สยามคูโบต้า ยกระดับแบรนด์สู่ผู้นำ “นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต”

เพราะความหมายของ “ความสำเร็จ” ไม่ใช่วัดแค่เพียงตัวเลข สำหรับ “สยามคูโบต้า” ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จขององค์กรแห่งนี้ คือคุณภาพชีวิตของเกษตรกรที่ดีขึ้น ..ทุกฟันเฟือง ทุกเครื่องจักร ทุกนวัตกรรม ที่ถูกคิดค้นไตร่ตรอง คัดกรองออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ตลอดจนการบริการจากหัวใจถึงหัวใจ ที่เป็นคำตอบว่าทำไม ถ้าพูดถึงเครื่องจักรกลการเกษตรแล้ว สยามคูโบต้าจึงอยู่ในใจเกษตรกรไทยอันดับหนึ่ง

วันนี้เราเดินทางมาพูดคุยกับ 2 ผู้บริหารระดับสูงสยามคูโบต้า เพื่อบอกเล่าความเปลี่ยนแปลงตลอดจนยุทธศาสตร์สร้างเกษตรกรให้แข็งแกร่งทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

40 ปี ผู้นำเคียงข้างเกษตรกรไทย

จากก้าวแรกของการดำเนินธุรกิจในปี 2521 ก่อตั้งบริษัท สยามคูโบต้าดีเซล จำกัด ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อผลิตและจำหน่ายสินค้า “เครื่องยนต์ดีเซล” ภายใต้ตราสินค้า “คูโบต้า” และ “ตราช้าง”

ณ นิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี กระทั่งปี 2553 ได้ควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท สยามคูโบต้าอุตสาหกรรม จำกัด และบริษัท สยามคูโบต้าแทรกเตอร์ จำกัด เป็น “บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด” โดยมีการร่วมทุนระหว่างคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) 60% และ SCG (เอสซีจี) 40%

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่ามกลางความพยายามที่จะพัฒนาช่วยเหลือเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น ผ่านการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผลิตและจำหน่ายสินค้ารองรับทั้งงานนาและงานไร่ ครอบคลุมทุกขั้นตอนการทำเกษตรกรรม ส่งผลให้เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจอันดับ 1 จากเกษตรกร โดยมียอดขายเครื่องยนต์ดีเซล 3 ล้านกว่าเครื่อง และเป็นแทรกเตอร์ที่เกษตรกรเลือกใช้สูงสุดอันดับหนึ่ง จากผลสำรวจในปี 2561 จนได้รับการยอมรับว่า เป็นแบรนด์แทรกเตอร์ยอดนิยมของเกษตรกรไทย

“ถ้าถามว่าผู้นำต้องมีคุณสมบัติอย่างไร เราเชื่ออยู่เสมอว่าการเป็นผู้นำต้องทำให้สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราพัฒนาดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน คู่ค้า ตลอดจนลูกค้า ในวันนี้สยามคูโบต้ามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับภาคการเกษตรของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติได้ เราเชื่อว่านี่เป็นความหมายของการเป็นผู้นำ” ฮิโรโตะ คิมุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เริ่มต้นเล่าวิสัยทัศน์

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญนั่นคือ การขับเคลื่อนทางนวัตกรรม ที่สยามคูโบต้าพยายามสร้างสรรค์ตลอดให้กับเกษตรกรไทย

ตั้งแต่ 40 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้เครื่องมือนวัตกรรมที่ดีที่สุดในโลกจากญี่ปุ่น โดยเปลี่ยนกระบวนการทำงาน ยกระดับประสิทธิภาพที่ดีขึ้น อย่างที่เราเห็นชัดเจนจากการใช้เครื่องยนต์เพื่อทดแทนการใช้แรงงานคน

ไม่เพียงเท่านั้น ปัจจุบันประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลาง R&D แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนด้วยการสร้าง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาคูโบต้าเอเชีย หรือ KUBOTA RESEARCH & DEVELOPMENT ASIA” ตั้งอยู่ที่ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี ซึ่งนับเป็นศูนย์ ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร เพื่อนำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และการพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

“เราได้เปิดศูนย์กระจายอะไหล่สยามคูโบต้า หรือ SIAM KUBOTA PARTS CENTER ที่ใหญ่ที่สุดภายใต้หลังคาเดียวของคูโบต้ากรุ๊ปทั่วโลก เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการกระจายอะไหล่ไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อเมริกาเหนือ และแอฟริกาเป็นสิ่งยืนยันว่าเราให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานที่หลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรอยู่เสมอ”

