มินาเอะ คามาตะ เดินเข้าร้านเกมเซ็นเตอร์ ย่านชานกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น แล้วมาหยุดที่โซนตู้คีบ หยอดเหรียญแล้วเริ่มคีบ โดยที่มืออีกข้างก็โยกรถเข็นลูกน้อยไปด้วย 

สิ่งที่เธอหวังจะได้ไม่ใช่ของเล่นและตุ๊กตาในตู้ แต่เป็นแพ็กกระดาษชำระและหลังทำสำเร็จ เธอก็ยิ้มด้วยความดีใจ พร้อมกล่าวว่า 

“ถ้าโชคดีกว่านี้จะได้ กระดาษชำระไปมากกว่านี้ ซึ่งจะช่วยประหยัดไปอีกมาก เพราะมันไม่ต่างจากการซื้อของลดราคาเลย” 

แม่บ้านวัย 25 ปีรายนี้ เป็นหนึ่งในชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย ที่หวังจะได้ไข่ไก่, ข้าวสาร, ผงซักฟอก และกระดาษชำระจากตู้คีบของกิน-ของใช้ เข้าบ้าน ที่นอกจากได้สินค้าราคาประหยัดแล้ว ยังได้ความสนุกอีกด้วย 

เช่นเดียวกับ ชิอากิ สุไก พนักงานร้านซูชิวัย 56 ปี ที่เพิ่งเข็นรถชอปปิงคันโตที่เต็มไปด้วยสินค้าที่ได้จากตู้คีบของกิน-ของใช้ เป็นมูลค่ารวม 8,000 เยน (ประมาณ 1,700 บาท) จนเกมเซ็นเตอร์กลายเป็นแหล่งชอปของตนแทนที่ร้านสะดวกซื้อไปแล้ว 

ขณะที่ ซาจิโกะ อิโยคาวะ วัย 49 ปี ก็ยิ้มแก้มปริหลังได้ไข่ไก่เกรดพรีเมียมกลับบ้าน 2 กล่องจากตู้คีบของกินของใช้ในราคาถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต 

นี่เป็นการปรับตัวของบริษัทผู้ผลิตตู้คีบตุ๊กตาและของเล่น ต่อเนื่องไปถึง ร้านตู้คีบตุ๊กตา และธุรกิจเกมเซ็นเตอร์ของญี่ปุ่น ในช่วงที่ประเทศเผชิญภาวะเงินเฟ้อ

โดยใช้กลยุทธ์ “ชอปแอนด์เพลย์” หรือการผสมผสานระหว่างการชอปปิงและความบันเทิง มาดึงดูดลูกค้า

ซึ่งปรากฏว่าประสบความสำเร็จ และยังได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างกลุ่มแม่บ้านเพิ่มมาอีกด้วย 

ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมความบันเทิงแห่งญี่ปุ่น (เจเอไอเอ) ระบุว่า ตลอด 10 ปีมานี้ มูลค่าตลาดเกมคีบของรางวัลเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า และคิดเป็นรายได้เกือบ 70% ของรายได้ทั้งหมดในธุรกิจเกมเซ็นเตอร์ 

ขณะเดียวกันช่วง 1-2 ปีมานี้ ตู้คีบของกิน-ของใช้ก็ดึงลูกค้าให้เข้าร้านเกมเซนเตอร์ได้มากขึ้น 

เบเน็กซ์ บริษัทเกมเซนเตอร์ ในเครือทิสโก เผยว่า ได้เปลี่ยนตู้คีบตุ๊กตาหลายร้อยตู้ในสาขาทางตอนใต้ของกรุงโตเกียวเป็นตู้คีบของกิน-ของใช้ ซึ่งกระแสตอบรับก็ดีมาก 

ยืนยันได้จากยอดขายที่ได้จากตู้คีบของกิน-ของใช้ ของโซนดังกล่าวเพิ่มขึ้น 2.6 เท่าในเวลาเพียง 2 ปี 

เทรุอากิ ทสึจิยะ ผู้บริหารจากทิสโก กล่าวว่า ถ้าครอบครัวจ่ายไป 10,000 เยน (ประมาณ 2,100 บาท) ไปกับการร้องคาราโอเกะหรือโยนโบว์ลิง แล้วจบลงแค่ความสนุก 

แต่การได้ทั้งความสนุกและสินค้าราคาประหยัดด้วย ถือเป็นกิจกรรมบันเทิงที่คุ้มค่าสุดๆ ในยุคเงินเฟ้อเช่นนี้

ความฮิตของเทรนด์นี้ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่ในวงการเกมเซ็นเตอร์อย่างอิออน แฟนตาซี ในเครืออิออน กรุ๊ป เปิดโซนตู้คีบของกินและของใช้สำหรับคุณแม่บ้านสาขาแรกในเดือนตุลาคม 2025 และขยายเพิ่มเป็น 7 แห่ง พร้อมวางแผนจะเปิดให้ครบ 60 แห่งภายในปี 2030 

นาโอโกะ คูกะ นักวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคจากศูนย์วิจัยเอ็นแอลไอ ให้ทัศนะต่อเทรนด์นี้ว่า สถานการณ์เงินเฟ้อบีบให้ชาวญี่ปุ่นต้องประหยัด โดยอย่างแรกที่จะถูกตัดคือค่าอาหารและของใช้ ในชีวิตประจำวันที่แพงเกินไป 

ซึ่งทำให้ร้านเกมเซนเตอร์และค่ายตู้คีบตุ๊กตาเห็นช่องทางทำเงินผ่านความสนุกไปพร้อมๆ กับการได้ซื้อของ จนตู้คีบตุ๊กตาแปลงร่างเป็นตู้คีบของกิน-ของใช้นั่นเอง 

สำหรับ ตู้คีบตุ๊กตา เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นในสหรัฐฯ เมื่อปี 1890 และเป็นการย่อเทคโนโลยีของเครื่องจักรขุดคลองปานามาให้เล็กลง พร้อมเปลี่ยนให้เป็นกิจกรรมยามว่างแต่ก็เป็นธุรกิจที่ทำเงินด้วย 

ยุค 60 ตู้คีบตุ๊กตา ได้เข้ามาในเอเชียโดยมีญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก โดยแม้เคยเผชิญขาลงจากการที่ผู้คนหันไปเล่นเกมบนสมาร์ตโฟนและใช้โซเชียลมีเดีย รวมไปถึงช่วงสถานการณ์โควิด แต่ก็ปรับตัวจนรอดมาได้ 

มาปัจจุบัน ตู้คีบตุ๊กตาญี่ปุ่นยังไปต่อได้ ทั้งด้วยการกระจายไปอยู่ตามร้านสะดวกซื้ออย่างแฟมิลีมาร์ต เพื่อแทนโซนขายหนังสือที่หายไป และล่าสุดกับการเปลี่ยนของในตู้จากของเล่นและตุ๊กตา เป็นของกิน-ของใช้ 

ต่างจากตู้กดสินค้าหยอดเหรียญที่เริ่มทยอยหายไป และตู้ปาจิงโกะ ที่ต่อไปจะมีแต่เชนใหญ่ๆ เท่านั้นที่อยู่รอดได้ / japantoday-afp