเหล่านี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ามีผับ-บาร์ อังกฤษที่ต้องปิดตัวไปเฉลี่ย 3 แห่งต่อสัปดาห์ ส่วนร้านที่ยังเปิดอยู่ก็ต้องประคองตัวฝ่าวิกฤต ส่วน 1 ใน 4 ของผับบาร์ที่เคยมีเมื่อ 3 ปีก่อน ปัจจุบันก็แทบไม่เหลือเลย 

ส่วนในฟุตบอลโลก 2026 อังกฤษ ทะลุถึงรอบ 4 ทีมได้อีกครั้ง โดยหากชนะอาร์เจนตินา พร้อมชนะได้อีกในนัดชิง จะเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลอังกฤษในรอบหลายสิบปี 

เพราะจะเป็นการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ต่อจากแชมป์สมัยแรกและสมัยเดียวตั้งแต่เมื่อปี 1966 / theguardian