อย่างไรก็ตาม สยามคูโบต้าเองคงไม่สามารถยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่เกษตรกรได้มาจนถึงทุกวันนี้ หากไม่มีปัจจัยที่สำคัญ คือเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งคอยให้บริการพี่น้องเกษตรกรครอบคลุมทุกพื้นที่

“เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้แทนจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศไทย ปัจจุบันมี ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายเครื่องยนต์ดีเซลจำนวน 184 ราย และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่จำนวน 84 ราย อีกทั้งผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศ ประกอบด้วยร้านค้าผู้แทนจำหน่ายเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ในกัมพูชาจำนวน 31 ราย และสปป.ลาวจำนวน 31 ราย รวมถึงร้านค้าผู้แทนจำหน่ายเครื่องยนต์ดีเซลในเมียนมาจำนวน 42 ราย เพื่อให้มีการบริการที่เป็นเลิศ และจำหน่ายสินค้าที่เป็นธรรม ภายใต้คุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน เพื่อรองรับทุกความต้องการของเกษตรกรได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

 

นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต Agri-Innovation For The Future

ทั้งการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่ดีที่สุด ผนวกกับการให้บริการที่ยึดหัวใจทั้งคู่ค้าตลอดจนลูกค้าและพนักงานที่ก่อให้เกิดความสำเร็จในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งกำลังจะถูกต่อยอดด้วยยุทธศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า สอดรับกับนโยบาย Agri 4.0 ของรัฐบาล ก้าวสู่การเป็น “นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต” ด้วยการผสานองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการเกษตรพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้การเพาะปลูกมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการในการทำการเกษตรให้มีความแม่นยำ (Precision Farming) รวมทั้งเป็นการสร้างรากฐานการทำเกษตรให้มีความมั่นคง โดยผู้บริหารชาวญี่ปุ่นอธิบายถึง 4 หลักการทางธุรกิจ  (4 Business Principles) ดังนี้

 

1 Leader ตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรมการเกษตรแห่งอนาคต

เริ่มจากการตอกย้ำสิ่งที่เคยทำมาตลอดในฐานะผู้นำในด้านเครื่องจักรกลการเกษตร ด้วยการสร้างอนาคตให้แก่เกษตรกร รวมถึงภาคการเกษตรของไทยและอาเซียน สู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรชั้นนำระดับโลก มุ่งสร้างการเป็นต้นแบบการบริหารจัดการฟาร์ม (Farm Management) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อก้าวสู่ยุคการทำเกษตรแม่นยำ หรือ Precision Farming อย่างแท้จริง

 

2 Innovation คิดค้นนวัตกรรมทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้เกษตรกรใช้เครื่องจักรกลการเกษตรและเทคโนโลยีทางการเกษตรอย่างชาญฉลาด

ด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมทางการเกษตร และนำเสนอองค์ความรู้ การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับนาข้าวและพืชไร่ เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการการเกษตรได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถลดต้นทุน เพิ่ม ผลผลิต นำไปสู่การสร้างรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่เติบโตอย่างมั่นคง อีกทั้งบริษัทฯยังได้พัฒนาเรื่องระบบฐานข้อมูลการทำเกษตร BIG DATA ของเกษตรกร เพื่อใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร (High Value Added) ผ่านระบบ KUBOTA Smart Agriculture System (KSAS) อีกด้วย

 

3 Seamless Life

ตระหนักถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญ อันนี้เป็นประเด็นน่าสนใจ ซึ่งผู้บริหารเล่าว่าอนาคตถ้าการจัดการเรื่องอาหารไม่ดีพอ มนุษย์อาจจะมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหารที่มีคุณภาพ ซึ่งเรื่องการเพาะปลูก ก็เป็นอีกปัจจัย สยามคูโบต้าก็จะสร้างสรรค์เครื่องจักรกลการเกษตรที่มีคุณภาพ มาช่วยผลิตอาหารได้อย่างมีคุณภาพเพื่อให้คนบนโลกได้บริโภคอย่างปลอดภัย และส่งมอบเทคโนโลยีการเกษตรไปยังเกษตรกร รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตและแปรรูปอาหาร เพื่อให้การทำการเกษตรสะดวกสบายยิ่งขึ้น ภายใต้การทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อระหว่างองค์กร พนักงาน ผู้แทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อนำไปสู่การเชื่อมต่อชุมชน สังคม และประชากรทั่วโลกให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

4 Sustainability 

มุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โดยเน้นการสร้างนวัตกรรมเกษตรเพื่อใช้ทรัพยากรอย่างพอประมาณ ในการสร้างอาหารให้เพียงพอและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชากรในวันข้างหน้าสามารถดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเอื้อต่อการเพาะปลูก

ตัวอย่างที่น่าสนใจที่จะต่อยอดต่อไป คือโครงการชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า ด้วยการนำเสนอวิธีการจัดการเกษตรแบบครบวงจร หรือ KUBOTA Agri-Solutions (KAS) ซึ่งเป็นระบบการจัดการเกษตรกรรมครบวงจร ด้วยการใช้เทคนิคการเพาะปลูก ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรอย่างลงตัว กลายเป็นรูปแบบการทำเกษตรที่มีความแม่นยำ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ

ตลอดจนเกิดการต่อยอดและริเริ่มโครงการ KUBOTA Farm เพื่อเป็นอีกหนึ่งศูนย์เกษตรต้นแบบที่เกษตรกรไทยและผู้ที่มีความสนใจทางด้านการเกษตรสามารถเข้ามาศึกษา

“โครงการต่างๆ เน้นสร้างให้เกษตรกรให้มีคุณภาพก่อน เมื่อสร้างเกษตรกรมีจิตสำนึกที่ดี ควบคู่กับการมอบความรู้ ทั้งเทคโนโลยีกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการดำเนินธุรกิจ ถ้าเกษตรกรแข็งแกร่ง แล้วปัจจัยอื่นๆ ที่เหลือจะเกิดการยั่งยืนตามมาในที่สุด นี่เป็นเป้าหมายสูงสุดของ KUBOTA Group กับพันธกิจต่อสังคม คือ ‘For Earth, For Life’ ผู้บริหารย้ำ

ถ้าการจัดการเรื่องอาหารไม่ดีพอ มนุษย์อาจจะมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหารที่มีคุณภาพ ซึ่งเรื่องการเพาะปลูกก็เป็นอีกปัจจัย สยามคูโบต้าก็จะสร้างสรรค์เครื่องจักรกลการเกษตรที่มีคุณภาพ มาช่วยผลิตอาหารได้อย่างมีคุณภาพเพื่อให้คนบนโลกได้บริโภคอย่างปลอดภัย

“ถ้าเกษตรกรแข็งแกร่ง แล้วปัจจัยอื่นๆ ที่เหลือจะเกิดการยั่งยืนตามมาในที่สุด นี่เป็นเป้าหมายสูงสุดของ KUBOTA Group”

 

Agri – Forum และ KUBOTA Showcase 2018

อย่างที่บอกว่าเป้าหมายสูงสุด คือการสร้างเกษตรกรที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนา เกษตรกรรมทั้งระบบ ดังนั้นเรื่องการให้ความรู้จึงเป็นประเด็นสำคัญ และดำเนินกิจกรรมโครงการต่างๆ เพื่อ “Up Skills” เกษตรกรมาโดยตลอด

สมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เล่าให้ฟังต่อว่าปีนี้เนื่องจากการครบรอบ 40 ปี สยามคูโบต้าจึงมีการจัดงานสัมมนาและจัดแสดงนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งปี คืองาน Agri – Forum พร้อมจัดแสดงสินค้านวัตกรรม KUBOTA Showcase 2018 เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำเครื่องจักรกลการเกษตร พร้อมทั้งโชว์เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงระบบเทคโนโลยีการทำเกษตรกรรมจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Power of Agri-Innovation” ครั้งแรกในประเทศไทย

“สำหรับงาน Agri – Forum เป็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดเวทีเสวนา ระดมความรู้และแนวทางพัฒนาส่งเสริมเกษตรกรไทยในยุคเกษตร 4.0 โดยมีวิทยากรทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น มาร่วมถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อขับเคลื่อนให้พี่น้องเกษตรกรไทยที่มีความรู้ความสามารถทัดเทียมนานาชาติ

 

“สำหรับงาน Agri – Forum เป็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดเวทีเสวนา ระดมความรู้และแนวทางพัฒนาส่งเสริมเกษตรกรไทยในยุคเกษตร 4.0 โดยมีวิทยากรทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น มาร่วมถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อขับเคลื่อนให้พี่น้องเกษตรกรไทยที่มีความรู้ความสามารถทัดเทียมนานาชาติ

