“ปลาวาฬตายเกยตื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมพบขยะพลาสติกในกระเพาะอาหารถึง 80 ชิ้น”
“ เว็บไซต์ เดอะการ์เดี้ยน รายงานว่านักวิจัยพบชิ้นส่วนพลาสติกในกระเพาะอาหารของนกทะเลถึง 44% สายพันธุ์นกทะเลทั้งหมด”
“น้ำทะเลสีฟ้าครามสวยๆ เริ่มจะเปลี่ยนสี แม่น้ำเริ่มมีกลิ่นเน่า เต็มไปด้วยขยะและถุงพลาสติก”
“ปัจจุบันพลาสติกถูกผลิตประมาณ 9 พันล้านเมตริกตันทั่วโลก/ปี”
ยังมีอีกสารพัดปัญหาของพลาสติกที่กำลังค่อยๆ กลืนกินโลกสวยงามของเรา โดยมีผู้ก่อการร้ายอันดับ 1 ให้เกิดปรากฏการณ์นี้ก็คือ “มนุษย์” นั้นเอง
ทำให้ปัจจุบันหลายแบรนด์เริ่มมองว่าปัญหาพลาสติกล้นโลกเป็นเรื่องใกล้ตัว พร้อมกับครุ่นคิดว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการลดจำนวนพลาสติกบนโลกได้อย่างไร
แม้ในอีกมุมหนึ่งก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าอาจยังมีอีกหลายบริษัทมองว่าไม่เห็นเกี่ยวข้องกับธุรกิจตัวเอง หรือคนทั่วไปมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ก็ตามที
แต่…ถึงอย่างไร Marketeer ก็อยากจะหยิบยก 6 Case Study ที่ Brand ระดับโลกกำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้

จากข้อมูลด้านบนสิ่งที่น่าสนใจคือ คือแบรนด์อย่าง McDonald’s และ starbucks เลือกที่จะใช้หลอดกระดาษ แทนที่จะรณรงค์ให้ผู้บริโภคพกหลอดสเตนเลส ที่เคยเป็นกระแสก่อนหน้านี้
ก็เพราะหลอดสเตนเลสเองยังมีปัญหามากมาย ทั้งการที่เป็นของแข็งขนาดเล็กและยาวสามารถเอาไปเป็นอาวุธทิ่มแทงคนให้บาดเจ็บ อีกทั้งยังต้องทำความสะอาด และผู้บริโภคต้องพกติดตัวตลอดเวลา
ในขณะที่ “ถุงพลาสติก” เราได้เห็นหลายศูนย์การค้าในประเทศต่างๆ รวมถึงในบ้านเรา เลือกทำแคมเปญรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก ซึ่งถือเป็นแพ็กเกจจิ้งขยะประเภทพลาสติกอันดับ 1 ที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก
โดยวิธีของศูนย์การค้าที่นิยมใช้กันมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการที่ลูกค้าเอาถุงผ้ามาใส่สินค้าจะเพิ่มแต้มในบัตรสมาชิกเพื่อใช้แลกของรางวัล หรือการปลูกจิตสำนึกให้ความรู้ลูกค้าเกี่ยวกับพลาสติกว่าต้องใช้เวลาย่อยสลายนาน 200 ปี, และมีโรงงานที่รีไซเคิลพลาสติกจำนวนน้อย
ต้องยอมรับว่าได้ผลแค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะลูกค้ายังไม่รู้สึกอินไปกับการช่วยลดภาระโลกใบนี้สักเท่าไร
แล้วมีวิธีใดบ้างที่จะบิ้วด์ให้ลูกค้าลดการใช้พลาสติก
จนเราไปพบเจอข่าวหนึ่งใน Google ถือเป็นไอเดียที่ฉลาดและน่าจะนำมาใช้ได้ทันที หรือนำมาดัดแปลงให้ Cool กว่าเดิม
ร้านกาแฟในมหาวิทยาลัย Winchester ประเทศอังกฤษ ใช้แก้วกาแฟพลาสติกปีละ 191,000 ใบ
จากนั้นทำโปรโมชันลด 10 บาท ให้ลูกค้านำแก้วมาเอง แต่ไม่ค่อยได้ผลเท่าไร
ทีนี้ลองปรับวิธีคิดใหม่ ด้วยการประกาศว่าหากไม่เอาแก้วส่วนตัวมาเองร้านกาแฟจะให้ลูกค้าจ่ายเพิ่ม 10 บาท
ร้านกาแฟไม่ได้ปรับราคาขาย ยอดขายก็ไม่ตก แต่ปีแรกสามารถลดปริมาณการใช้แก้วพลาสติกถึง 34,000 ใบ และมีการประเมินว่าหากทุกร้านกาแฟในอังกฤษเลือกใช้วิธีนี้ จะสามารถลดการใช้แก้วพลาสติกได้ถึง 300 ล้านใบต่อปีเลยทีเดียว
ยังมี Case Study อื่นๆ อีกมากมายของแบรนด์สินค้าที่พยายามลดอัตราการใช้พลาสติก แต่หากมองตามความเป็นจริงภารกิจนี้ไม่ใช่แค่แบรนด์สินค้าและรัฐบาลทุกประเทศที่จะทำให้อัตราพลาสติกในโลกเราลดน้อยลง
แต่เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้
และเราก็เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนคงอยากแบ่งปันให้คนรุ่นหลังได้เห็นภาพธรรมชาติที่สวยงามแล้วสูดดมโอโซนหอมๆ
ไม่ใช่ในอนาคตคนรุ่นหลังจะชื่นชมธรรมชาติที่สวยงาม ทำได้แค่มองผ่านหน้าจอ Smartphone
ฟิลลิ่งในการเสพธรรมชาติมันช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน
–
