เหตุผลสั้น ๆ ว่าทำไม Logistic หลายแบรนด์ถึงเข้ามาเล่นในเกมส่งพัสดุวันเดียวถึง !

ไม่ใช่แค่ส่งถึง แต่ความไว คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการ Logistic แต่ละเจ้า ที่มีไปรษณีย์ไทยเป็นผู้บุกเบิกการส่งแบบ EMS ให้พัสดุถึงที่หมายภายในไม่กี่วัน

แต่คำว่า ไม่กี่วัน ก็กลายมาเป็นระยะเวลาที่นานเกินไปสำหรับคนยุคใหม่ที่รออะไรไม่ค่อยจะได้ ทำให้เมื่อ 2-3 ปีมานี้ เราจึงเห็น Logistic หลาย ๆ แบรนด์ออกมาให้บริการแบบ Same-day Delivery หรือการส่งของให้ถึงที่หมายภายในวันเดียวเท่านั้น

ซึ่งในปัจจุบันการส่งของแบบ Same-day Delivery ก็ยังถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ๆ นั่นคือ

1.แบบ On Demand : เป็นการส่งแบบจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง อย่างเช่นพวก Grab Delivery, Lalamove หรือ Kerry Express เป็นต้น

2.แบบ Same-day : คือส่งให้ถึงภายในวันเดียวเหมือนกัน แต่จะมีข้อแตกต่างตรงที่จะมีเวลาในการ cut-off สินค้า เช่นผู้ส่งต้องเอาสินค้ามายังศูนย์กระจายภายในเที่ยงวัน ซึ่งแบบ Same-day นี้มักจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็น B2C ทั้งที่เป็นธุรกิจทั่วไป หรือแม่ค้าออนไลน์นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น DHL Parcel Metro

“แม้ตลาด Logistic จะมีการแข่งขันที่รุนแรง

แต่ก็เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” 

ซึ่งนอกจากการเติบโตของธุรกิจ Logistic ก็ยังมีปัจจัยด้านอื่นที่ทำให้Logistic หลายแบรนด์กระโดดเข้ามาเล่นในเกมของการส่งพัสดุแบบวันเดียวถึง นั่นคือ

1.E-Commerce เติบโต : ข้อนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะ Logistic ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการทำ E-Commerce ให้ออกมาสมบูรณ์แบบ

สะท้อนได้จากข้อมูลที่ด้านล่างนี้

2.คนสั่งของแพง ก็อยากได้ของไว : ใครที่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ที่มีมูลค่าสูง ๆ ความลุ้นก็คงจะไม่ได้อยู่แค่การที่ของที่สั่งจะมาถึงไวขนาดไหน แต่ยังรวมถึงการที่มันจะมาถึงในสภาพแบบไหนอีกด้วย ซึ่งบริการส่งพัสดุแบบ Same-day Delivery ก็เข้ามาช่วยแก้ไข Pain Point ตรงนี้

เพราะไม่ใช่แค่สามารถ Track ได้ว่าสินค้าอยู่ตรงไหน แต่รวมไปถึงการที่ของถึงไว ก็สบายใจได้มากขึ้นตามไปด้วย โดยสินค้าที่มักจะส่งแบบ Same-Day Delivery ก็จะเป็นสินค้า Electronics หรือไม่ก็เป็นแบรนด์เนมแฟชั่นที่มีราคาแพงและต้องใช้ความถนุถนอมในการขนส่ง

3.เมื่อ Same-day Delivery ส่งถึงไว ใคร ๆ ก็หันมาใช้ : แม้บริการส่งแบบ Same-day Delivery จะเข้ามาในเอเชียแปซิฟิคช้ากว่าภูมิภาคอื่น ๆ แต่ความช้าก็ไม่ได้กลายมาเป็นอุปสรรคของการเติบโตในความต้องการบริการนี้

เพราะจากข้อมูลของ DHL Global ได้บอกว่าบริการ Same-day Delivery นั้นมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในเอเชียแปซิฟิค และเมื่อถึงปี 2021 ก็จะกลายเป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนการใช้ Same-day Delivery มากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ นั่นเอง

โดยการแข่งขันบริการแบบ Same-Day Delivery ของ Logistic ในไทยส่วนใหญ่ ยังถูกจำกัดอยู่ในบริเวณของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้วยเหตุผลที่คนในกรุงเทพฯ มักจะต้องการความไวมากกว่าคนต่างจังหวัด และศูนย์กลางของ Logistic ที่ยังอยู่ในเขตเมือง

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการส่งพัสดุภายในวันเดียว จะเป็นบริการที่มีในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑลตลอดไป เพราะในอนาคตหลายแบรนด์ก็มีแนวโน้มที่จะขยายธุรกิจไปต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ หรือภูเก็ตอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ยังต้องดูกันอีกต่อไป


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer