ช่วยชีวิตเซลล์สมองได้ เพียงแค่ ขยับ!

เชื่อว่าหลายคน อาจเคยได้ยินประโยคที่ว่า “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” แต่มีความจริงอีกประการที่เราอยากให้คุณรู้ หากการรักษาทำให้ได้มาซึ่งความสุขในการช่วยเหลือ มีอีกหนึ่งหนทางที่จะทำให้คุณมีความสุขได้ในทุกๆ วัน โดยเริ่มจากตัวคุณเอง เพียงแค่ “ขยับ” เท่านั้น !!

เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น เซลล์ที่เคยทำงานได้ดีก็จะถูกลดประสิทธิภาพลง  ทั้งด้านการส่งต่อชุดข้อมูลไปยังระบบประสาททำให้เกิดพฤติกรรม หรือ การรับข้อมูล และชุดความรู้สึกต่างๆ ซึ่งนำพามาทั้งในแง่บวกและลบ กระตุ้นให้สมองเกิดความเครียด ส่งผลให้เซลล์ตายลงเร็วขึ้น ยังไม่รวมถึงการได้รับเชื้อบางอย่างจากการเป็นโรค ทำให้บางส่วนเสื่อมสลาย ตาย หรือเป็นพิษ และบางส่วนกำลังเกิดใหม่แต่ต้องใช้เวลา มีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้เซลล์ที่ถูกสร้างจากสเต็มเซลล์ (Stem Cell) เกิดขึ้นได้เร็วกว่าเดิม เรามีคำตอบ

ลักษณะเซลล์สมองของคนเรานั้น ในแต่ละเซลล์จะมีเส้นใยประสาท หรือ ที่เรียกกันว่า เดนไดรท์ (Dendrite) อยู่ตั้งแต่ 10-1,000 เส้น ในแต่ละเส้นใยนั้นจะเชื่อมต่อกับเซลล์อื่นๆ เพื่อโอนถ่ายข้อมูลไปยังสมอง ไขสันหลัง และทุกส่วนของร่างกาย ทุกการกระทำจะถูกตอบกลับไปในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนองการรับรู้ที่เกิดขึ้น

โดยเมื่อเข้าช่วงวัยรุ่นเซลล์สมองจะเริ่มตายลงวันละประมาณ 20,000 ตัว เซลล์ที่ยังเหลือจะต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อคงประสิทธิภาพและสร้างเครือข่ายเชื่อมกันให้มากที่สุดเพื่อให้การทำงานของสมองไม่เกิดปัญหา และรอการเจริญเติบโตของเซลล์ใหม่ ถึงแม้มนุษย์จะมีเซลล์สมอง หรือที่เรียกว่า นิวรอน โดยรวมแล้วประมาณ หนึ่งล้านล้านเซลล์ และเชื่อมโยงกันในลักษณะกว่า 10024 รูปแบบ แต่การเสื่อมสภาพของเซลล์ส่งผลให้สมองทำงานหนักขึ้น เกิดปัญหาในการคิด ประมวลผล หรือรวมทั้งด้านความจำตามมา

 

ไม่นานมานี้ประเทศที่ขึ้นชื่อด้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง สหรัฐอเมริกา ก็ได้สร้างกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็ก อันเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคชนิดต่างๆ ที่เป็นภัยต่อร่างกายและสมอง เรียกว่า “แดนซ์เบรก” กิจกรรมนี้จะให้เหล่านักเรียนได้ออกกำลังกายโดยการเต้นระหว่างช่วงเวลาพักของคาบเรียนเพื่อเป็นการลดความเครียดและคลายความวิตกกังวลมากขึ้น

ผลตอบรับจากผู้ปกครองของนักเรียน พบว่า ลูกๆ ของตนมีความสุขในการไปโรงเรียนเพราะได้ผ่อนคลาย และมีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้นหลายเรื่อง ซึ่งตรงกับผลการวิจัยที่ระบุไว้ว่า กิจกรรมทางกายนั้นนอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีแล้ว ยังมีผลต่อพัฒนาการของสมองทำให้เรียนรู้และมีความจำที่ดีขึ้นอีกด้วย

 

มิเชลล์ โอบามา อดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ช่วยสร้างการตื่นตัวเรื่องการหันมาส่งเสริมให้เด็กนักเรียนทำกิจกรรมออกกำลังกายกันมากขึ้นเพื่อแก้ไขกับปัญหาเด็กอ้วนในสหรัฐฯ ที่มีจำนวนมากขึ้นทุกปี และจากการตื่นตัวและการรับรู้ถึงความสำคัญของการส่งเสริมการออกกำลังกายในโรงเรียนทำให้หลายๆ องค์กรหันมาให้บริการออกแบบโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้กับโรงเรียนต่างๆ ที่ต้องการสนับสนุนแนวคิดนี้

ดร.จอห์น เรเตย์ รองศาสตราจารย์ คลินิกด้านจิตเวชศาสตร์ โรงเรียนแพทย์ ฮาร์วาร์ด ได้ศึกษาและทำการวิจัยเรื่องการกระตุ้นสมองด้วยกิจกรรมทางกาย ในช่วงเวลากว่า 30 ปี และยืนยันได้ว่าการทำกิจกรรมในระหว่างพักคาบเรียนของนักเรียนนั้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ได้จริง ซึ่งเป็นเพราะว่าการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้ในอีกทางหนึ่ง โดย ดร.เรเตย์ ได้กล่าวไว้ว่า

“ในขณะที่เราเคลื่อนไหว ระบบกลไกของสมองในร่างกายจะถูกเปิดเพื่อให้สามารถตั้งสมาธิได้มากขึ้น ส่งผลให้จัดการกับความเครียดได้ดีกว่าปกติ เมื่อสมองส่วนหน้าสามารถจัดการกับข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับมาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วนั้น ก็จะส่งผลต่อการตอบสนองของการส่งต่อชุดข้อมูลไปในทางที่ดีขึ้นอีกเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นเซลล์ประสาทต่างๆ เพื่อพร้อมจะทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ต่อไป”

เมื่อรู้ผลลัพธ์ที่ได้จากการออกกำลังกายและช่วยเสริมสร้างเซลล์สมองแล้วนั้น หลายคนอาจกังวลเรื่องเวลา หรือ สถานที่ในการออกกำลังกาย ที่คิดว่าจำเป็นต้องทำที่ฟิตเนส หรือยิมเท่านั้น แต่ความจริงแล้วการออกกำลังกายสามารถทำได้ทุกที่ และใช้เวลาไม่มาก เพียงแต่ข้อสำคัญคือต้องทำให้สม่ำเสมอมากที่สุด เช่น ทำทุกวัน หรือทำ 3 ถึง 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์สมองเกิดพัฒนาการและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

จากการสังเกตท่าออกกำลังกาย เราได้รวบรวมท่าที่สามารถทำที่ไหนก็ได้ ใช้เวลาไม่มากอย่างที่คิด และทำตามได้ง่ายๆ จาก Infographic ด้านล่างนี้เลย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)