การซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ วานนี้ (29 ตุลาคม 2026) ปรากฏว่า 3 ดัชนีสำคัญพากันปิดในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 132.54 จุด คิดเป็น 0.25% ไปปิดที่ 52,342.56 จุด 

ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก ลดลง 365.13 จุด คิดเป็น 1.37% ไปปิดที่ 26,184.72 จุด เช่นเดียวกันกับดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ลดลง 23.59 จุด คิดเป็น 0.30% ไปปิดที่ 7,720.39 จุด 

การร่วงพร้อมกันในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากความกังวลของบรรดานักลงทุน ต่อสภาพคล่องของบริษัทกลุ่มยักษ์เทค หลัง 2 บริษัทสำคัญต่างทุ่มเงินก้อนใหญ่ไปกับการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และพัฒนาเอไอ 

โดยก่อนหน้านี้ไมโครซอฟต์เผยว่า ณ ไตรมาสล่าสุด (สิ้นสุดเมื่อกันยายนที่ผ่านมา) เงินลงทุนของบริษัทในด้านต่าง ๆ ซึ่งในจำนวนนี้มีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์รวมอยู่ด้วยนั้น สูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) 

เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 34,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท) จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า 

จนกระทบต่อสภาพคล่องและต้องประกาศปลดพนักงานพร้อมเงินชดเชยถึง 60,000 คน ซึ่งถือว่ามากสุดในรอบ 3 ปี จนไปฉุดให้หุ้นไมโครซอฟต์ในการซื้อขายของวันที่ 29 ตุลาคม ไปปิดที่แดนลบ ลดลง 0.16% 

ส่วน อัลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล ก็ได้รับผลกระทบจากเอไอในด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ลงทุนไปกับดาต้าเซ็นเตอร์อันเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเอไอ แต่ต้องเผชิญแรงต้าน ดังในกรณีของฟินแลนด์ 

ซึ่งเพิ่งมีรายงานว่า ทางรัฐบาลฟินแลนด์ สั่งสอบสวนการแผ้วทางพื้นที่ป่าโดยที่ยังไม่ได้มีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นการกลับลำ หลังไฟเขียวให้ลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใหญ่สุดในยุโรป 

ขณะที่โมเดลการค้นหาด้วยเอไอ ก็ให้ผลตอบแทนต่อคำค้นหาต่ำกว่าการค้นหาแบบเดิมเสียอีก และธุรกิจหลักอย่างการค้นหาข้อมูลกับยูทูบก็เกิดการชะลอตัว 

นอกจากนี้ ยังต้องจ่ายค่าปรับให้สหภาพยุโรป จากการผูกขาดทางการค้า เป็นเงินถึง 5,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 175,000 ล้านบาท) ซึ่งย่อมกระทบถึงสภาพคล่องทางการเงิน 

เหตุผลเหล่านี้ทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่น จนหุ้น อัลฟาเบตไปปิดในแดนลบเช่นกัน โดยลดลงมากถึง 12.64% 

นอกจากปัญหาสภาพคล่องของบริษัทกลุ่มยักษ์เทคแล้ว อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่จะยังคงสูงต่อไป หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติคงอัตราดอกเบี้ย 

และความกังวลเรื่องน้ำมันกับพลังงานจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่หลายประเทศสั่งให้ประชาชนเตรียมพร้อม ก็เป็นปัจจัยลบที่กระทบต่อความเชื่อมั่นจนฉุดให้ 3 ดัชนีสำคัญของสหรัฐฯ ร่วงลงมา 

สำหรับการซื้อ-ขายหุ้นสหรัฐฯ ในวันนี้ (30 ตุลาคม) มีแนวโน้มผันผวน และมีความเป็นไปได้ที่หุ้นกลุ่มยักษ์เทคและ 3 ดัชนีสำคัญ จะร่วงลงมาอีก 

โดยมี 3 สัญญาณบ่งชี้ สัญญาณแรกคือ ตลาดซื้อ-ขายล่วงหน้า ที่ติดลบ สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่พร้อมรับความเสี่ยงเพิ่มอีก

ต่อด้วย สัญญาณที่ 2 คือ แรงเทขายซ้ำเติมหลังจากรายงานงบริษัทยักษ์เทคอื่นๆ อย่าง อินเทล และ อเมซอน 

ส่วนสัญญาณบ่งนี้สุดท้ายคือ เป็นวันทำการสุดท้ายของเดือน ที่บรรดากองทุนและสถาบันการเงินมักจะมีการปรับสมดุลพอร์ต 

เพื่อลดสัดส่วนหุ้นกลุ่มเก็งกำไรออกไป และเน้นถือครองเงินสดหรือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้แรงขายทำกำไรหรือตัดขาดทุนเพิ่มสูงขึ้นเป็นพิเศษ  / cnbc, theguardian