ส่วนงาน KUBOTA Showcase 2018 เรามุ่งเน้นไปที่การจัดแสดงนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรอย่างครบวงจร ทั้งพืชข้าวและพืชไร่ ซึ่งจะนำเสนอการใช้งานเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชในแต่ละชนิด รวมทั้งนำระบบการทำเกษตรกรรมที่ล้ำสมัยระดับโลกมาโชว์ในงาน ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสกับนวัตกรรมการเกษตรที่หลากหลาย เป็นความรู้และเป็นแรงบันดาลใจมาต่อยอดพัฒนาตัวเอง”

ทั้งนี้ ได้แบ่งการจัดงานออกเป็น 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง วันที่ 31 ส.ค.- 2 ก.ย. ที่

อิมแพ็คเมืองทองธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ที่ จ.ขอนแก่น และภาคเหนือ ที่ จ.พิษณุโลก

 

KUBOTA FARM โมเดลเกษตรเพื่อความยั่งยืน

“10 ปากว่า ย่อมไม่เท่า 1 ตาเห็น จะให้เกษตรกรเรียนรู้แต่ทฤษฎีอย่างเดียวย่อมไม่ได้ผล ต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่างด้วย”

จึงเป็นที่มาของโครงการ KUBOTA FARM   เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในการส่งเสริมการนำเทคนิคการเกษตรและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ไปปรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพตามการเพาะปลูกของเกษตรกร

โดย KUBOTA Farm อยู่ที่จ.ชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ 220 ไร่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์จริง ในการเพาะปลูกพืชด้วยวิธีการเกษตรสมัยใหม่และเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านการเกษตรแขนงต่างๆ เพื่อถ่ายทอดให้กับเกษตรกร และยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้ามาอบรม และศึกษาหาความรู้ รวมถึงได้รู้จักและทดลองใช้งานนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรใหม่ๆ ของบริษัทฯ ด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาในเฟสแรก คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยตั้งเป้าที่จะเป็นฟาร์มที่ให้ความรู้และเน้นการปฏิบัติจริงในการทำเกษตรเต็มรูปแบบแห่งแรกในอาเซียน ที่ดำเนินการโดยเอกชน

 

ปฏิทินการเพาะปลูก ในรูปแบบ Application ตอบโจทย์เกษตรยุคดิจิทัล

“นอกจากนี้ แน่นอนว่าเรากำลังอยู่ในยุคดิจิทัล การสื่อสารถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านดิจิทัล  แอปพลิเคชันก็เป็นอีกเรื่องที่เราให้ความสำคัญ ภายหลังจากที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก         เกษตรกรสำหรับเว็บไซต์ www.kubotasolutions.com   ในปีที่ผ่านมา โดยมียอดผู้เข้าชมเว็บกว่า 200,000 คน และในปีนี้เองจึงได้ต่อยอดเอาองค์ความรู้เรื่อง “ปฏิทินการเพาะปลูกข้าว” (Crop Calendar) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ความรู้ที่สำคัญในการทำการเกษตร มาถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปในรูปแบบแอปพลิเคชัน โดยร่วมมือกับเนคเทค (National Electronics and Computer Technology Center : NECTEC) ร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชันในครั้งนี้ขึ้นมา โดยคาดว่าจะเปิดให้ใช้งานได้ภายในปีนี้”

 

ตัวอย่างฟังก์ชันในแอปพลิเคชัน

1 การแจ้งเตือนสิ่งที่เกษตรกรต้องทำในแต่ละขั้นตอนปฏิทินการเพาะปลูก

2 การแจ้งเตือนสภาพอากาศ ศัตรูพืช และโรคพืชระบาด

3 การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

4 รายงานสรุปประมวลผล

 

นั่นคือภาพความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า การดำเนินธุรกิจด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพ ไม่เพียงแต่จะนำพาให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้เท่านั้น แต่ยังทำให้ภาคเกษตรกรรม ดีขึ้นทั้งระบบ หลังจากนี้เป็นบทท้าทายอย่างยิ่งที่สยามคูโบต้าจะไม่หยุดในการร่วมพัฒนาภาคการเกษตรกรของไทยและอาเซียน ด้วยนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรอันทันสมัย รวมถึงความรู้ที่มอบให้ ทั้งการบริหารจัดการ การควบคุมให้มีรายได้ที่มั่นคง ตลอดจนส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้น ส่งต่อไปยังประชากรทั่วโลกได้บริโภคผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิมของทุกคนบนโลก